EN TH

To be a leading value-oriented integrated energy company in Asia-Pacific

Slide Left Slide Right

บริษัท เชื่อมั่นว่ากระบวนการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลที่ดีที่บริษัทจดทะเบียนพึงปฏิบัติด้วยความโปร่งใส มีคุณธรรม มีจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน จะเป็นกลไกและพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะนำพาบริษัทก้าวต่อไป สู่การพัฒนาและการเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยคณะกรรมการบริษัท ได้กำหนด “นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของกลุ่มบริษัท” “จรรยาบรรณบริษัท” และ “นโยบายเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียเฉพาะกลุ่ม” เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวปฏิบัติในการทำงานของกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์บริษัทในหมวดการกำกับดูแลกิจการที่ดี

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังตระหนักในบทบาทหน้าที่ในฐานะผู้นำองค์กรที่ต้องการสร้างความเข้าใจในประโยชน์และหลักปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่จะนำไปใช้สร้างคุณค่าให้แก่กิจการมีความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนสู่ระดับสากล โดยมอบหมายให้ คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม มีหน้าที่ในการพิจารณา ทบทวน ส่งเสริม กำกับดูแล และติดตามการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท ผ่านทาง คณะทำงานการกำกับดูแลกิจการที่ดี ที่ได้รับการแต่งตั้งจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ ให้มีบทบาทหน้าที่ในการติดตาม ศึกษา พิจารณา ทบทวน และปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทให้มีความทันสมัยและเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานสากล กฎหมาย หลักเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ข้อเสนอแนะและ/หรือข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสนอแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทและบริษัทย่อย วางกรอบแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและครอบคลุมเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานของบริษัทและบริษัทย่อย เกิดจิตสำนึกเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหารสำหรับการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริต รวบรวมผลการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริต เพื่อจัดทำเอกสารความเสี่ยงด้านการทุจริตขององค์กร ซึ่งครอบคลุมถึงแผนภูมิความเสี่ยงด้านการทุจริต (Fraud Risk Profile) และทะเบียนความเสี่ยงด้านการทุจริต (Fraud Risk Register) รวมทั้งติดตาม ประเมินผล และรายงานการปฏิบัติตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดำเนินงานตามแผนจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตต่อคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม คณะกรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร และคณะกรรมการหรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน เพื่อให้แน่ใจว่าการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นไปตามกระบวนการ มีแผนพัฒนาที่เหมาะสม และมีการประเมินผลการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั้งในภาพรวมและรายข้อเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของกลุ่มบริษัทให้มีความสอดคล้องเหมาะสมกับธุรกิจ และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2560 บริษัทได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สรุปได้ดังนี้

1. สิทธิของผู้ถือหุ้น

 

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญในการดูแลปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดและประกาศนโยบายเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นและให้มีการทบทวนและติดตามตรวจสอบการปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติที่กำหนดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ถือหุ้นจะได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน เช่น สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการเสนอระเบียบวาระและ/หรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเป็นกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและซักถามในการประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน สิทธิในการได้รับเงินปันผล สิทธิในการเลือกตั้ง ถอดถอน และกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ สิทธิในการแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี สิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในกิจกรรมที่มีนัยสำคัญต่างๆ สิทธิในการจดทะเบียนเป็นเจ้าของหุ้น การเปลี่ยนมือ หรือการโอนสิทธิในหุ้น และสิทธิในการรับทราบข้อมูลข่าวสารที่มีนัยสำคัญอย่างถูกต้อง เพียงพอ ทันเวลา และเท่าเทียมกัน โดยบริษัทได้ส่งเสริมสิทธิของผู้ถือหุ้นดังนี้

  1. สิทธิในการเข้าร่วมประชุม

    บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญในการดูแลปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดและประกาศนโยบายเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นและให้มีการทบทวนและติดตามตรวจสอบการปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติที่กำหนดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ถือหุ้นจะได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน เช่น สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการเสนอระเบียบวาระและ/หรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเป็นกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและซักถามในการประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน สิทธิในการได้รับเงินปันผล สิทธิในการเลือกตั้ง ถอดถอน และกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ สิทธิในการแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี สิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในกิจกรรมที่มีนัยสำคัญต่างๆ สิทธิในการจดทะเบียนเป็นเจ้าของหุ้น การเปลี่ยนมือ หรือการโอนสิทธิในหุ้น และสิทธิในการรับทราบข้อมูลข่าวสารที่มีนัยสำคัญอย่างถูกต้อง เพียงพอ ทันเวลา และเท่าเทียมกัน โดยบริษัทได้ส่งเสริมสิทธิของผู้ถือหุ้นดังนี้

    • การดำเนินการก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น
      • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอเรื่องเพื่อบรรจุในระเบียบวาระการประชุมผู้ถือหุ้น และ/หรือเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้าม เพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 รวมระยะเวลา 4 เดือน โดยบริษัทได้ประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการในการพิจารณาดำเนินการ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบผ่านระบบเผยแพร่สารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์ของบริษัท (เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2559) ปรากฏว่า เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวไม่มี ผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องเพื่อบรรจุระเบียบวาระหรือเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการ
      • แจ้งกำหนดวัน เวลา สถานที่ประชุม และระเบียบวาระการประชุมพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในแต่ละเรื่องที่เสนอต่อที่ประชุมอย่างครบถ้วนและเพียงพอ ให้ผู้ถือหุ้นรับทราบก่อนเวลาเปิดทำการของ ตลท. ภาคเช้าของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 ผ่านระบบเผยแพร่สารสนเทศของ ตลท. โดยมติคณะกรรมการบริษัทในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 เห็นชอบให้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ในวันพุธที่ 5 เมษายน 2560 เวลา 14.00 น. ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เลขที่ 999/99 ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีระบบขนส่งมวลชนที่ผู้ถือหุ้นสามารถเดินทางไปเข้าร่วมประชุมได้อย่างสะดวก มีขนาดเหมาะสมสามารถบรรจุผู้เข้าประชุมจำนวนมาก
      • เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 พร้อมเอกสารประกอบการประชุมครบชุดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นการล่วงหน้าไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2560 เป็นเวลา 35 วันก่อนวันประชุม
      • จัดส่งหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบการประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นได้พิจารณาเป็นการล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2560 ก่อนวันประชุม 24 วัน เป็นไปตามข้อกฎหมาย และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่ให้บริษัทจดทะเบียนจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน และ 21 วัน ตามลำดับ โดยในหนังสือเชิญประชุมได้ระบุรายละเอียดวัน เวลา สถานที่ประชุมแผนที่แสดงสถานที่ประชุม ระเบียบวาระการประชุมซึ่งได้จัดเรียงลำดับความสำคัญ ข้อมูลชี้แจงความเป็นมา เหตุผลความจำเป็น และประเด็นสำคัญของแต่ละเรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเพื่ออนุมัติ หรือเพื่อทราบ รวมทั้งได้ระบุความเห็นของคณะกรรมการในแต่ละเรื่องไว้อย่างเพียงพอและชัดเจนครบทุกเรื่อง
      • จัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่นายทะเบียนได้ทราบ เป็นการล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2560 ก่อนวันประชุม 24 วัน (ไม่น้อยกว่า 7 วันตามกฎหมาย) และได้ส่งให้แก่ผู้สอบบัญชีของบริษัทในวันเดียวกัน
      • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามและ/หรือข้อคิดเห็นเพิ่มเติมในเรื่องที่ได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุม และ/หรือข้อเสนอแนะอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นการล่วงหน้าก่อนวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น โดยส่งกลับมาทางไปรษณีย์ หรือทางโทรสาร มายังเลขานุการบริษัท หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มายัง CS@ratch.co.th เพื่อบริษัทจะได้ชี้แจงรายละเอียดหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 โดยบริษัทได้แจ้งรายละเอียดดังกล่าวผ่านระบบเผยแพร่สารสนเทศของ ตลท. เว็บไซต์บริษัท และแจ้งในหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่จัดส่งให้แก่ผู้ถือหุ้นได้รับทราบ ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560 ไม่มีผู้ถือหุ้นส่งคำถามและ/หรือข้อเสนอแนะเป็นการล่วงหน้ามายังบริษัท
      • ประกาศโฆษณาคำบอกกล่าวเชิญประชุมในหนังสือพิมพ์ทั้งฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษระหว่างวันที่ 24-26 มีนาคม 2560 เป็นเวลาติดต่อกัน 3 วัน และไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันประชุม ตามกฎหมาย และข้อบังคับบริษัท
      • แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานประกอบการเข้าร่วมประชุม หนังสือมอบฉันทะและวิธีการมอบฉันทะพร้อมคำแนะนำ รายชื่อกรรมการอิสระและกรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือบุคคลใดๆ ที่ผู้ถือหุ้นประสงค์จะมอบฉันทะให้เข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน แบบฟอร์มลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม และข้อบังคับบริษัทในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้ถือหุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจใช้สิทธิออกเสียงลงมติในแต่ละเรื่อง
    • การดำเนินการในวันประชุมผู้ถือหุ้น
      • จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เลขที่ 999/99 ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ถือหุ้นสามารถเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนไปเข้าร่วมประชุมได้อย่างสะดวก สถานที่ประชุมมีขนาดเหมาะสมสามารถรองรับผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมได้อย่างเพียงพอ เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมตั้งแต่เวลา 12.00 น. (ก่อนเวลาเริ่มประชุม 2 ชั่วโมง) และเริ่มประชุมเวลา 14.00 น. และเลิกประชุมเวลา 16.10 น. ใช้เวลาในการประชุมรวม 2.10 ชั่วโมง โดยผู้ถือหุ้นที่เดินทางมาภายหลังเริ่มการประชุมแล้วสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้อย่างต่อเนื่องจนถึงเวลาเลิกประชุม ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถพิจารณาเลือกว่าจะเข้าร่วมการประชุมตลอดทุกเรื่องหรือจะเข้าร่วมประชุมเฉพาะเรื่องก็ได้ โดยไม่จำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเข้าร่วมการประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่มีการลงมติ
      • จัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการประชุมไว้อย่างครบถ้วน ได้แก่ โสตทัศนูปกรณ์ที่ใช้ในการนำเสนอต่อที่ประชุม ระบบคอมพิวเตอร์ และ Barcode ที่บรรจุข้อมูลเฉพาะของผู้ถือหุ้นแต่ละรายที่ใช้ในการลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมและการนับคะแนนเสียง ทำให้การนับคะแนนเสียงมีความสะดวก รวดเร็ว แม่นยำ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
      • ตรวจสอบเอกสารหลักฐานแสดงตนเพื่อเข้าร่วมประชุมโดยพนักงานที่ประธานกรรมการบริษัทแต่งตั้ง ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบไม่ยุ่งยากซับซ้อน และเป็นไปตามรายละเอียดที่ได้แจ้งต่อผู้ถือหุ้นไว้แล้วในหนังสือเชิญประชุม
      • ประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานที่ประชุมตามข้อบังคับบริษัท โดยเริ่มจากแจ้งให้ที่ประชุมทราบองค์ประชุม และมอบหมายให้เลขานุการบริษัททำหน้าที่จดบันทึกและจัดทำรายงานการประชุม และแนะนำกรรมการ ฝ่ายบริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมาย ที่เข้าร่วมในการประชุม เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมและร่วมตอบข้อซักถามแก่ที่ประชุม
      • แจ้งให้ที่ประชุมทราบวิธีปฏิบัติในการออกเสียงลงคะแนนในแต่ละระเบียบวาระการประชุม เพื่อให้เป็นไปตามข้อพึงปฏิบัติสำหรับการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนของ ตลท. เพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยมีรายละเอียดเช่นเดียวกับที่ได้จัดส่งให้แก่ผู้ถือหุ้นพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมแล้ว รวมถึงวิธีลงคะแนนเสียง การนับคะแนนเสียง และการประกาศมติที่ประชุมในแต่ละระเบียบวาระการประชุม
      • จัดให้มีบัตรลงคะแนนในทุกเรื่องที่เสนอต่อที่ประชุม ซึ่งผู้เข้าประชุมทุกคนได้รับเมื่อลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุม วิธีการที่ใช้ในการออกเสียงลงคะแนนไม่ยุ่งยากซับซ้อน ใช้การยกมือหากไม่เห็นด้วยหรืองดออกเสียง เพื่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทไปรับบัตรลงคะแนน การนับคะแนนเสียงใช้ระบบคอมพิวเตอร์ และ Barcode
      • จัดให้มีที่ปรึกษากฎหมายซึ่งไม่มีส่วนได้เสียเป็นคนกลางร่วมตรวจสอบในเรื่องต่างๆ เพื่อความโปร่งใส ถูกต้อง และครบถ้วน ได้แก่ กระบวนการตรวจสอบเอกสารของผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม องค์ประชุมผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียง วิธีการลงคะแนนและการนับคะแนนเสียงสอดคล้องตรงกับข้อบังคับบริษัท และเป็นไปตามที่ได้แจ้งต่อที่ประชุม ตลอดจนดูแลให้มีการเก็บบัตรลงคะแนนจากผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมทุกราย โดยเฉพาะการพิจารณาเลือกตั้งกรรมการ และตรวจสอบความถูกต้องของผลจากมติที่ประชุม และผลของการลงคะแนนเสียงจากบัตรลงคะแนน
      • ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุม โดยไม่มีการแจ้งข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมอย่างกะทันหันในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ไม่มีการเพิ่มเรื่องเพื่อพิจารณาลงมติหรือเปลี่ยนข้อมูลสำคัญโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เรื่องที่นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
      • ดำเนินการประชุมเป็นไปตามลำดับที่กำหนดในระเบียบวาระการประชุมที่แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุมโดยไม่มีการสลับระเบียบวาระ เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทตระหนักดีถึงความสำคัญและความจำเป็นที่ผู้ถือหุ้นต้องมีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ จึงไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นทุกครั้ง
      • ดำเนินการประชุมในแต่ละระเบียบวาระ โดยเริ่มจากประธานที่ประชุมชี้แจงความเป็นมา เหตุผลความจำเป็น ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และข้อเสนอเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือเพื่อทราบต่อที่ประชุมตามที่ได้แจ้งแก่ผู้ถือหุ้นไว้ในหนังสือเชิญประชุมอย่างครบถ้วนและเพียงพอ หลังจากนั้นประธานที่ประชุมได้ให้เวลาแก่ผู้ถือหุ้นซักถามอย่างเหมาะสม จากนั้นคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารได้ร่วมกันชี้แจงจนเป็นที่เข้าใจชัดเจนก่อนจะขอให้ที่ประชุมลงมติโดยการออกเสียงลงคะแนน
      • แยกพิจารณาระเบียบวาระการเลือกตั้งกรรมการและการพิจารณาอนุมัติกำหนดค่าตอบแทนกรรมการออกจากกัน และจัดให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล และเก็บบัตรลงคะแนนเสียงทุกใบไว้ตรวจสอบและอ้างอิง เพื่อความถูกต้อง และโปร่งใส
      • กำหนดให้ใช้บัตรลงคะแนนเสียงในการออกเสียงลงคะแนนทุกครั้งสำหรับผู้เข้าประชุมทุกราย โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยอำนวยความสะดวกในการประมวลผลการลงคะแนนเสียง
      • ประกาศให้ที่ประชุมทราบรายละเอียดของมติที่ประชุมในระเบียบวาระนั้นๆ ภายหลังการนับคะแนนเสียงเสร็จสิ้นทุกครั้ง โดยแยกประเภทคะแนนเสียงเป็น “เห็นด้วย” “ไม่เห็นด้วย” และ “งดออกเสียง
      • กำหนดให้มีระเบียบวาระการพิจารณาเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาเพิ่มเติมนอกเหนือจากเรื่องที่คณะกรรมการบริษัทบรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุม ซึ่งตามข้อบังคับของบริษัทกำหนดว่า เรื่องที่จะเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาลงมติในการพิจารณาเรื่องอื่นๆ ได้จะต้องเสนอโดยผู้ถือหุ้นที่มีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของบริษัท ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องอื่นๆ เพื่อพิจารณาลงมติ มีเพียงข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของบริษัทที่ได้บันทึกไว้ในรายงานการประชุมแล้วเท่านั้น
      • ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 มีผู้เข้าประชุมประกอบด้วยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมด้วยตนเองและผู้รับมอบฉันทะรวมจำนวน 1,259 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 67.36 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด ครบเป็นองค์ประชุมตามข้อบังคับของบริษัท โดยประธานกรรมการ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมตามข้อบังคับบริษัท
      • คณะกรรมการบริษัททั้งคณะ และคณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะ เข้าร่วมในการประชุมผู้ถือหุ้นครบทุกคน หรือร้อยละ 100 ของคณะกรรมการแต่ละชุด
    • การดำเนินการภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมผู้ถือหุ้น
      • แจ้งมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ผ่านระบบเผยแพร่สารสนเทศของ ตลท. ทันทีหลังเวลาปิดทำการของ ตลท. ภาคเย็นของวันที่ 5 เมษายน 2560 โดยแสดงผลการออกเสียงลงคะแนนในแต่ละเรื่องแยกประเภทคะแนนเสียงเป็น “เห็นด้วย” “ไม่เห็นด้วย” และ “งดออกเสียง” พร้อมแสดงสัดส่วนคะแนนเสียงแต่ละประเภทอย่างชัดเจน
      • จัดทำรายงานการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเลขานุการบริษัท ซึ่งมีสาระสำคัญในแต่ละเรื่องที่เสนอต่อที่ประชุม สรุปประเด็นสำคัญของข้อซักถามของผู้ถือหุ้นและคำชี้แจงของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผู้เข้าประชุม รวมทั้งมติที่ประชุมพร้อมคะแนนเสียงแต่ละประเภท และสัดส่วนคะแนนเสียงของแต่ละเรื่องไว้อย่างชัดเจนและครบถ้วน
      • แจ้งเผยแพร่รายงานการประชุมผ่านระบบเผยแพร่สารสนเทศของ ตลท. และเว็บไซต์ของบริษัทเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 (ก่อนเวลาที่กฎหมายกำหนด: ภายใน 14 วัน นับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้แสดงความคิดเห็นโดยไม่ต้องรอถึงการประชุมครั้งต่อไป ปรากฏว่าภายหลังการเผยแพร่รายงานการประชุมบนเว็บไซต์ของบริษัท ไม่มีผู้ถือหุ้นแจ้งแก้ไข เพิ่มเติม หรือปรับปรุงรายงานการประชุมฉบับดังกล่าว
      • นำส่งรายงานการประชุมซึ่งประธานที่ประชุมลงนามรับรองแล้วให้ ตลท. ก.ล.ต. และนายทะเบียน (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) เพื่อตรวจสอบและอ้างอิง ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2560 (ก่อนเวลาที่กฎหมายกำหนด: ภายใน 14 วัน นับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น)
      • จัดให้มีแบบสำรวจความคิดเห็นจากผู้เข้าประชุมเกี่ยวกับคุณภาพหนังสือเชิญประชุม รายงานประจำปี การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้น การดำเนินการประชุม และการจัดทำรายงานการประชุม และได้รวบรวมข้อเสนอแนะเพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อกิจการและผู้ถือหุ้นมากยิ่งขึ้น
      • ได้คะแนนการประเมินผลคุณภาพการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร้อยละ 96 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยที่ 91.97 โดยในปี 2560 เป็นปีแรกที่ใช้เกณฑ์ประเมินที่ปรับปรุงใหม่
  2. สิทธิในการมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วม ประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน

    บริษัทให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการมอบฉันทะให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนตนก็ได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะให้เป็นไปตามแบบที่นายทะเบียนกำหนด และให้ผู้รับมอบฉันทะยื่นหนังสือมอบฉันทะต่อประธานกรรมการหรือผู้ที่ประธานกรรมการกำหนด ก่อนเข้าประชุม

  3. สิทธิในการได้รับเงินปันผล

    บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรตามงบการเงินรวมหลังหักเงินทุนสำรองตามกฎหมายและเงินสำรองอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกระแสเงินสดของบริษัท ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลตามนโยบายอย่างต่อเนื่องทุกปีนับตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2560 บริษัทกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นและรับเงินปันผล (Record Date) เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 และรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นโดยวิธีปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560 เพื่อสิทธิเข้าประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 วันที่ 5 เมษายน 2560 และสิทธิได้รับเงินปันผลวันที่ 27 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายและข้อบังคับบริษัทที่กำหนดให้จ่ายเงินปันผลภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติ โดยได้ประกาศโฆษณาคำบอกกล่าวจ่ายเงินปันผลในหนังสือพิมพ์ทั้งฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน ระหว่างวันที่ 7 – 9 เมษายน 2560

    เพื่อดูแลและปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น บริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบและติดตามข้อมูลการรับเงินปันผลของผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี พบว่า ยังมีเงินปันผลค้างจ่ายจำนวนหนึ่งที่ผู้ถือหุ้นยังไม่ได้ติดต่อขอรับ และได้ติดต่อผู้ถือหุ้นจากฐานข้อมูลนายทะเบียนหลักทรัพย์ โดยส่งหนังสือแจ้งรายละเอียดสถานะเงินปันผลค้างจ่ายและวิธีดำเนินการเพื่อติดต่อขอรับเงินปันผล และประสานงานเพื่อการออกเช็คเงินปันผลฉบับใหม่กรณีตรวจสอบพบว่าเช็คสูญหายหรือหมดอายุ การดำเนินการเพื่อโอนกรรมสิทธิ์การถือหุ้น และให้ทายาทรับเงินปันผลแทนกรณีผู้ถือหุ้นถึงแก่กรรม

    นอกจากนี้ บริษัทได้เชิญชวนและส่งแบบฟอร์มสมัครใช้บริการโอนเงินปันผลเข้าบัญชีธนาคาร (e-Dividend) ให้แก่ผู้ถือหุ้น เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการรับเงินปันผลในคราวต่อไป ซึ่งปัจจุบันพบว่า ผู้ถือหุ้นมีแนวโน้มเปลี่ยนมาใช้วิธีรับเงินปันผลแบบ e-Dividend เพิ่มมากขึ้น

  4. สิทธิในการเลือกตั้ง ถอดถอน และกำหนด ค่าตอบแทนกรรมการ

    บริษัทกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลงเนื่องจากครบวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้ง และพิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการเป็นประจำทุกปี รายละเอียดปรากฏในโครงสร้างการจัดการ

  5. สิทธิในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนด ค่าตอบแทน

    บริษัทกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนในการสอบบัญชีเป็นประจำทุกปี

  6. สิทธิในการจดทะเบียนเป็นเจ้าของหุ้น การเปลี่ยนมือหรือการโอนสิทธิในหุ้น

    บริษัทมอบหมายให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัท ทำหน้าที่รับฝากหลักทรัพย์ของบริษัท จัดเก็บและดูแลข้อมูลของผู้ถือหุ้นให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ และเป็นผู้ให้บริการแก่ผู้ถือหุ้นที่ถือหลักทรัพย์ของบริษัท เช่น การออกใบหลักทรัพย์ ฝาก/ถอนใบหลักทรัพย์ โอน/รับโอนหลักทรัพย์ และการจ่ายสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อกับ TSD ได้โดยตรงที่ TSD Call Center โทร. 0 2009 9999 หรือสมัครใช้บริการ Investor Portal ซึ่งเป็นระบบบริการข้อมูลผู้ถือหุ้นผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ที่ http://www.set.or.th/tsd/th/investorportal/investorportal.html

  7. สิทธิในการรับทราบข้อมูลข่าวสารที่มีนัยสำคัญ ของบริษัทอย่างถูกต้อง เพียงพอ และทันเวลา

    บริษัทได้ปฏิบัติตามข้อกำหนด หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศและการปฏิบัติการใดๆ ที่เกี่ยวข้องของบริษัทจดทะเบียนอย่างถูกต้องครบถ้วน และทันกาล โดยในรอบปี 2560 ไม่มีกรณีถูกลงโทษจากการไม่นำส่งรายงานตามที่กฎหมายกำหนดหรือนำส่งล่าช้าแต่อย่างใด

    ในปี 2560 ไม่มีเหตุการณ์หรือการปฏิบัติใดๆ อันเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น

2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

 

บริษัทปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ถือหุ้นรายย่อยหรือผู้ถือหุ้นสถาบัน เป็นผู้ถือหุ้นชาวไทยหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ โดยมีการปฏิบัติที่เป็นสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

  1. การเข้าถึงข้อมูลของบริษัท

    บริษัทกำหนดให้ใช้ช่องทางเผยแพร่สารสนเทศของ ตลท. เป็นช่องทางหลัก และกำหนดผู้ทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลของบริษัท ได้แก่ ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ นอกจากนี้ยังจัดให้มีช่องทางติดต่อสื่อสารเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์บริษัท และหน่วยงานที่รับผิดชอบ อาทิ สำนักงานเลขานุการบริษัท ฝ่ายตรวจสอบภายใน ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ และส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเข้าถึงข้อมูลของบริษัทได้อย่างเท่าเทียมกัน

  2. การจัดทำเอกสาร 2 ภาษา

    บริษัทจัดทำข้อมูลและเปิดเผยสารสนเทศทุกรายการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผ่านระบบเผยแพร่สารสนเทศของ ตลท. หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น เอกสารประกอบการประชุม รายงานการประชุม การแจ้งข่าวแก่สื่อมวลชน และข้อมูลบนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าถึงข้อมูลของบริษัทได้อย่างเท่าเทียมกัน

  3. การส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอเรื่องเพื่อ บรรจุในระเบียบวาระการประชุมผู้ถือหุ้น และ/หรือ เสนอชื่อบุคคลเพื่อเป็นกรรมการ

    บริษัทได้ประกาศเชิญชวนผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอเรื่องเพื่อบรรจุในระเบียบวาระการประชุม และ/หรือเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และไม่มีลักษณะต้องห้าม เพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการของบริษัทในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 เป็นการล่วงหน้าระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 รวมระยะเวลา 4 เดือน โดยเผยแพร่สารสนเทศผ่านระบบของ ตลท. และเผยแพร่รายละเอียดหลักเกณฑ์ วิธีการ กระบวนการในการพิจารณา และช่องทางการเสนอเรื่องไว้อย่างชัดเจน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2559 เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว ปรากฏว่า ไม่มีการเสนอเรื่องหรือชื่อบุคคลดังกล่าวจากผู้ถือหุ้น

  4. การมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทน

    บริษัทจัดทำหนังสือมอบฉันทะส่งให้แก่ผู้ถือหุ้นพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม 3 แบบ ตามที่กำหนดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สะดวกหรือไม่สามารถเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นด้วยตนเองให้สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเข้าประชุมและออกเสียงในที่ประชุมแทนได้ ประกอบด้วย

    แบบ ก. เป็นหนังสือมอบฉันทะแบบทั่วไป

    แบบ ข. เป็นหนังสือมอบฉันทะที่กำหนดรายการต่างๆ ที่จะมอบฉันทะที่ละเอียดชัดเจนตายตัว

    แบบ ค. เป็นหนังสือมอบฉันทะที่ใช้เฉพาะกรณีผู้ถือหุ้นเป็นผู้ลงทุนต่างประเทศและแต่งตั้งให้คัสโตเดียน (Custodian) ในประเทศไทยเป็นผู้รับฝากและดูแลหุ้น

    ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นสามารถ Download หนังสือมอบฉันทะทั้ง 3 แบบ จากเว็บไซต์ของบริษัทได้อีกช่องทางหนึ่ง หรือผู้ถือหุ้นจะพิจารณาใช้หนังสือมอบฉันทะแบบอื่น หรือจัดทำขึ้นเองตามความสะดวกและเห็นสมควรก็ได้

    ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 บริษัทได้เสนอชื่อกรรมการอิสระ 3 คน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมข้อมูลของแต่ละคน ระบุการมีหรือไม่มีส่วนได้เสียของแต่ละคนในเรื่องที่บรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุม เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ถือหุ้นพิจารณามอบฉันทะให้เข้าประชุมและออกเสียงแทนได้ ซึ่งมีผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้กรรมการอิสระของบริษัทเข้าร่วมประชุมแทนจำนวน 184 ราย และมอบฉันทะให้กรรมการผู้จัดการใหญ่เข้าประชุมแทนจำนวน 12 ราย

  5. การใช้บัตรลงคะแนนเสียง

    บริษัทกำหนดให้ใช้บัตรลงคะแนนเสียงในการออกเสียงลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้นสำหรับผู้เข้าประชุมทุกราย โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการประมวลผลการลงคะแนนเสียง และมีที่ปรึกษากฎหมายซึ่งเป็นคนกลางร่วมตรวจสอบความถูกต้อง โดยเฉพาะระเบียบวาระการเลือกตั้งกรรมการได้แยกการลงคะแนนเสียงเป็นรายบุคคล และเก็บบัตรลงคะแนนเสียงทุกใบไว้ตรวจสอบและอ้างอิง เพื่อความถูกต้อง และโปร่งใส

  6. การเพิ่มเรื่องเพื่อบรรจุในระเบียบวาระ การประชุม

    ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 บริษัทไม่มีการบรรจุเรื่องเพิ่มเติมในระเบียบวาระ เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นที่ว่า ผู้ถือหุ้นต้องมีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ จึงยึดถือหลักการที่จะไม่มีการเสนอเรื่องใดๆ ที่ไม่ได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุมเพิ่มเติมจากที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุม หากผู้ถือหุ้นมีความจำเป็นก็สามารถเสนอในระเบียบวาระเรื่องอื่นๆ เพื่อพิจารณาได้โดยปฏิบัติตามที่กำหนดในข้อบังคับบริษัท

  7. การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน

    บริษัทได้ดูแลและป้องกันการใช้ข้อมูลภายในตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้กำหนดนโยบาย แนวทางในการเก็บรักษา และป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่นในทางมิชอบไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในจรรยาบรรณ ระเบียบ คำสั่ง และประกาศของบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสีย ได้รับทราบและถือปฏิบัติ โดยได้มอบให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานลงนามรับทราบเมื่อแรกเข้าทำงาน (หรือวันปฐมนิเทศ) และได้เผยแพร่ผ่านระบบสื่อสารภายใน และเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในที่สำคัญสรุปได้ดังนี้

    • ผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีหน้าที่ต้องปกป้องข้อมูลความลับทางธุรกิจของบริษัท และห้ามใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือแนะนำผู้อื่นกระทำ โดยเฉพาะการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท
    • ห้ามเปิดเผย/แสวงหาประโยชน์ในทางมิชอบ/ส่งต่อข้อมูลภายในและ/หรือความลับของบริษัทแก่บุคคลภายนอก หรือผู้ไม่เกี่ยวข้องในทุกรูปแบบ ซึ่งรวมถึงบุคคลในครอบครัว ญาติ พี่น้อง เพื่อน หรือทำให้ประโยชน์ของบริษัทลดลง
    • การให้/แบ่งปันข้อมูลภายในที่เป็นความลับแก่บุคคลภายในบริษัท สามารถทำได้ตามความจำเป็นหรือความเกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการทำงานของบุคคลนั้นๆ เท่านั้น
    • บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารมีหน้าที่รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ภายใน 3 วันนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ และให้แจ้งเลขานุการบริษัทรับทราบ เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงและรายงานสรุปจำนวนหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหารเป็นรายบุคคล และรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททราบในการประชุมคณะกรรมการตามที่ได้กำหนดให้บรรจุระเบียบวาระการรายงานการถือหลักทรัพย์เป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีหน้าที่รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของบริษัทของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท
    • บริษัทได้กำหนดและประกาศ “นโยบายการใช้งานระบบเครือข่ายและคอมพิวเตอร์” ผ่านช่องทางการสื่อสารภายใน และบนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อเป็นข้อปฏิบัติสำหรับการใช้งานระบบเครือข่ายและคอมพิวเตอร์ของบริษัทให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด และสอดคล้องกับข้อกำหนดของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ รวมทั้งได้ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการป้องกันภัยคุกคามระบบเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยสรุปแนวปฏิบัติที่สำคัญดังนี้
      • กำหนดสิทธิเข้าใช้งานโดยใช้รหัสผ่านและต้องเก็บรักษารหัสผ่านเป็นความลับ
      • ให้พนักงานใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเพื่อประโยชน์ในการทำงาน ไม่เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมด้านศีลธรรม ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี หรือละเมิดกฎหมาย
      • ใช้อีเมล อินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่บริษัทอนุญาตตามข้อกำหนดและคำแนะนำการใช้งานอย่างปลอดภัย เพื่อประโยชน์ของบริษัทเท่านั้น
      • ใช้โปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องเท่านั้น
      • เข้าตรวจสอบ ค้นหา ติดตาม สอบสวน และควบคุมการใช้ระบบสารสนเทศให้มีความปลอดภัยตามความจำเป็นและเหมาะสม

      ตลอดปี 2560 ไม่มีการกล่าวโทษกรรมการและผู้บริหารกรณีไม่จัดทำรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทตามข้อกำหนด หรือการใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบ

3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

 
  1. นโยบายเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสีย

    บริษัทยึดหลักการ "ส่งเสริมกำกับดูแลให้มั่นใจว่า สิทธิตามกฎหมายของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ อาทิ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า เจ้าหนี้ พันธมิตร คู่แข่ง ภาครัฐ และชุมชนที่บริษัทตั้งอยู่ ได้รับการคุ้มครองและปฏิบัติด้วยดี" คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน ได้มีการทบทวน และปรับปรุงจรรยาบรรณบริษัทเพื่อใช้เป็นกรอบข้อพึงปฏิบัติในการทำงานของบริษัท กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม โดยได้ประกาศและเผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบอย่างทั่วถึงผ่านช่องทางต่างๆ และเว็บไซต์ของบริษัท สรุปได้ดังนี้

    การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น

    • ดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความเติบโต ผลกำไร และผลตอบแทนที่ดีต่อผู้ถือหุ้น
    • ดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ ซื่อสัตย์สุจริต และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
    • เคารพสิทธิในการรับทราบข้อมูลข่าวสาร และเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ ถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ เท่าเทียม และทั่วถึง
    • ติดตามกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบาย และจรรยาบรรณเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นในการได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน การได้รับข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ การส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญ รับทราบการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท แสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ และติดตามการปฏิบัติของคณะกรรมการ และฝ่ายบริหาร จัดให้มีมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตนของกรรมการและผู้บริหาร และการไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น

    การปฏิบัติต่อพนักงาน

    • ส่งเสริมคุณภาพชีวิต จัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงาน อาชีวอนามัย และความปลอดภัยในการทำงานที่ดี
    • ให้ความสำคัญกับการบริหารและพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรอย่างต่อเนื่องทั่วถึง
    • บริหารจัดการระบบค่าตอบแทน และสวัสดิการที่เหมาะสมและเป็นธรรมเทียบเคียงกับบริษัทชั้นนำทั่วไป
    • แต่งตั้ง โยกย้าย ให้รางวัล และลงโทษด้วยความเสมอภาค เที่ยงธรรม
    • พนักงานสามารถร้องเรียนในกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมตามระบบและกระบวนการที่กำหนด
    • ติดตามกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับเกี่ยวกับพนักงาน

    การปฏิบัติต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

    • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน และให้ความสำคัญในการสื่อสาร
    • สนับสนุนการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
    • ส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น และพัฒนาคุณภาพสังคม
    • สนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม
    • ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

    การปฏิบัติต่อลูกค้า

    • ผลิตและส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบต่อลูกค้า
    • รับประกันสินค้าและบริการภายใต้เงื่อนไขในเวลาที่เหมาะสม
    • เปิดเผยข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการอย่างครบถ้วน ถูกต้อง
    • จัดระบบ และกระบวนการให้ลูกค้าสามารถร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าและบริการ และดำเนินการอย่างดีที่สุด
    • ผู้บริหารและพนักงานทุกคนต้องรักษาความลับของลูกค้า
    • ไม่เรียก ไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับลูกค้า รวมทั้งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการค้าอย่างเคร่งครัด

    การปฏิบัติต่อเจ้าหนี้

    • ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อเจ้าหนี้อย่างเคร่งครัด
    • ไม่เรียก ไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับเจ้าหนี้
    • ให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการแก้ปัญหาการเรียก รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ที่ไม่สุจริตในการค้ากับเจ้าหนี้
    • รายงานข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ตรงเวลา และสม่ำเสมอ
    • แจ้งให้ทราบล่วงหน้ากรณีบริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข

    การปฏิบัติต่อคู่ค้า/ผู้จัดหาสินค้า

    • ยึดหลักประโยชน์สูงสุดของบริษัทโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง
    • ให้โอกาสแก่คู่ค้าหรือผู้จัดหาสินค้าอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
    • มีหลักเกณฑ์การประเมิน คัดเลือกคู่ค้า และรูปแบบสัญญาที่เหมาะสมเป็นสากล
    • มีระบบการจัดการและการติดตามการปฏิบัติตามสัญญาและเงื่อนไขอย่างครบถ้วน
    • ไม่เรียก ไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับคู่ค้าของบริษัท
    • แจ้งให้ทราบล่วงหน้ากรณีบริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข

    การปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า

    • ปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาและหลักสากลของการแข่งขันที่ดี
    • ไม่แสวงหาข้อมูลความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม
    • ไม่กล่าวหาในทางร้ายต่อคู่แข่งทางการค้า โดยปราศจากมูลความจริง
    • ไม่เรียก ไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับคู่แข่งทางการค้า
    • ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้าอย่างเคร่งครัด

    การปฏิบัติต่อพันธมิตรทางธุรกิจ

    • ปฏิบัติตามข้อตกลงและพันธสัญญาอย่างเคร่งครัด
    • ให้ความช่วยเหลือทางธุรกิจในลักษณะที่เอื้ออำนวยผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดยคำนึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและอยู่บนพื้นฐานผลตอบแทนที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
    • ให้ข้อมูลที่เป็นจริง รายงานที่ถูกต้อง การเจรจาแก้ปัญหาตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

    การปฏิบัติต่อภาครัฐ

    • สนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ และปฏิบัติตามนโยบายและหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
    • ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐ
  2. การเคารพสิทธิมนุษยชน

    บริษัทยึดหลักการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายแรงงานและนำเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งสอดคล้องกับอนุสัญญาหรือข้อกำหนดขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) เป็นพื้นฐานในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียสามกลุ่ม ได้แก่ พนักงาน ชุมชน และคู่ค้า โดยบริษัทได้ใช้แนวทางนี้ในการดูแลและคุ้มครองพนักงาน รวมทั้งการจ้างงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการจ้างงานในท้องถิ่น สำหรับชุมชนบริษัทเคารพสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของชุมชนรวมทั้งดูแลความปลอดภัยแก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง จึงมีการสื่อสารระหว่างกันในรูปแบบต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ทางด้านคู่ค้าบริษัทมุ่งเน้นความเป็นธรรมในการปฏิบัติต่อแรงงานของคู่ค้า ดังจะเห็นได้จากการบรรจุประเด็นสิทธิมนุษยชนไว้ในค่านิยมองค์กร "Happiness" การกำหนดแนวปฏิบัติด้านสิทธิมุนษยชนไว้ในจรรยาบรรณบริษัท และการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงานได้ทราบ ถือปฏิบัติ และตระหนักถึงความยั่งยืนของบริษัท เนื่องจากการเผชิญความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียและภาพลักษณ์ของบริษัทได้

  3. การใช้และดูแลทรัพย์สินทางปัญญา

    บริษัทกำหนดให้พนักงานทุกคนมีหน้าที่ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท และใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทเพื่อประโยชน์ของบริษัทเท่านั้น โดยเฉพาะการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการใช้ระบบเครือข่ายและคอมพิวเตอร์และคู่มือการใช้งานระบบการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้นของกลุ่มบริษัท ซึ่งมีการกำหนดบัญชีผู้เข้าใช้งานและรหัสผ่าน การเข้าถึงข้อมูลหรือการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสิ้นสุดเมื่อพ้นสภาพการเป็นพนักงาน และพนักงานต้องเคารพสิทธิ ทรัพย์สินทางปัญญา หลีกเลี่ยงและไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทและผู้อื่น

  4. การบริหารความเสี่ยง

    บริษัทให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง โดยคณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง” เป็นผู้รับผิดชอบ และกำหนดให้มีการพิจารณาและดำเนินการอย่างรอบคอบ ด้วยความระมัดระวัง รวมถึงจัดให้มีมาตรการป้องกันหรือเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดและประกาศเผยแพร่ "นโยบายการบริหารความเสี่ยง" ผ่านช่องทางการสื่อสารภายใน และเว็บไซต์บริษัท สรุปได้ดังนี้

    นโยบายการบริหารความเสี่ยง

    • ส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง
    • ให้มีกระบวนการ แนวทาง และมาตรการบริหารความเสี่ยงที่มีคุณภาพ เหมาะสม และเพียงพอ
    • ให้มีการวัดผลความเสี่ยงทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ
    • ให้มีการกำหนดเพดานความเสี่ยง และกำหนดเหตุการณ์หรือระดับความเสี่ยงที่เป็นสัญญาณเตือนภัย (Warning Sign)
    • ให้มีระเบียบการปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษร

    แนวปฏิบัติด้านการบริหารความเสี่ยง

    กำหนดให้มีการระบุปัจจัยเสี่ยง กำหนดมาตรการในการจัดการและควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยมีการทบทวนและประเมินผลด้านการบริหารความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยให้ความสำคัญกับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า และรายการผิดปกติต่างๆ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ แผนงาน และวิธีการบริหารจัดการได้อย่างทันท่วงที และให้รายงานคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัททราบตามลำดับ เป็นประจำทุกไตรมาส (รายละเอียดเปิดเผยในรายงานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โครงสร้างการจัดการ และปัจจัยความเสี่ยง)

  5. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

    บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ตลอดจนยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและเจตนารมณ์ของบริษัทที่มุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ โดยได้เข้าร่วมในโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption : “CAC”)” ตั้งแต่ปี 2559

    เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีความแน่วแน่ในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และจะไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินธุรกิจกับภาครัฐหรือภาคเอกชน และห้ามบุคลากรทุกคนของบริษัทตั้งแต่คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงาน เรียกรับ ดำเนินการหรือยอมรับการทุจริตและคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบายกรอบการดำเนินการต่อต้านการทุจริต และการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตและระบบการควบคุมภายใน รวมทั้งได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ แนวปฏิบัติ และข้อกำหนดในการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนในการป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชั่นในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อนำพาองค์กรไปสู่การพัฒนาและดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้มีการสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ อย่างเหมาะสม ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม คณะกรรมการตรวจสอบ และฝ่ายบริหาร ในฐานะผู้นำองค์กรที่จะต้องแสดงบทบาทและจุดยืนในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นให้แก่บุคลากรของบริษัท พันธมิตรทางธุรกิจ และสาธารณชน เกิดความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท

    นโยบายการต่อต้านการทุจริต

    1. จัดให้ดำเนินการส่งเสริมวัฒนธรรมการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น
    2. จัดให้ดำเนินการกำหนดหลักกการ กระบวนการ และแนวทางในการปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินธุรกิจ
    3. จัดให้มีระบบการควบคุมภายในด้านความเสี่ยงจากการทุจริตและคอร์รัปชั่น
    4. จัดให้ดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบและการกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นอย่างเหมาะสม
    5. ให้มีการกำหนดระเบียบปฏิบัติและการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นเป็นลายลักษณ์อักษร

    การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการทุจริต

    มาตรการในการป้องกันการทุจริต 5 กิจกรรมหลัก

    • การประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริต กำหนดให้มีการระบุความเสี่ยง วิเคราะห์ผลกระทบ โอกาส และความรุนแรง และพิจารณาการควบคุมภายในและมาตรการที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงด้านการทุจริต
    • การจัดทำ ปรับปรุงและทบทวนนโยบายระเบียบ คำสั่ง และจรรยาบรรณบริษัท อย่างสม่ำเสมอ และสื่อสารให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจและปฏิบัติตามนโยบายและวิธีการในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นของบริษัทอย่างเคร่งครัด
    • การสื่อสารและอบรม ให้จัดทำแผนการสื่อสารและการจัดอบรมประจำปี ช่องทาง ความถี่ เนื้อหา และการดำเนินการเพื่อให้เกิดประสิทธิผลทั้งต่อภายในและภายนอกองค์กร โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้ปฏิบัติงานตระหนักถึงความสำคัญ การมีส่วนร่วมในการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตของบริษัท ความโปร่งใส และความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของบริษัทในทุกระดับ เพื่อสื่อสารไปยังพันธมิตรธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย

      ปี 2560 ได้ดำเนินการจัดอบรมหลักสูตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ครอบคลุมเนื้อหาหลัก ได้แก่ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชั่น การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น การให้และรับของขวัญและของที่ระลึก การช่วยเหลือทางการเมือง การบริจาคเพื่อการกุศล และให้เงินสนับสนุน การเลี้ยงรับรอง การบริหารความเสี่ยงด้านทุจริต และการแจ้งเบาะแสการทุจริต และมีการทดสอบและประเมินความตระหนักรู้และความเข้าใจและยึดถือปฏิบัติเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นอย่างถูกต้องผ่านระบบ e-learning ระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2560 มีผู้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 89 นอกจากนี้ได้ดำเนินการประกาศ เผยแพร่ และแจ้งหนังสืออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น ไปยังพันธมิตรทางธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

    • การสอบทานประวัติบุคลากรและผู้มีส่วน ได้เสียทางธุรกิจก่อนการจ้างและก่อนการเริ่มสัญญา หรือธุรกรรมระหว่างกัน โดยการดำเนินการจะต้องกระทำภายใต้การได้รับการยินยอมและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    • การควบคุมภายใน ให้ทุกหน่วยงานของบริษัทกำหนดขั้นตอนการทำงานและการควบคุมภายในเป็นลายลักษณ์อักษร แบ่งแยกหน้าที่รับผิดชอบในทุกขั้นตอนอย่างชันแจน และมีการทบทวนปรับปรุงอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง

    การติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตาม นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

    • กำหนดกลไกการแจ้งเหตุเบาะแสและการรายงานการทุจริตอย่างชัดเจน จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน เพื่อคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสไม่ให้หถูกทำร้ายหรือข่มขู่ในภายหลัง รวมทั้งขั้นตอนในการรายงานการทุจริตไว้ในหัวข้อ 3.6 การร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส
    • กำหนดผู้รับผิดชอบในการดำเนินการติดตามการปฏิบัติตามนโยบายด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในแต่ละด้านไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
    • กำหนดให้คณะทำงานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทำหน้าที่ติดตามกำกับดูแล รวบรวมผลการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริต และติดตามการดำเนินงานตามแผนจัดการความเสี่ยง และรายงานให้ฝ่ายบริหาร คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการหรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรับทราบอย่างสม่ำเสมอ

      คณะกรรมการตรวจสอบกำกับดูแลและสอบทานความครบถ้วนเพียงพอของกระบวนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ผ่านฝ่ายตรวจสอบภายใน และรายงานให้คณะกรรมการบริษัททราบ ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ สรุปได้ดังนี้
      • สอบทานนโยบาย ขั้นตอนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการทุจริต รวมถึงการประเมินความเพียงพอของการควบคุมภายในเพื่อป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชั่นที่อาจจะเกิดขึ้น
      • กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบภายในและการกำกับดูแลการดำเนินงานให้ครอบคลุมด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามนโยบายของบริษัทอย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
      • สอบทานการต่อต้านการทุจริตในด้านนโยบายการสื่อสารและอบรมให้พนักงานทุกคน รวมถึงบุคคลภายนอกและผู้เกี่ยวข้องทางธุรกิจรับทราบและถือปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายและหลักการต่างๆ
      • สอบทานการปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง และจรรรยาบรรณบริษัทว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น การให้และรับของขวัญและของที่ระลึก เงินบริจาคเพื่อการกุศล และเงินสนับสนุน ค่ารับรอง การบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริต เป็นต้น
      • กำหนดแผนการตรวจสอบประจำปีเพื่อสอบทานการบริหารความเสี่ยงด้านทุจริตคอรัปชั่นของบริษัทให้เป็นไปตามเกณฑ์หรือมาตรการที่กำหนด

      ในปี 2560 ไม่พบประเด็นการกระทำผิดด้านการทุจริตหรือการทำผิดด้านจริยธรรม รวมถึงไม่มีกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารลาออกเนื่องจากประเด็นเรื่องการกำกับดูแลกิจการแต่อย่างใด

  6. การร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส

    บริษัทได้จัดช่องทางการร้องเรียนและแจ้งเบาะแส สำหรับผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบหรือมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจาการดำเนินงานของบริษัท หรือจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารและพนักงาน เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ รวมถึงพฤติกรรมที่ส่อถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยสามารถสอบถาม ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชั่น ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งที่สะดวกหรือเหมาะสม ดังต่อไปนี้

    ผู้รับแจ้งเบาะแส
    ช่องทางในการแจ้งเบาะแส
    ทางอีเมล์
    ทางไปรษณีย์
    ประธานกรรมการ หรือกรรมการบริษัท (รวมถึงกรรมการอิสระ) directors@ratch.co.th จ่าหน้าซองถึงผู้รับแจ้งเบาะแสรายใดรายหนึ่ง บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 8/8 หมู่ที่ 2 ถนนงามวงศ์วาน ตำบลบางเขน อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000
    กรรมการผู้จัดการใหญ่ ceo@ratch.co.th
    ผู้บังคับบัญชา อีเมลของผู้บังคับบัญชารายนั้น
    ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน internalaudit@ratch.co.th

    กระบวนการดำเนินการเมื่อได้รับข้อร้องเรียน

    1. ผู้รับเรื่องร้องเรียนรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณด้วยตนเองหรือมอบหมายให้บุคคลที่มีความเหมาะสมดำเนินการ
    2. นำเสนอกรรมการผู้จัดการใหญ่ พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
    3. คณะกรรมการสอบสวนรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยการสัมภาษณ์ และ/หรือการตรวจสอบเอกสาร
    4. คณะกรรมการสอบสวนประมวลผลและตัดสินข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาขั้นตอนและวิธีการจัดการที่เหมาะสม
    5. คณะกรรมการสอบสวนกำหนดมาตรการแก้ไข และบรรเทาความเสียหายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ และรายงานต่อกรรมการผู้จัดการใหญ่ เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการบริษัททราบ
    6. คณะกรรมการสอบสวนรายงานผลลัพธ์ให้ผู้ร้องเรียนทราบ กรณีผู้ร้องเรียนเปิดเผยตนเอง

    สำหรับภายในองค์กร บริษัทได้กำหนดแนวทาง และกระบวนการร้องทุกข์ของพนักงานที่เห็นว่ามีการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งการคุ้มครองผู้ร้องทุกข์ไม่ให้ถูกเลิกจ้าง หรือถูกลงโทษกรณีให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานเกี่ยวกับการร้องทุกข์ และ/หรือเป็นผู้พิจารณาคำร้องทุกข์ด้วยสุจริตใจ แม้จะเป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อบริษัทไว้ในระเบียบว่าด้วยการบริหารงานบุคคล หมวดการอุทธรณ์และร้องทุกข์ไว้ด้วย

    นอกจากนี้ บริษัทยังจัดช่องทางการสื่อสารอื่นๆ สำหรับรับแจ้งข้อร้องเรียน ข้อคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาบริษัท ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือติดต่อเลขานุการบริษัท หน่วยงานประชาสัมพันธ์ หน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ หรืออาจใช้ช่องทางอื่นที่เห็นว่าเหมาะสมอย่างใดอย่างหนึ่ง

    หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน
    ช่องทางเลือกในการแจ้งข้อร้องเรียน
    ทางอีเมล์
    ทางไปรษณีย์
    เลขานุการบริษัท CS@ratch.co.th จ่าหน้าซองถึงหน่วยงานรับแจ้งข้อร้องเรียนรายใดรายหนึ่ง บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 8/8 หมู่ที่ 2 ถนนงามวงศ์วาน ตำบลบางเขน อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000
    ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ PR@ratch.co.th
    ฝ่ายตรวจสอบภายใน internalaudit@ratch.co.th
    ส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ IR@ratch.co.th
  7. การรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการ และผู้บริหาร

    คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารของบริษัทต้องจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสียของตนและบุคคลที่เกี่ยวข้องตามรายละเอียดใน "แบบรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร" ส่งให้เลขานุการบริษัทจัดเก็บ และจัดส่งสำเนาให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบเป็นประจำทุกปี และรายงานเพิ่มเติมทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ข้อมูลการมีส่วนได้เสียเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ สำหรับเป็นข้อมูลแก่คณะกรรมการบริษัทในการพิจารณาผู้มีส่วนได้เสียซึ่งไม่มีสิทธิออกเสียงในการทำธุรกรรมของบริษัทที่มีหรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์และทำให้สามารถตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของบริษัทโดยรวม

  8. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน

    คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดและประกาศนโยบายเกี่ยวกับสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน การให้ความสำคัญในการสื่อสาร การสนับสนุนการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น และสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม มาอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากการดำเนินการในทุกกระบวนการและช่วงเวลาของการพัฒนาและดำเนินโครงการของบริษัท กล่าวคือ ในช่วงการพัฒนาโครงการได้มีการศึกษารายละเอียดข้อมูลเบื้องต้นทางด้านเทคนิคควบคู่ไปกับการศึกษาข้อมูลสภาพเศรษฐกิจ สังคม ขนบธรรมเนียม และวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อจัดทำแผนงานการมีส่วนร่วมของชุมชนและข้อมูลหลักในการสื่อสารของโครงการ การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความเข้าใจโครงการและการประชุมรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในเรื่องต่างๆ ภายใต้ข้อกำหนดของหน่วยงานราชการ และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างงานก่อสร้างโครงการมีการสื่อสารทำความเข้าใจให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงาน และนโยบายการดำเนินงานของบริษัทฯ กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง จนถึงช่วงที่โครงการมีการดำเนินงานแล้วก็ยังคงมีการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอกับชุมชน มีการรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาปรับปรุงกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการที่สำคัญ ได้แก่ การจัดให้มี "คณะกรรมการผู้ตรวจการสิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าราชบุรี" ของบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากชุมชน ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจังหวัด ทำหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบการดำเนินการของโรงไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าราชบุรี ตามที่ระบุในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเป็นองค์กรกลางในการติดต่อประสานงานกับโรงไฟฟ้า รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง ปัญหาหรือประเด็นที่อาจเป็นปัญหา ข้อเสนอแนะจากชุมชน ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญอีกทางหนึ่งในการมีส่วนร่วมของชุมชนในการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีระบบ และต่อเนื่อง

  9. การทำรายการที่มีหรืออาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์

    คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดแนวทางในการจัดการเรื่องการมีส่วนได้เสียอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ไว้ในระเบียบบริษัทว่าด้วยคณะกรรมการบริษัทว่า ในการออกเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใด ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ซึ่งได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการประชุมคณะกรรมการบริษัทมาโดยตลอด ทั้งนี้โดยคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรการในการจัดการและป้องกันความขัดแย้งของผลประโยชน์ รวมถึงการกำกับดูแลการดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความสมเหตุสมผล รวมทั้งให้มีการปฏิบัติและการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์โดยรวมของบริษัท

    คณะกรรมการบริษัท โดยการพิจารณากลั่นกรองและเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ ได้กำกับดูแลให้การเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทและบริษัทย่อย เป็นไปเพื่อประโยชน์โดยรวมของบริษัท และบริษัทย่อย โดยพิจารณาความสมเหตุสมผลทั้งในด้านราคาและเงื่อนไขที่ปฏิบัติเช่นเดียวกันหากทำรายการกับธุรกิจทั่วไปอื่นๆ และให้มีการเปิดเผยการเข้าทำรายการให้ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องและเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้กรรมการผู้จัดการใหญ่มีอำนาจอนุมัติการทำรายงานเกี่ยวโยงกันที่เป็นรายการธุรกิจปกติหรือรายการสนับสนุนธุรกิจปกติที่มีเงื่อนไขและข้อตกลงทางการค้าในลักษณะโดยทั่วไป ในวงเงินไม่เกินครั้งละ 30 ล้านบาท และให้รายงานสรุปการทำธุรกรรมดังกล่าวในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 89/12 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

  10. มาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย

    บริษัทส่งเสริมให้กลุ่มบริษัทนำมาตรฐานการดำเนินงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล อาทิ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ISO 14001 มาตรฐานการจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย OHSAS 18001 รวมถึงมาตรฐานต่างๆ ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าใช้งานในโรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัท และมีการติดตามตรวจสอบระบบมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง อาทิ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในภาคเอกชนที่ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "โครงการขยายผลการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟตุพริ้นท์ขององค์กรในภาคอุตสาหกรรมระยะที่ 5" ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และสถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบหลักการและวิธีการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเตรียมความพร้อมรับการทวนสอบและรับทราบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าหลัก อาทิ โรงไฟฟ้าราชบุรี และโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ และนำผลที่ได้มาต่อยอดการดำเนินงานและใช้เป็นข้อมูลปีฐานในการจัดทำแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทในอนาคต และใช้ประกอบการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมตามแนวทางการดำเนินงานของประเทศ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ในปี ค.ศ. 2020 ต่อไป

  11. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

    บริษัทให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ที่มาปฏิบัติงานกับบริษัทโดยเฉพาะภายในบริเวณบริษัท โดยจัดอบรมและให้ความรู้ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักต่อหน้าที่ในการดำเนินงาน และการปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะทำงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นผู้ทำหน้าที่ติดตาม และประเมินผล รวมทั้งหาแนวทางป้องกันและแก้ไขให้ปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาวการณ์ และรู้คุณค่าของการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สอดคล้องกับนโยบายและจรรยาบรรณบริษัทที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดและประกาศเผยแพร่และสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งภายในบริษัท และบนเว็บไซต์ของบริษัท สรุปดังนี้

    นโยบายและแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

    • ส่งเสริมและพัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานตามมาตรฐานสากล สอดคล้องกับกฎหมาย และข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
    • ดำเนินการเพื่อควบคุมและป้องกันความสูญเสียในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย โดยถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงานทุกคนในการรายงานอุบัติเหตุ หรืออุบัติการณ์ ตามขั้นตอนที่กำหนด
    • จัดให้มีการประชาสัมพันธ์และสื่อสาร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเผยแพร่ให้ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทราบและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
    • กรณีพบการปฏิบัติใดไม่ปลอดภัย ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด มาตรฐาน หรืออาจมีผลกระทบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้ยุติการปฏิบัติงานเท่าที่ทำได้ชั่วคราว และแจ้งผู้เกี่ยวข้องตามลำดับเพื่อดำเนินการแก้ไข
    • ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจังและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    ในปี 2560 บริษัทได้ดำเนินการตรวจติดตามการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เป็นไปตามแผนงานและตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งมีการประชุมร่วมกันทั้งสิ้น 12 ครั้ง มีการดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่สำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน สรุปได้ดังนี้

    • ฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ ประจำปี 2560 ร่วมกับหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ สำนักงานของบริษัท เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2560
    • จัดการอบรมหลักสูตรด้านความปลอดภัยต่างๆ ให้แก่พนักงานและผู้เกี่ยวข้อง อาทิ หลักสูตรคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2560 มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 31 คน หลักสูตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพด้วยเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (AED) เมื่อวันที่17 กรกฎาคม 2560 มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 33 คน หลักสูตรวิธีการใช้งานอุปกรณ์หน้ากากกันควันส่วนบุคคลเพื่อการอพยพหนีไฟ ระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2560 พร้อมแจกอุปกรณ์ให้ผู้เข้ารับการอบรมและผู้เกี่ยวข้องจำนวน 252 คน
    • จัดนิทรรศการ RATCH Go Green@Work 2017 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 129 ราย ในงานมีกิจกรรมตรวจสุขภาพเบื้องต้น In Body การจัดบอร์ดนิทรรศการและเกมส์ให้ความรู้กับพนักงานเกี่ยวกับโรค NCDs กิจกรรมนวดดัดจัดสรีระเพื่อรักษาอาการ Office Syndrome การปลูกผักปลอดสารพิษ การทำอาหารคลีน เป็นต้น
    • พิจารณาและกำหนดแผนการดำเนินงาน ปี 2561 ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด การปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของบริษัท การปฏิบัติเพื่อรักษาสถิติอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident ) การดูแลสุขภาพพนักงานในเชิงรุก และการเตรียมความพร้อมเข้าประกวดสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

    จากการดำเนินงานด้วยความมุ่งมั่นและปฏิบัติตามนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างเคร่งครัด ทำให้บริษัทปฏิบัติงานโดยไม่มีอุบัติเหตุจากการทำงานถึงขั้นสูญเสียเวลาทำงานและมีจำนวนชั่วโมงการทำงานสะสม 2,022,770 ชั่วโมง ส่งผลให้บริษัทได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณระดับทองแดงจากการเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ประจำปี 2560 หรือ Zero Accident Campaign 2017 ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน

    สถิติอุบัติเหตุ อัตราการหยุดงาน และอัตราการเจ็บป่วยจากการทำงาน ปี 2560

    รายการ จำนวน
    สถิติอุบัติเหตุ 0 ครั้ง
    อัตราการบาดเจ็บ (Injury rate; IR) 0 ราย
    อัตราการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน (Occupational disease rate) 0 ราย
    อัตราการขาดงาน (Absentee rate) 1.40 %

4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

 
  1. ประเภทของข้อมูลที่ทำการเปิดเผย

    ข้อมูลที่เปิดเผย มีทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน เป็นข้อมูลรายงานตามรอบระยะเวลาบัญชี (Periodic Report) และข้อมูลที่เปิดเผยตามเหตุการณ์ (Non-Periodic Report) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารมีความถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ และทันกาล และผู้รับสารสามารถใช้ข้อมูลในการพิจารณาตัดสินใจลงทุนได้ ในรอบปี 2560 บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศสรุปได้ ดังนี้

    การรายงานสารสนเทศ ปี 2560 ครั้ง
    การเปิดเผยสารสนเทศประเภทที่ต้องรายงานตามรอบระยะเวลาบัญชี (Periodic Reports) 35
    การเปิดเผยสารสนเทศตามเหตุการณ์ (Non-Periodic Reports) 34
    การประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ 4
    การพบนักลงทุนในประเทศ (Company Visit) 50
    การพบนักลงทุนในประเทศ (Roadshow) 1
    การพบนักลงทุนต่างประเทศ (Roadshow) 1
    การแถลงข่าวผลประกอบการ และการดำเนินงานสำคัญของบริษัท 5
    การมีส่วนร่วมของสื่อมวลชนในกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัท 6
    การส่งข่าวและภาพข่าวประชาสัมพันธ์ให้แก่สื่อมวลชน 24
    การนำผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเข้าเยี่ยมชมกิจการทั้งในและต่างประเทศ 1
    การจัดนิทรรศการ 4
    การสัมภาษณ์ผู้บริหาร 4
    สถิติการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท (เฉลี่ยต่อเดือน) (วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 รวมทั้งสิ้น 209,392 ครั้ง) 17,449
  2. คุณภาพของข้อมูล

    คุณภาพของข้อมูล หมายถึง ความถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วน เพียงพอ เป็นปัจจุบัน ทันเวลา โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ข้อมูลและสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทที่ทำการเปิดเผยมีทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน ลักษณะข้อมูลไม่ใช่ข้อมูลด้านเดียว แต่มีทั้งข้อมูลเชิงบวกและเชิงลบ การเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง อาทิ การเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญให้ทราบโดยทันที การเผยแพร่สารสนเทศต่อประชาชนโดยทั่วถึง การชี้แจงกรณีที่มีข่าวลือหรือข่าวสารต่างๆ การดำเนินการเมื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดจากภาวะปกติ ไม่ทำการเปิดเผยในเชิงส่งเสริมโดยไม่มีเหตุอันควร และการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทโดยบุคคลภายใน เป็นต้น ในขณะเดียวกันการเปิดเผยข้อมูลต้องไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายจนเกินไปให้แก่บริษัท และไม่ทำให้บริษัทสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้วยเช่นกัน ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ได้กล่าวไว้ในหัวข้อสิทธิของผู้ถือหุ้น รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชีซึ่งมีความเห็นเกี่ยวกับคุณภาพรายงานทางการเงินของคณะกรรมการตรวจสอบที่ได้แสดงไว้ในรายงานประจำปีและรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ

    นอกจากการเปิดเผยสารสนเทศที่มีคุณภาพต่อบุคคลภายนอกจะสะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสในการดำเนินงานของบริษัทแล้ว ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งเสริมความเชื่อมั่นและความมั่นใจของผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยคณะกรรมการบริษัทได้ทำหน้าที่กำกับดูแลและติดตามให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการตามที่กำหนดไม่เพียงแต่การเปิดเผยสารสนเทศในระดับขั้นต่ำที่กฎหมายหรือข้อบังคับกำหนดเท่านั้น แต่ยังให้เน้นความสำคัญและความเสมอภาคของผู้ลงทุนในการรับรู้สารสนเทศอีกด้วย

  3. ช่องทางการเปิดเผยข้อมูล

    บริษัทใช้ช่องทางการเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของ ตลท. เป็นช่องทางหลัก นอกจากนั้น ได้จัดให้มีเว็บไซต์ การแถลงข่าวผลประกอบการ การประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ การส่งข่าวแก่สื่อมวลชน การพบนักลงทุนในประเทศและในต่างประเทศ และกิจกรรมอื่นๆ ดังรายละเอียดที่ปรากฏในประเภทของข้อมูลที่ทำการเปิดเผย

    บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศที่สำคัญ โดยคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารได้มีการตรวจสอบติดตามให้มีการปฏิบัติตามหลักการและกฎเกณฑ์ที่กำหนด และบังคับใช้อย่างเคร่งครัดโดยกำหนดหน่วยงานและผู้รับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลในเรื่องต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งพัฒนาช่องทางการสื่อสารเพื่อให้ข้อมูลที่เปิดเผยมีคุณภาพ ดังนี้

    • ผู้รับผิดชอบการเปิดเผยข้อมูล
      บริษัทได้กำหนดผู้มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศของบริษัท ได้แก่ ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยมีหน่วยงานต่างๆ รับผิดชอบการจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี้ี้
      หน่วยงาน การจัดทำข้อมูล/เอกสาร หน่วยงาน การจัดทำข้อมูล/เอกสาร
      สำนักงานเลขานุการบริษัท การจัดทำเอกสารการเปิดเผยสารสนเทศผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของ ตลท. การจัดทำรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และเป็นผู้ประสานงานกับ ตลท. และ ก.ล.ต.
      ฝ่ายประมวลบัญชี ฝ่ายกำกับและวิเคราะห์บัญชี การจัดทำเอกสารเปิดเผยข้อมูลรายงานทางการเงิน และคำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของฝ่ายบริหาร
      ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ การจัดทำเอกสารเปิดเผยข้อมูลและข่าวสารแก่สื่อมวลชน และการจัดการแถลงข่าวของบริษัท
      ส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ แบบรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และการจัดการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์
    • ช่องทางการสื่อสาร บริษัทยึดหลักการเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ผ่านช่องทางการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ อย่างเหมาะสม มีลักษณะครอบคลุมทั้งการสื่อสารทางเดียวและการสื่อสารสองทาง โดยข้อมูลที่ทำการเผยแพร่จัดทำเป็นสองภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และทำการเผยแพร่ออกไปพร้อมกันผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของ ตลท. เป็นช่องทางหลักในการเปิดเผยข้อมูล เว็บไซต์ของบริษัท (www.ratch.co.th) เพื่อขยายโอกาส เพิ่มความสะดวกในการเผยแพร่ข้อมูล และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ในการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้สนใจทั่วไป และสาธารณชน การจัดการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ การพบนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ การแถลงข่าวผลประกอบการประจำไตรมาสและประจำปี การจัดส่งข่าวและภาพข่าวกิจกรรมของบริษัทให้แก่สื่อมวลชน การสัมภาษณ์ผู้บริหาร การจัดนิทรรศการ การนำผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เข้าเยี่ยมชมกิจการ และการจัดกิจกรรมสัมพันธ์กับสื่อมวลชน เป็นต้น
    • งานนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทได้จัดให้มี “ส่วนนักลงทุนสัมพันธ์” เป็นหน่วยงานประจำที่มีหน้าที่รับผิดชอบการติดต่อสื่อสารและให้บริการข้อมูล ข่าวสาร และจัดกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนทั่วไป นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม รวมถึงการจัดทำแผนงานนักลงทุนสัมพันธ์ประจำปี ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเข้าร่วมในการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ โดยที่กรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องเป็นผู้แถลงผลการดำเนินงานให้ข้อมูลเพิ่มเติมและชี้แจงตอบข้อซักถามในการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ รวมทั้งการพบนักลงทุนทั้งในประเทศและในต่างประเทศ สำหรับการติดต่อส่วนนักลงทุนสัมพันธ์สามารถทำได้โดยส่งเอกสารทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของบริษัท ทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2794 9841 ทางโทรสารหมายเลข 0 2794 9888 ต่อ 9841 เว็บไซต์ของบริษัทที่ www.ratch.co.th และทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ IR@ratch.co.th
    • การเปิดเผยนโยบายและการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

      คณะกรรมการบริษัทได้เปิดเผยการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับกรรมการและผู้บริหาร รวมทั้งเปิดเผยค่าตอบแทนกรรมการเป็นรายบุคคลและแยกประเภทของค่าตอบแทน และค่าตอบแทนของผู้บริหารแยกประเภทค่าตอบแทน นอกจากนี้ในรายงานประจำปีฉบับนี้ยังได้เพิ่มเติมการเปิดเผยค่าตอบแทนโดยรวมของพนักงานไว้ด้วย (รายละเอียดตามที่ปรากฏในโครงสร้างการจัดการ)

5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

 
  1. โครงสร้างคณะกรรมการ
    • องค์ประกอบและคุณสมบัติ (รายละเอียดปรากฏในโครงสร้างการจัดการ)
    • ความเป็นอิสระของประธานกรรมการ
      ประธานกรรมการเป็นกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร แม้ว่าประธานกรรมการจะเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คือ กฟผ. ซึ่งถือหุ้นร้อยละ 45 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท แต่คณะกรรมการของบริษัท ประกอบด้วย กรรมการอิสระจำนวน 6 คน จากกรรมการทั้งหมดจำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 50 หรือกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงสามารถมั่นใจได้ว่ากรรมการได้มีการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้น มีการถ่วงดุลและสอบทานที่เหมาะสม ประธานกรรมการได้ปฏิบัติหน้าที่การเป็นประธานอย่างเป็นอิสระ ไม่ครอบงำหรือชี้นำความคิดในระหว่างการอภิปราย และส่งเสริมให้กรรมการทุกคนได้มีโอกาสร่วมอภิปรายและแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่โดยให้เวลาอย่างเพียงพอและเหมาะสมเพื่อให้ได้มติที่ประชุมในการพิจารณาตัดสินใจเรื่องต่างๆ
    • การแยกตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่
      ประธานกรรมการไม่ใช่บุคคลเดียวกับกรรมการผู้จัดการใหญ่และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายบริหาร มีการแบ่งแยกตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ออกจากกัน ก่อให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจที่เหมาะสม ไม่ให้คนใดคนหนึ่งมีอำนาจโดยไม่จำกัด และมีการกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยประธานกรรมการเป็นผู้นำและมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเรื่องนโยบายของบริษัท อันเป็นผลมาจากการประชุมคณะกรรมการบริษัท ที่ได้พิจารณาและกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจร่วมกับฝ่ายบริหาร เป็นผู้นำประชุมคณะกรรมการบริษัท ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลโดยการสนับสนุนให้กรรมการทุกคนได้มีส่วนร่วมในการประชุมและแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ ให้การสนับสนุนและให้คำแนะนำในการดำเนินธุรกิจของฝ่ายบริหารผ่านทางกรรมการผู้จัดการใหญ่อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ก้าวก่ายในงานประจำอันเป็นภาระความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร ในขณะที่กรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหารเพียงคนเดียวของบริษัท เป็นเจ้าหน้าที่สูงสุดของฝ่ายบริหารของบริษัท บทบาทและอำนาจหน้าที่แสดงในโครงสร้างการจัดการ
    • การดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่น
      ไม่มีกรรมการรายใดของบริษัทที่ดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนเกินกว่า 3 บริษัท ซึ่งสอดคล้องกับระเบียบบริษัทว่าด้วยคณะกรรมการบริษัท และข้อเสนอแนะของ ตลท. ในการพิจารณาประสิทธิภาพและการอุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการของบริษัท ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของกรรมการรายบุคคลได้จากประวัติกรรมการซึ่งเปิดเผยในหัวข้อโครงสร้างการจัดการ
      นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไม่ได้เป็นกรรมการในบริษัทอื่นที่นอกเหนือจาก บริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุนของบริษัท ส่วนกรรมการและผู้บริหารรายอื่นของบริษัทนั้น คณะกรรมการบริษัท ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบการเป็นกรรมการและ ผู้บริหารในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุนของบริษัท โดยสอดคล้องกับความรู้ความสามารถและภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ
      คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลบริษัทย่อย บริษัทในเครือและบริษัทร่วมทุน ประกอบด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งและหน้าที่ของผู้แทนของบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในกิจการที่บริษัทเข้าลงทุนไว้อย่างชัดเจน เพื่อถ่ายทอดนโยบายของคณะกรรมการบริษัท และรายงานการดำเนินงานของกิจการเหล่านั้น (รายละเอียดผู้แทนบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทย่อย และบริษัทร่วมปรากฏในข้อมูลการดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารในหัวข้อโครงสร้างการจัดการ)
    • การสรรหากรรมการ
      (รายละเอียดเปิดเผยไว้ในโครงสร้างการจัดการ)
    • เลขานุการคณะกรรมการและเลขานุการบริษัท
      (รายละเอียดเปิดเผยไว้ในโครงสร้างการจัดการ)
  2. คณะกรรมการชุดย่อย

    คณะกรรมการชุดย่อยทั้ง 5 คณะ ได้รับการแต่งตั้งตามความเหมาะสมและความจำเป็นโดยคณะกรรมการบริษัท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในการศึกษารายละเอียดและพิจารณากลั่นกรองเรื่องต่างๆ เป็นการเฉพาะ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตามความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการกลั่นกรองการลงทุน และคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม (รายละเอียดเปิดเผยในโครงสร้างการจัดการ)

  3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

    คณะกรรมการบริษัทได้ยึดถือความเป็นอิสระในการตัดสินใจมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นเป้าหมายสูงสุดในการดำเนินงาน กรรมการทุกคนให้ความสำคัญและตระหนักในหน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าของกิจการและเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการเพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบในการกำกับดูแลการบริหารกิจการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น (Fiduciary Duty) ครอบคลุมหน้าที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง (Duty of Care) การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Loyalty) การปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (Duty of Obedience) และการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทันกาล (Duty of Disclosure)

    โดยคณะกรรมการบริษัทมีบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ดังนี้

    • พิจารณากำหนด ทบทวนกลยุทธ์ แผนธุรกิจ นโยบาย งบประมาณ และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทร่วมกับฝ่ายบริหารเป็นประจำทุกปี
    • พิจารณาและอนุมัติกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล แผนพัฒนาผู้บริหาร โครงสร้างองค์กร โครงสร้างค่าตอบแทน และแผนค่าตอบแทน
    • กำกับดูแลหลักเกณฑ์ วิธีการ กระบวนการสรรหา ถอดถอน และเลิกจ้างกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
    • กำกับดูแลกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงให้มีประสิทธิผล โดยเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดร่วมกัน
    • กำหนดให้มีการสื่อสารวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และผลการดำเนินงานของบริษัทให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ทราบ และเข้าใจทั่วทั้งองค์กร
    • ติดตามความก้าวหน้า ประสิทธิภาพ และผลสำเร็จการดำเนินงานตามกลยุทธ์ เปรียบเทียบกับเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว เปรียบเทียบประสิทธิภาพผลการดำเนินงานกับคู่แข่งขันอื่น และเปิดเผยผลการปฏิบัติและการกำกับดูแลกิจการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีไว้ในรายงานประจำปี และให้ฝ่ายบริหารนำเสนอรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ ดังนี้
      • รายเดือน ได้แก่ รายงานการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานประจำเดือน รายงานสรุปเงินลงทุนระยะสั้นและระยะยาว งบกระแสเงินสด รายงานพลังงานไฟฟ้าสูงสุด และพลังงานไฟฟ้าในระบบของ กฟผ. และของประเทศไทย รายงานการถือและ/หรือการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของกรรมการ ผู้บริหาร คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และรายงานราคาหุ้นหมวดพลังงาน
      • รายไตรมาส เช่น รายงานงบการเงินประจำไตรมาส
      • รายปี ได้แก่ รายงานงบการเงินประจำปี การประเมินผลการดำเนินงานประจำปีเปรียบเทียบกับเป้าหมาย และรายงานการประชุมคณะกรรมการชุดย่อยที่คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งขึ้น

      ปี 2560 คณะกรรมการบริษัท ได้พิจารณาทบทวนแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ และได้อนุมัติวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2561 และรองรับเป้าหมายระยะยาวภายในปี 2566 ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงโลกในปัจจุบัน และสอดรับกับแนวทางการดำเนินงานของบริษัทที่จะก้าวไปสู่ความหลากหลายทางธุรกิจ เสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อการเติบโตในระยะยาวต่อไป ในกรณีที่ผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย กรณีที่เกิดจากปัจจัยที่สามารถควบคุมได้จะมีการวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แล้วเร่งรัด ติดตาม แก้ไข ส่วนกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ให้มีการทบทวนปรับแผนงานและกำหนดเป้าหมายใหม่ และ/หรือเป้าหมายทดแทนตามความเหมาะสม

      นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกันในระหว่างกรรมการด้วยกันและระหว่างกรรมการ ฝ่ายบริหาร และพนักงาน ปี 2560 บริษัทได้จัดให้มีการพบปะระหว่างกรรมการ ฝ่ายบริหาร และพนักงานอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งรวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท ได้แก่ กิจกรรมที่จัดขึ้นภายใต้โครงการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 กิจกรรมสันทนาการประจำปีระหว่างกรรมการ เมื่อวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2560 และกิจกรรมพัฒนาองค์ความรู้ภายในองค์กร เมื่อวันที่ 1-2 ธันวาคม 2560 เป็นต้น

    • ดูแลความครบถ้วนสมบูรณ์ในเรื่องสำคัญต่างๆ ได้แก่ ดูแลสัดส่วนกรรมการอิสระให้มีความเหมาะสมเพื่อถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหาร และ/หรือผู้ถือหุ้นใหญ่ ทบทวนและอนุมัติวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ ภารกิจ จรรยาบรรณ และสื่อสารให้บุคลากรทุกระดับได้ทราบและใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ตรวจสอบและอนุมัติรายงานทางการเงินประจำปี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น ดูแลกระบวนการตรวจสอบภายใน ระบบการควบคุมภายใน และการบริหารจัดการความเสี่ยง การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การทำรายการระหว่างกิจการที่เกี่ยวโยงกัน การปกป้องชื่อเสียงของบริษัท และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ควบคู่ไปกับการกำกับและติดตามให้มีการปฏิบัติตามกฏหมาย ข้อกำหนด ข้อบังคับ จรรยาบรรณ และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่องจริงจัง
    • จัดตั้งและอนุมัติการกำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยของบริษัทตามความเหมาะสมและจำเป็น
    • กำหนดหลักเกณฑ์และประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยทั้งคณะและรายบุคคลเป็นประจำทุกปี และเปิดเผยผลการปฏิบัติงานไว้ในรายงานประจำปี
    • กำหนดการประชุมและการออกเสียงของคณะกรรมการ
      • กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย เดือนละครั้ง และให้มีการประชุมคณะกรรมการ เฉพาะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้กรรมการได้พิจารณาและทบทวนการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหารและบริษัท รวมถึง การอภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่สำคัญ โดยไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมด้วย โดยแจ้งให้กรรมการ ผู้จัดการใหญ่รับทราบผลการประชุมและนำมาปรับปรุง การทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
      • กำหนดให้กรรมการมีหนึ่งเสียงต่อหนึ่งคน ในการลงคะแนนกรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิ ออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น กรณีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
  4. การจัดการและป้องกันความขัดแย้งของ ผลประโยชน์

    (รายละเอียดเปิดเผยในบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย ข้อ 3.9)

  5. การบริหารความเสี่ยง

    (รายละเอียดเปิดเผยในบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย ข้อ 3.4)

  6. การประชุมคณะกรรมการ
    • หลักการและแนวทางของการประชุมคณะกรรมการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และผู้ถือหุ้นโดยรวม บริษัทให้ความสำคัญอย่างมากกับความเป็นอิสระในการตัดสินใจของกรรมการ โดยกรรมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัท โดยตระหนักเสมอว่าเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้น ทำหน้าที่ในการนำ การสังเกตการณ์ปฏิบัติงาน ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และสนับสนุนการดำเนินงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิด
    • กำหนดการประชุม การจัดทำระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุม คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดการประชุมคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย เป็นการล่วงหน้าทั้งปี และแจ้งให้กรรมการแต่ละคนรับทราบกำหนดการดังกล่าว สำหรับปี 2560 คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการประชุมเวลา 15.00 น. ของทุกวันจันทร์ที่สามของเดือน

      เพื่อให้แน่ใจว่าเรื่องสำคัญได้นำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วมกันพิจารณาเรื่องที่จะบรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุมและแจ้งให้กรรมการทราบล่วงหน้าพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมในเวลาที่เหมาะสมตามข้อกำหนด อย่างไรก็ตาม กรรมการมีความเป็นอิสระที่จะเสนอเรื่องเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมได้โดยแจ้งล่วงหน้า 10 วันก่อนถึงวันประชุมคณะกรรมการบริษัท และในกรณีที่เป็นเรื่องเร่งด่วนฉุกเฉินในเหตุการณ์ที่จะมีผลกระทบต่อบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม กรรมการมีอิสระที่จะเสนอเรื่องพิจารณาหรือแจ้งเพื่อทราบในการพิจารณาเรื่องอื่นๆ ได้ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการบริษัท (วิธีการพิจารณาเรื่องที่จะบรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุมและวิธีการให้กรรมการสามารถเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมได้ดังกล่าวมีกำหนดไว้ในระเบียบบริษัทว่าด้วยคณะกรรมการบริษัทและเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท)

      ระเบียบวาระการประชุมกำหนดเป็นหมวดหมู่และดำเนินการประชุมตามลำดับอย่างเหมาะสม ได้แก่ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ เรื่องสืบเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา เรื่องเสนอเพื่อทราบ และเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) รวมทั้งกำหนดเรื่องที่จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นการประจำในแต่ละช่วงเวลา เช่น ระเบียบวาระประจำเดือน ประจำไตรมาส และประจำปี เป็นการล่วงหน้าด้วย ซึ่งรวมถึงการกำหนดการรายงาน การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานประจำเดือนและรายงานความก้าวหน้าของโครงการที่บริษัทเข้าลงทุนที่กำหนดเป็นรายงานเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบเป็นประจำทุกเดือน

      หนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบจัดส่งให้กรรมการแต่ละคนล่วงหน้าก่อนการประชุมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลก่อนการประชุม และกรรมการสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากกรรมการผู้จัดการใหญ่และสำนักงานเลขานุการบริษัทได้ สำหรับคณะกรรมการชุดย่อยสามารถสอบถามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจเพิ่มเติมได้จากกรรมการผู้จัดการใหญ่และผ่านทางเลขานุการคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะ
    • บทบาทของประธานกรรมการกรรมการ ฝ่ายบริหาร และบรรยากาศในการประชุม
      • ประธานกรรมการ เป็นผู้นำประชุม จัดสรรเวลาให้กรรมการได้อภิปรายและแสดงความคิดเห็นอย่างเพียงพอเหมาะสม เท่าเทียมและทั่วถึง ส่งเสริมและกระตุ้นให้กรรมการทุกคนมีส่วนร่วมในการอภิปรายและแสดงความคิดเห็นอย่างรอบด้านและทั่วถึง และสรุปมติที่ประชุม
      • กรรมการ ร่วมแสดงความคิดเห็นจากการศึกษาข้อมูลที่ฝ่ายบริหารจัดทำเสนอ และข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องและจำเป็นอื่น ๆ ร่วมอภิปรายอย่างสร้างสรรค์โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ ผลกระทบและปัจจัยเสี่ยงต่อบริษัท ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกด้านอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้มติจากที่ประชุม อุทิศเวลาและความรู้ ความสามารถอย่างเต็มที่ให้กับการปฏิบัติงานตามบทบาทกรรมการบริษัทจดทะเบียน
      • ฝ่ายบริหาร ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องและจำเป็น อย่างถูกต้อง เพียงพอ ครบถ้วน ทันเหตุการณ์ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัท และนำเสนอข้อมูลเป็นการล่วงหน้า เพื่อให้กรรมการมีเวลาเพียงพอที่จะศึกษาข้อมูลได้ล่วงหน้าอย่างเหมาะสม เสนอแนวทางเลือกต่อคณะกรรมการบริษัท และให้ข้อมูลหรือชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นที่มีการซักถามในที่ประชุม คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงของทุกสายงานเข้าร่วมประชุม รวมทั้งเชิญผู้บริหารอื่นที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมชี้แจงในรายละเอียดเฉพาะเรื่อง
      • บรรยากาศในการประชุมและการแสดงความคิดเห็น บริษัทจัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมอย่างเหมาะสมและเพียงพอ บรรยากาศในการประชุมมีการส่งเสริมและเปิดโอกาสให้กรรมการทุกคนมีส่วนร่วมในการอภิปราย และแสดงความเห็นเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และคำนึงถึงประโยชน์และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างรอบคอบ ระยะเวลาในการประชุมมีความเหมาะสมเฉลี่ยครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง
      • การดำเนินการประชุม โดยทั่วไปในการพิจารณาเรื่องแต่ละวาระ ฝ่ายบริหารจะนำเสนอความเป็นมา หลักการและเหตุผล ความจำเป็น คำชี้แจง ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการตัดสินใจและข้อเสนอของฝ่ายบริหาร หลังจากนั้นประธานกรรมการจะให้เวลาที่ประชุมอภิปรายประเด็นที่เกี่ยวข้องจนครบถ้วนและทั่วถึง มีการกระตุ้นให้กรรมการทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น และซักถามประเด็นสำคัญ เพื่อให้ฝ่ายบริหารชี้แจงเพิ่มเติม ก่อนทำการตัดสินใจเป็นมติที่ประชุม
      • กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใด ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น (อ้างอิงการมีส่วนได้เสียจากรายงานที่กรรมการและผู้บริหารแจ้งการมีส่วนได้เสียของตน และผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ที่เลขานุการบริษัท) และได้มีการถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในเรื่องดังกล่าวในการประชุมคณะกรรมการบริษัทมาโดยตลอด
      • การพิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันและรายการที่มีหรืออาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ จะคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ มีการพิจารณาความจำเป็นและความสมเหตุสมผลเปรียบเทียบได้กับการเข้าทำรายการในลักษณะเดียวกันโดยทั่วไป และให้ความสำคัญกับขั้นตอนการดำเนินการ และการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามข้อกำหนด
      • เลขานุการบริษัท มีหน้าที่ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้การปฏิบัติของคณะกรรมการบริษัทและบริษัทสอดคล้องกับข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การเปิดเผยข้อมูลการทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ และรายการที่เกี่ยวโยงกัน รวมถึงการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    • การจัดทำและจัดเก็บรายงานการประชุม
      • สำนักงานเลขานุการบริษัท รับผิดชอบการจดบันทึก จัดทำและเก็บรักษารายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
      • รายงานการประชุม จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร มีสาระสำคัญครบถ้วน ได้แก่ วันและเวลาเริ่มและเลิกประชุม สถานที่ประชุม ชื่อกรรมการและผู้บริหารที่เข้าประชุม ชื่อกรรมการที่ไม่มาประชุม สรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เสนอต่อที่ประชุม สรุปประเด็นสำคัญที่มีการอภิปราย ความเห็นและข้อสังเกตของกรรมการและมติที่ประชุม พร้อมทั้งมีการลงชื่อผู้บันทึกและประธานที่ประชุม การจัดทำร่างรายงานการประชุมแล้วเสร็จภายในเวลาประมาณ 3 วันหลังวันประชุม และนำเสนอกรรมการทุกคนเพื่อพิจารณาแก้ไขปรับปรุง และหากไม่มีการแจ้งแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 7 วัน ให้ถือว่ารายงานการประชุมฉบับดังกล่าวได้รับการพิจารณารับรองจากคณะกรรมการบริษัท และนำเสนอประธานที่ประชุมเพื่อลงนามรับรอง ก่อนจัดส่งสำเนาให้กรรมการทุกคนเพื่อใช้เป็นเอกสารอ้างอิง นอกจากนี้ ยังได้นำรายงานที่ได้รับการรับรองแล้วบรรจุไว้เป็นระเบียบวาระเพื่อทราบในการประชุมคณะกรรมการบริษัทในคราวต่อไปด้วย
      • การถ่ายทอดมติที่ประชุม เลขานุการบริษัทแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบ และ/หรือดำเนินการ และมีการติดตามการปฏิบัติต่อคณะกรรมการบริษัท
    • การประชุมคณะกรรมการบริษัท และ คณะกรรมการชุดย่อย
      (รายละเอียดเปิดเผยในโครงสร้างการจัดการ)
  7. การประเมินผลการปฏิบัติงาน
    • การประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย

      คณะกรรมการบริษัท ได้ทำการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเอง (Self Assessment) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำผลการประเมิน รวมทั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่างๆ ไปพิจารณาทบทวนและปรับปรุงการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทต่อไป ประกอบด้วยการประเมินภาพรวมของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อยทั้งคณะ และการประเมินตนเองเป็นรายบุคคล ปัจจัยในการประเมินครอบคลุมประเด็นสำคัญต่างๆ สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน ได้แก่ ความพร้อมของคณะกรรมการ การกำหนดกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจ การจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายใน การดูแลไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การติดตามรายงานทางการเงินและการดำเนินงาน การประชุมคณะกรรมการ และการสรรหาและการพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

      การประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะ เป็นการประเมินในภาพรวมทั้งคณะในเรื่องความพร้อมของคณะกรรมการชุดย่อย ความครบถ้วนของการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท และการดำเนินการประชุมทั้งก่อนการประชุม (การนำส่งเอกสารข้อมูลประกอบการประชุมล่วงหน้าเพื่อให้มีเวลาศึกษาข้อมูลเพียงพอ) ระหว่างการประชุม (การนำเสนอข้อมูลและประเด็นสำคัญ การอภิปรายและตอบข้อซักถาม และการลงมติของที่ประชุม) และหลังการประชุม (การจัดทำ นำส่ง และจัดเก็บรายงานการประชุม)

      ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยทั้งคณะ และรายบุคคลดังกล่าวได้กำหนดเกณฑ์การประเมินผลเป็น 5 ระดับ ตามระดับคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการประเมินโดยกรรมการแต่ละคน ดังนี้

      ดีเยี่ยม > ร้อยละ 90

      ดีมาก > ร้อยละ 80-90

      ดี > ร้อยละ 70-80

      พอใช้ > ร้อยละ 50-70

      ควรปรับปรุง < ร้อยละ 50

      ผลการประเมินคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย

      คณะกรรมการ ผลการประเมินกรรมการ
      ทั้งคณะ รายบุคคล
      คะแนนเต็ม 100 คะแนน ระดับ คะแนนเต็ม 100 คะแนน ระดับ
      ปี 2560 ปี 2559 ปี 2560 ปี 2559 ปี 2560 ปี 2559 ปี 2560 ปี 2559
      1. คณะกรรมการบริษัท 97.14 95.02 ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม 96.19 95.46 ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม
      2. คณะกรรมการชุดย่อย 5 คณะ คะแนน/คะแนนเต็ม ระดับ คะแนน/คะแนนเต็ม ระดับ
      2.1 คณะกรรมการตรวจสอบ 29.00/
      30.00
      28.00/
      30.00
      ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม 29.00/
      30.00
      28.00/
      30.00
      ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม
      2.2 คณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดค่าตอบแทน 97.39/
      100.00
      93.83/
      100.00
      ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม 97.39/
      100.00
      93.83/
      100.00
      ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม
      2.3 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 27.25/
      30.00
      28.50/
      30.00
      ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม 27.25/
      30.00
      28.50/
      30.00
      ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม
      2.4 คณะกรรมการกลั่นกรองการลงทุน 28.75/
      30.00
      28.75/
      30.00
      ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม 28.75/
      30.00 
      28.50/
      30.00
      ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม
      2.5 คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม 28.00/
      30.00
      28.00/
      30.00
      ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม 28.00/
      30.00
      28.00/
      30.00
      ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม

      ทั้งนี้ บริษัทจะนำผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยดังกล่าวไปพิจารณาเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของทั้งคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยทั้งคณะ และเพื่อการพัฒนากรรมการรายบุคคล ให้มีความสอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายการบริหารงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

    • การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูง

      คณะกรรมการบริษัท โดยการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดค่าตอบแทน ได้ทำการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงทุกปี โดยใช้เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานที่ได้ทำความตกลงร่วมกันไว้ตั้งแต่ต้นปี ในปี 2560 แบ่งเกณฑ์วัดผลเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านวางแผนและพัฒนาธุรกิจ ด้านการกำกับดูแลบริษัทในเครือ ด้านบริหารการเงิน และด้านบริหารองค์กร มีน้ำหนักที่กำหนดในแต่ละด้านแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ ยังมีการประเมินด้านศักยภาพและการบริหาร ได้แก่ ความเป็นผู้นำ การกำหนดและการปฏิบัติตามกลยุทธ์ การวางแผนและผลปฏิบัติทางการเงิน การสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ ความรู้ความเข้าใจในธุรกิจ และคุณลักษณะส่วนตัว สำหรับกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหารระดับสูง โดยบริษัทได้นำผลการประเมินไปประกอบการพิจารณากำหนดค่าตอบแทน การปรับเปลี่ยนหมุนเวียนผู้บริหาร และการพัฒนาความรู้ความสามารถและศักยภาพของผู้บริหารระดับสูงด้วย

    • ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
      (รายละเอียดเปิดเผยในโครงสร้างการจัดการ)
  8. การปฐมนิเทศกรรมการใหม่และการพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

    กรรมการที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ จะได้รับการปฐมนิเทศ และรับฟังการบรรยายสรุปโดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เกี่ยวกับลักษณะธุรกิจ บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดย่อย โครงสร้างการลงทุน โครงสร้างองค์กร ผลการดำเนินงานทางการเงิน ความก้าวหน้าของโครงการลงทุน และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท พร้อมเอกสารประกอบที่ครอบคลุมเรื่องต่างๆ ที่กล่าวข้างต้น และหนังสือบริคณห์สนธิ วัตถุประสงค์ หนังสือรับรอง ข้อบังคับ ระเบียบ นโยบาย จรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ของกรรมการ รายงานประจำปี และรายงานความยั่งยืน รวมทั้งคู่มือกรรมการบริษัทจดทะเบียน และข้อมูลการปฏิบัติให้สอดคล้องกับข้อกำหนด (Compliance Database) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการในการเตรียมความพร้อมทำหน้าที่ในฐานะกรรมการบริษัทต่อไป

    กรรมการจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ และส่งเสริมทักษะในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการบริษัทจดทะเบียนอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทได้ส่งเสริมและสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมการอบรมและสัมมนาในหลักสูตรต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะที่สำคัญสำหรับคณะกรรมการบริษัท ที่จัดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสถาบันวิทยาการพลังงาน เป็นต้น

    สรุปการเข้าอบรมและพัฒนาในหลักสูตรต่างๆ ของกรรมการ ปี 2560

    คณะกรรมการบริษัท หลักสูตร หน่วยงานจัดอบรม
    1. นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ Boards that Make a Difference (BMD 4/2017) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
    2. นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ Director Certification Program (DCP 243/2017) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
    3. นายชวน ศิรินันท์พร Ethical Leadership Program (ELP 8/2017) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
    4. นายถาวร งามกนกวรรณ - -
    5. นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย Corporate Innovation Bootcamp through Design Thinking บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
    6. นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ Director Certification Program (DCP 245/2017) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
    7. นายชาติชาย โรจนรัตนางกูร Corporate Innovation Bootcamp through Design Thinking บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
    8. นายสมัคร เชาวภานันท์ Corporate Innovation Bootcamp through Design Thinking บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
    9. นางสาวประภา ปูรณโชติ - -
    10. นางศิริพร เหลืองนวล How to Develop a Risk Management Plan (HRP 12/2017)
    Risk Management Program for Corporate Leaders (RCL 6/2017)
    Corporate Innovation Bootcamp through Design Thinking
    สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
    สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
    บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
    11. นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี Risk Management Program for Corporate Leaders (RCL 8/2017) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
    12. นายประพนธ์ กิติจันทโรภาส - -

    หมายเหตุ: รายละเอียดการเข้ารับการอบรมและพัฒนาในปีอื่นๆ ปรากฏในประวัติกรรมการรายบุคคล

    ฝ่ายบริหารได้จัดทำสรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบประกาศ ข้อกำหนด ข้อบังคับ และหนังสือเวียนต่างๆ ทั้งที่ออกใหม่และที่ปรับปรุงแก้ไขโดย ก.ล.ต. และ ตลท. อย่างสม่ำเสมอ เพื่อคณะกรรมการบริษัทใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด

    นอกจากนี้บริษัทได้ส่งผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรเลขานุการบริษัท การกำกับดูแลกิจการที่ดี การตรวจสอบภายใน การดำเนินการด้านต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งหลักสูตรอื่นที่เกี่ยวข้องที่จัดโดยหน่วยงานและสถาบันต่างๆ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจการทำงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยได้อย่างเต็มที่

  9. แผนสืบทอดตำแหน่งสำหรับผู้บริหารระดับสูง

    การสืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นไปตามนโยบายของผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ กฟผ. ที่จะพิจารณาคัดเลือกผู้บริหารของ กฟผ. ที่มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถเหมาะสมและเอื้อประโยชน์ต่อการประกอบกิจการของบริษัท เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทผ่านคณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดค่าตอบแทน พิจารณา และแต่งตั้ง ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้คณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดค่าตอบแทน มีหน้าที่ในการกำหนดและจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท

    สำหรับแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารในระดับอื่นๆ บริษัทได้ใช้บริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญมาร่วมดำเนินการพัฒนาระบบเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) ในทุกตำแหน่งงาน ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาระบบสมรรถนะความสามารถ (Competency Model ) โดยได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์สมรรถนะ (Competency) และคุณสมบัติที่คาดหวังสำหรับตำแหน่งต่างๆ เพื่อทำการพัฒนาบุคลากรและสรรหาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสอดคล้องกับการพิจารณาเลื่อน ลด ปลด ย้าย และการเตรียมบุคลากรให้พร้อมรองรับการขยายงานของบริษัททั้งในปัจจุบันและอนาคต

    โดยในปี 2560 บริษัทได้จัดทำแผนสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่ง (Successors) และกลุ่มผู้บริหารระดับต้น (Talents) เพื่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ให้มีความพร้อมและเหมาะสมกับตำแหน่งที่ทดแทน รวมทั้งสอดคล้องกับแผนเกษียณอายุของผู้บริหารของบริษัทในหลายตำแหน่งในปี 2560 และ 2561

  10. การประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหาร

    เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวทางธุรกิจของบริษัทที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีการเข้าทำธุรกรรมทางธุรกิจจำนวนมากและมีความเกี่ยวพันกับการพิจารณาอนุมัติ การให้ความเห็น การเข้ารับรองและผูกพันแทนบริษัทตามภาระหน้าที่ของกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารในธุรกรรมต่างๆ โดยบางกรณีอาจมีความเสี่ยงต่อการเรียกร้องจากบุคคลภายนอก รวมทั้งผู้ถือหุ้นหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ เกี่ยวกับความรับผิดของกรรมการหรือเจ้าหน้าที่บริหารอันสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่นั้นๆ คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้ฝ่ายบริหารเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาการทำประกันความรับผิดชอบของกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหาร (Directors and Officers Liability Insurance หรือ D&O) โดยระบุเงื่อนไขการรับประกัน วงเงินประกัน และค่าเบี้ยประกันเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ความคุ้มครองกรรมการและผู้บริหารกรณีมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารตามตำแหน่งนั้นๆ ภายใต้อำนาจหน้าที่โดยชอบ ยกเว้นการกระทำที่เป็นการฉ้อฉลหรือทุจริตบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบความสูญเสีย และให้เรียกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในการต่อสู้คดีคืนจากกรรมการหรือเจ้าหน้าที่บริหารที่ฉ้อฉลหรือทุจริต

6. จรรยาบรรณบริษัท

 

เพื่อที่จะนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จ สามารถตอบสนองวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย และเป้าหมายการเติบโตและดำรงธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ภายใต้สภาวการณ์และกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จริยธรรม คุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และความโปร่งใส โดยเฉพาะการให้ความสำคัญในเรื่องการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นในทุกมิติ โดยเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกและได้รับการรับรองการเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2559 และนับเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่บริษัทใช้เป็นแนวทางในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น เพื่อเป็นเกราะในการป้องกันและลดผลกระทบเชิงลบต่อองค์กร ประเทศชาติ และผู้มีส่วนได้เสีย

ในปี 2560 บริษัทได้มีการพิจารณา ทบทวน และปรับปรุงกฎเกณฑ์ ระเบียบ และแนวปฏิบัติต่างๆ ของบริษัทให้มีความทันสมัยและครอบคลุมกระบวนการทำงานทั้งระบบ เพื่อให้เป็นไปตามกรอบการปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น และสอดคล้องกับจรรยาบรรณบริษัทฉบับใหม่ที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดเป็นนโยบายและใช้เป็นกรอบพฤติกรรมที่พึงประสงค์สำหรับกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินกิจการที่ดีของกลุ่มบริษัท เพื่อให้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียเกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการดำเนินกิจการของบริษัท และเพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีของกลุ่มบริษัทสู่มาตรฐานระดับสากล โดยบริษัทมีกระบวนการสร้างจิตสำนึก สร้างความตระหนัก และติดตามการประเมินผลการปฏิบัติแก่บุคลากรอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการลงนามรับทราบแนวปฏิบัติดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรนับแต่วันปฐมนิเทศ จรรยาบรรณดังกล่าวได้มีการประกาศใช้และเผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและถือปฏิบัติผ่านช่องทางต่างๆ ตามความเหมาะสม ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดจรรยาบรรณผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท

7. การสื่อสารและติดตามการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจ

 

ในการปฐมนิเทศเมื่อเริ่มเข้าทำงานและปฏิบัติหน้าที่ กรรมการเข้าใหม่ได้เปิดเผยในข้อ 5.8 สำหรับพนักงานใหม่ทุกคนจะได้รับการปฐมนิเทศ และรับฟังการบรรยายสรุปโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เกี่ยวกับภาพรวมการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการลงทุน โครงสร้างองค์กร ผลการดำเนินงาน หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กฎระเบียบ นโยบาย จรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท ค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ พร้อมเอกสารประกอบ อาทิ จรรยาบรรณ และเอกสารอื่นๆ ที่จะใช้เป็นคู่มือและเอกสารอ้างอิงในการปฏิบัติหน้าที่ และมีการลงชื่อรับทราบ และมีการสื่อสารนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยถ่ายทอดแนวนโยบายจากคณะกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงสู่พนักงานทุกระดับอย่างทั่วถึง รับทราบปัญหา ข้อขัดข้องและข้อเสนอต่างๆ จากพนักงาน เพื่อพิจารณาดำเนินการ รวมถึงประเมินผลการปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กร ผ่านช่องทางในการสื่อสารและถ่ายทอดนโยบายและข่าวสารเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้แก่องค์กร ได้แก่ ระบบอินทราเน็ต และระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่พนักงานสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก และทั่วถึง รวมทั้งการสื่อสารในการประชุมภายในระดับต่างๆ ของบริษัท เพื่อกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกและความผูกพันที่จะปฏิบัติตามจรรยาบรรณ และรายงานการปฏิบัติให้คณะกรรมการชุดย่อย และคณะกรรมการบริษัททราบตามลำดับ

บริษัทมอบหมายให้ "ฝ่ายตรวจสอบภายใน" มีหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติภายใต้แผนการตรวจสอบประจำปี และรายงานคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทตามลำดับ เพื่อรับทราบผลการตรวจสอบ พร้อมข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไขและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเป็นประจำทุกไตรมาส นอกเหนือจากการหารือร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

บริษัทได้จัดทำ “ข้อมูลการปฏิบัติให้สอดคล้องกับข้อกำหนด” (Compliance Database) จัดส่งให้กรรมการและจัดเก็บในระบบข้อมูลภายใน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทในฐานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียนใน ตลท. เช่น การเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศ การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งพนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลได้ โดยมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันตามการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดอยู่ตลอดเวลา

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนด “แบบแจ้งรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร” และให้กรรมการและผู้บริหารจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสียของตนและบุคคลที่เกี่ยวข้องส่งให้เลขานุการบริษัทจัดเก็บและส่งสำเนาให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งใช้เป็นข้อมูลสำหรับการพิจารณาผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และที่ประชุมผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้ ยังมีคณะทำงานการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทำหน้าที่ในการสื่อสารและติดตามการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และจรรยาบรรณของบริษัท รวมทั้งรายงานการปฏิบัติตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดำเนินงานตามแผนจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตต่อคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม คณะกรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร และคณะกรรมการหรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน

สำหรับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ปี 2560 ที่บริษัทยังไม่ได้ปฏิบัติ พร้อมเหตุผลและแนวทางการปฏิบัติของบริษัทในเรื่องนั้นๆ อาทิ

หลักเกณฑ์ที่ยังไม่ได้ปฏิบัติ
แนวปฏิบัติในปัจจุบัน และเหตุผลความจำเป็น
1 คณะกรรมการได้ใช้บริษัทที่ปรึกษา (Professional Search Firm) หรือฐานข้อมูลกรรมการ (Director Pool) ในการสรรหากรรมการ คณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดค่าตอบแทนทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือก และเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมในกระบวนการสรรหาตามความจำเป็น ก่อนเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
2 บริษัทกำหนดนโยบายเกี่ยวกับจำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำ ณ ขณะที่คณะกรรมการจะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการว่าต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ในการประชุมคณะกรรมการ แม้ว่าบริษัทจะยังไม่มีการกำหนดนโยบายจำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำ ณ ขณะที่คณะกรรมการจะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการว่าต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3ของจำนวนกรรมการทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ แต่ในทางปฏิบัติในขณะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการ ประธานกรรมการจะกำกับดูแลองค์ประชุมโดยจะต้องมีกรรมการอยู่ 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
3 ประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ ประธานกรรมการบริษัทไม่ใช่บุคคลเดียวกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัท และไม่มีความสัมพันธ์ ใดๆ กับฝ่ายบริหารแม้ว่าประธานกรรมการจะเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ตามจึงเชื่อมั่นได้ว่าประธานกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 6 คน จากกรรมการทั้งหมด 12 คน (ร้อยละ 50) หรือกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการมีการถ่วงดุลและสอบทานกันอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ในระหว่างการประชุมประธานกรรมการได้ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้กรรมการทุกคนแสดงความคิดเห็นและอภิปรายอย่างเต็มที่ ก่อนการพิจารณาตัดสินใจลงมติในเรื่องนั้นๆ โดยไม่มีการครอบงำหรือชี้นำในระหว่างการอภิปรายจากประธานกรรมการแต่อย่างใด

ตลอดปี 2560 ไม่พบเหตุการณ์หรือการปฏิบัติใดๆ ที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณบริษัท

รางวัลการกำกับดูแลกิจการที่ดี

  • รางวัลรายงานความยั่งยืนดีเด่น ประจำปี 2560 จาก CSR Club สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทยและการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
  • รางวัลหุ้นยั่งยืน ประจำปี 2560 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
  • การประเมินผลจากการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2560 ที่ระดับ“ดีเลิศ” คะแนนเฉลี่ยโดยรวมร้อยละ 93 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมที่ร้อยละ 80
  • การประเมินคุณภาพการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำ ปี 2560 จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ได้คะแนนร้อยละ 96 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยที่ 91.97
  • ได้การรับรองการจัดการสำนักงานสีเขียวระดับ “ดีเยี่ยม” (ปี 2558 - ปี 2560) จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม