การกำกับดูแลกิจการที่ดี
รายงานการกำกับดูแลกิจการที่ดี < การกำกับดูแลกิจการ < หน้าหลัก
รายงานการกำกับดูแลกิจการที่ดี
 
หน้า : 1 2 3 ... 5

รายงานการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

1. จรรยาบรรณทางธุรกิจและนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  1. การจัดทำและประกาศใช้จรรยาบรรณทางธุรกิจ

    คณะกรรมการฯ ได้จัดทำจรรยาบรรณทางธุรกิจเป็นลายลักษณ์อักษรและประกาศใช้มาตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัทฯ เมื่อปี 2543 ประกอบด้วยเอกสาร 3 ฉบับ ได้แก่ จรรยาบรรณบริษัท จรรยาบรรณผู้บริหาร และจรรยาบรรณพนักงาน ในจรรยาบรรณแต่ละฉบับเป็นกรอบพฤติกรรมกล่าวถึงข้อพึงปฏิบัติของบริษัท ผู้บริหาร หรือพนักงาน แล้วแต่กรณี ต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ เช่น ผู้ถือหุ้น พนักงาน เจ้าหนี้ คู่ค้า คู่แข่งทางการค้า ชุมชนและสังคม ภาครัฐ สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ตัวอย่างกรอบพฤติกรรมที่กำหนดในเอกสารจรรยาบรรณดังกล่าว ได้แก่

    จรรยาบรรณบริษัท
    • บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการประกอบธุรกิจอย่างซื่อตรง มีจริยธรรม และคุณธรรม เป็นแนวทางการประกอบธุรกิจที่ถูกต้องและยั่งยืน ดังนั้น บริษัทฯ จะยึดถือการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้กับธุรกิจการค้าอย่างเคร่งครัด โปร่งใส มีคุณธรรมและมีความรับผิดชอบ
    • บริษัทฯ จะพยายามสร้างความเจริญเติบโต เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนที่ดี
    • บริษัทฯ จะประพฤติปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขันที่ดี
    • บริษัทฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานอย่างเคร่งครัด
    • บริษัทฯ มีนโยบายที่จะประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงสภาพสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ใช้บังคับอยู่
    จรรยาบรรณผู้บริหาร
    • ผู้บริหารจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทุกราย อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นโดยรวม
    • ผู้บริหารจะดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตของพนักงาน ตลอดจนทรัพย์สินของบริษัทฯ และของพนักงานให้ปลอดภัยอยู่เสมอ
    • ผู้บริหารจะให้บริษัทฯ ผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ โดยมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
    • ผู้บริหารจะไม่เรียก ไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับคู่ค้า และ/หรือ เจ้าหนี้ของบริษัทฯ
    • ผู้บริหารจะไม่ให้บริษัทฯ แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสม
    • ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ผู้บริหารจะให้บริษัทฯ คำนึงถึงทางเลือกที่มีผลกระทบต่อความเสียหายของสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนน้อยที่สุด
    • ผู้บริหารจะไม่สนับสนุนให้บริษัทฯ นำเงินไปสนับสนุนทางการเมือง ทั้งทางตรงและทางอ้อม
    จรรยาบรรณพนักงาน
    • พนักงานพึงมีความภักดีและมีทัศนคติที่ดีต่อบริษัทฯ ไม่พึงประกอบการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการแข่งขัน หรือขัดผลประโยชน์กับกิจการของบริษัทฯ
    • พนักงานพึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมานะอดทน
    • พนักงานพึงให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา และเต็มใจที่จะปฏิบัติงานตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
    • พนักงานจะต้องไม่เรียก ไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับลูกค้าและคู่แข่ง
    • พนักงานพึงปรับตนให้สามารถร่วมทำงานเป็นทีมกับบุคคลอื่นได้
    • พนักงานพึงเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม มีความยุติธรรมในการมอบหมายงานและการพิจารณาความดีความชอบแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา
    • พนักงานพึงมีจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
    (ดูรายละเอียดจรรยาบรรณทั้ง 3 ฉบับ ได้ที่เว็บไซต์บริษัทฯ www.ratch.co.th)

    บริษัทฯ ได้มีการทบทวนจรรยาบรรณทางธุรกิจอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตามได้พิจารณาเห็นว่าจรรยาบรรณทั้ง 3 ฉบับ ยังคงมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสามารถส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ ตามนโยบายและเป้าหมายที่วางไว้

  2. การจัดทำและประกาศใช้นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

    คณะกรรมการฯ ได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นลายลักษณ์อักษรและประกาศใช้มาตั้งแต่ต้นปี 2546 เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ ความสำนึกในหน้าที่ด้วยขีดความสามารถและประสิทธิภาพที่เพียงพอ การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยสุจริตและเสมอภาค ความโปร่งใสทั้งในการดำเนินงานที่สามารถตรวจสอบได้และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การส่งเสริมพัฒนาการปฏิบัติที่ดีของผู้บริหารและพนักงาน และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

    นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    • จัดให้มีการบริหารงานและดำเนินงานโดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ขจัดปัญหาความขัดแย้งของผลประโยชน์อย่างรอบคอบ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อย่างมีเหตุมีผล และเป็นอิสระ ภายในกรอบจริยธรรมที่ดี
    • จัดให้มีระบบการควบคุม ทั้งการควบคุมทางการเงิน การดำเนินงาน การกำกับดูแลการปฏิบัติงาน การตรวจสอบภายใน การควบคุมและการจัดการความเสี่ยง ที่มีประสิทธิภาพและทั่วถึง
    • ส่งเสริมกำกับดูแลเพื่อให้มั่นใจว่า มีการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศที่สำคัญของกลุ่มบริษัทฯ อย่างถูกต้อง ทันเวลา และโปร่งใส
    • ส่งเสริมและสนับสนุนให้ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันตามหลักการของบริษัทมหาชนจำกัด
    • ส่งเสริมดูแลให้มั่นใจว่า สิทธิตามกฎหมายของผู้มีส่วนได้เสีย อาทิ ลูกค้า ลูกจ้าง คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน เจ้าหนี้ คู่แข่ง ผู้สอบบัญชีอิสระ ภาครัฐ และชุมชนที่บริษัทตั้งอยู่ ได้รับการคุ้มครองและปฏิบัติด้วยดี
    (ดูรายละเอียดของนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ได้ที่เว็บไซต์บริษัทฯ www.ratch.co.th)

    คณะกรรมการฯ ได้กำหนดให้มีการพิจารณาทบทวนนโยบายเป็นประจำทุกปี และเห็นว่านโยบายหลักที่ประกาศใช้แล้วดังกล่าวยังมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเนื่องจากได้บัญญัติไว้อย่างกว้างตามหลักการที่เป็นสากลในการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความยืดหยุ่นในทางปฏิบัติ ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน อีกทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาและการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของบริษัทฯ

    ในการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการ  คณะกรรมการฯ ได้จัดทำและประกาศใช้นโยบายการบริหารความเสี่ยง ในปลายปี 2546 เนื่องจากได้พิจารณาเห็นสมควรกำหนดนโยบายในการบริหารความเสี่ยงไว้เป็นการเฉพาะซึ่งจะช่วยพัฒนาและยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้เข้าสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น และในปี 2550 คณะกรรมการฯ ได้จัดทำและประกาศใช้นโยบายเฉพาะเพิ่มขึ้นอีก 3 ฉบับ ได้แก่ นโยบายเกี่ยวกับผู้ถือหุ้น นโยบายเกี่ยวกับพนักงาน และนโยบายเกี่ยวกับสังคมและสิ่งแวดล้อม (รายละเอียดของนโยบายแต่ละฉบับจะกล่าวถึงในเรื่องบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย)

  3. การสื่อสารและติดตามการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจ

    กรรมการใหม่ทุกคนจะได้รับเอกสารจรรยาบรรณและนโยบายต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารที่ใช้สำหรับงานปฐมนิเทศกรรมการใหม่

    พนักงานใหม่ทุกคนจะได้รับเอกสารจรรยาบรรณเมื่อเข้าทำงานกับบริษัทฯ และในปลายปี 2552 คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาให้ฝ่ายบริหารจัดให้พนักงานใหม่ลงนามรับทราบเอกสารจรรยาบรรณที่บริษัทฯ จัดให้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกและความผูกพันที่จะปฏิบัติตามจรรยาบรรณ

    บริษัทฯ ได้จัดตั้ง “คณะทำงานการกำกับดูแลกิจการที่ดี” ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นผู้บริหารจากทุกสายงานในบริษัทฯ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารนโยบายการกำกับดูแลกิจการ โดยถ่ายทอดแนวนโยบายจากคณะกรรมการฯ และผู้บริหารระดับสูง สู่พนักงานทุกระดับอย่างทั่วถึง รับทราบปัญหา ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะต่างๆ จากพนักงานเพื่อพิจารณาดำเนินการ รวมถึงประเมินผลการปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กร

    บริษัทฯ ได้จัดเก็บข้อมูลในระบบฐานข้อมูลภายในของบริษัทฯ ซึ่งพนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงได้ มีการแจ้งข่าวเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ถึงพนักงานทุกคน นอกจากนี้ยังมีการสื่อสารในการประชุมภายในระดับต่างๆ ของบริษัทฯ

    ในการติดตามการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายนั้น คณะทำงานการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีหน้าที่รายงานการปฏิบัติตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี เสนอแนะแนวทางปฏิบัติเพื่อพัฒนาระบบการกำกับดูแลกิจการของกลุ่มบริษัทฯ และส่งเสริมให้พนักงานของกลุ่มบริษัทฯ เกิดจิตสำนึกในเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในการพิจารณาของคณะทำงานฯ จะใช้เอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อเปรียบเทียบการปฏิบัติของบริษัทฯ กับแนวทางและหลักเกณฑ์ต่างๆ อาทิ การเปรียบเทียบกับแนวปฏิบัติที่ดีตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่เสนอแนะโดย ตลท. การเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์การประเมินรายงานการกำกับดูแลกิจการ และการเปรียบเทียบกับคู่มือการจัดการประชุมผู้ถือหุ้น (AGM Checklist) เป็นต้น

    นอกจากนี้บริษัทฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบภายในเป็นผู้ติดตามตรวจสอบการปฏิบัติโดยจัดทำแผนการตรวจสอบประจำปี และรายงานการสอบทานการปฏิบัติตามแผนการตรวจสอบดังกล่าว พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไขและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น (ถ้ามี)

    เพื่อเป็นคู่มือในการปฏิบัติของกรรมการ ผู้บริหาร และบริษัทฯ ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทฯ ได้เริ่มจัดให้มี “คู่มือการปฏิบัติให้สอดคล้องกับข้อกำหนด (Compliance Database)” จัดเก็บในระบบข้อมูลภายใน ประกอบด้วยคู่มือที่ใช้เป็นแนวปฏิบัติในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ ในฐานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียนใน ตลท. เช่น การเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศ ผู้บริหาร การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น และจัดส่งให้คณะกรรมการฯ รวมทั้งเผยแพร่ในระบบข้อมูลภายใน ซึ่งพนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลได้ โดยมีการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบันตามการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดอยู่ตลอดเวลา

    ในปี 2552 คณะกรรมการฯ ได้พิจารณากำหนด “แบบแจ้งรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร” และให้กรรมการและผู้บริหารจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสียของตนและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่งให้เลขานุการบริษัทจัดเก็บ และให้เลขานุการบริษัทส่งสำเนาให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบ ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และใช้เป็นข้อมูลสำหรับการพิจารณาผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการฯ และที่ประชุมผู้ถือหุ้น

    ตลอดปี 2552 ไม่พบเหตุการณ์หรือการปฏิบัติใดๆ ที่ไม่สอดคล้องกับจรรยาบรรณทางธุรกิจและนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่คณะกรรมการฯ ได้กำหนดไว้

2. สิทธิของผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการฯ ได้จัดทำและประกาศใช้ “นโยบายเกี่ยวกับผู้ถือหุ้น” ตั้งแต่ปี 2550 เพื่อเป็นแนวปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นในฐานะเจ้าของกิจการ ซึ่งสะท้อนการเคารพและการปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น รวมถึงการไม่ละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น (ดูนโยบายเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นสืบค้นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ www.ratch.co.th) และได้ดูแลให้ผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานดังกล่าวโดยเคร่งครัด ดังนี้

  1. สิทธิในการจดทะเบียนเป็นเจ้าของหุ้น การเปลี่ยนมือหรือการโอนสิทธิในหุ้น

    บริษัทฯ ได้มอบหมายให้ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ทำหน้าที่รับฝากหลักทรัพย์ของบริษัทฯ จัดเก็บและดูแลข้อมูลของผู้ถือหุ้นให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ และเป็นผู้ให้บริการผู้ถือหุ้นที่ถือหลักทรัพย์ของบริษัทฯ อาทิ เช่น การออกใบหลักทรัพย์ ฝากใบหลักทรัพย์ ถอนใบหลักทรัพย์ โอนและรับโอนหลักทรัพย์ และการจ่ายสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารติดต่อกับ TSD ได้โดยตรงที่ TSD Call Center : 02 229 2888 และปัจจุบัน TSD ได้เปิดบริการ Investor Portal เพื่อบริการข้อมูลผู้ถือหุ้นทางอินเทอร์เน็ต โดยผู้ถือหุ้นสามารถสมัครใช้บริการได้ที่ http://www.tsd.co.th/investorportal/

  2. สิทธิในการรับส่วนแบ่งกำไรของบริษัท

    ผู้ถือหุ้นในฐานะมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกิจการตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทฯ จึงมีสิทธิในส่วนแบ่งในกำไรของบริษัทฯ ด้วย ซึ่งบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นตามผลประกอบการของบริษัทฯ และตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ มาโดยตลอด

    นโยบายการจ่ายเงินปันผล

    บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมหลังจากหักเงินทุนสำรองตามกฎหมายและเงินทุนสำรองอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะต้องขึ้นอยู่กับกระแสเงินสดของบริษัทฯ ด้วย (รายละเอียดการจ่ายเงินปันผลตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินของบริษัทฯ เปิดเผยไว้ในหัวข้อนโยบายการจ่ายเงินปันผล)

    การกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล

    ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2552 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 31 มีนาคม 2552 บริษัทฯ ได้ใช้วิธี Record Date แทนการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อกำหนดสิทธิในการเข้าร่วมในการประชุมผู้ถือหุ้นและสิทธิในการรับเงินปันผล ซึ่งเป็นไปตามข้อแนะนำของ ตลท. ที่ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนปฏิบัติ โดยวิธี Record Date จะมีการพักการโอนสิทธิทางทะเบียน (Book Closing) เพียง 1 วันเท่านั้น ทำให้ผู้ถือหุ้นสามารถทำการโอนสิทธิทางทะเบียนได้โดยไม่ต้องรอช่วงเวลาปิดพักสมุดทะเบียนเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นมากกว่าการใช้วิธีการเดิมคือการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่มีการพักการโอนสิทธิทางทะเบียนตั้งแต่วันปิดสมุดทะเบียนจนถึงวันประชุมเป็นเวลานานถึง 21 วัน

    ในปี 2552 บริษัทฯ ได้กำหนด Record Date เพื่อสิทธิรับเงินปันผล (XD) จากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2551 ในวันที่ 9 เมษายน 2552 และสิทธิในการรับเงินปันผลระหว่างกาลจากการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2552 ในวันที่ 1 กันยายน 2552

  3. สิทธิในการได้รับแจ้งข้อมูลและข่าวสารที่มีนัยสำคัญของบริษัทฯ อย่างถูกต้อง เพียงพอ และทันเวลา

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทฯ ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน ซึ่งหมายถึงความถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วน เพียงพอ เป็นปัจจุบัน ทันเวลา โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ลักษณะข้อมูลไม่ใช่ข้อมูลด้านเดียวแต่มีทั้งข้อมูลเชิงบวกและเชิงลบ และเข้าถึงผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตามการเปิดเผยข้อมูลต้องไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายจนเกินไปให้แก่บริษัทฯ ตลอดจนไม่ทำให้บริษัทฯ สูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้วยเช่นกัน คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง อาทิ เช่น การเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญให้ทราบโดยทันที การเผยแพร่สารสนเทศต่อประชาชนโดยทั่วถึง การชี้แจงกรณีที่มีข่าวลือหรือข่าวสารต่างๆ การดำเนินการเมื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดจากภาวะปกติ ไม่ทำการเปิดเผยในเชิงส่งเสริมโดยไม่มีเหตุอันสมควร และการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ โดยบุคคลภายใน เป็นต้น

    บริษัทฯ ได้กำหนดผู้รับผิดชอบการเปิดเผยข้อมูลในเรื่องต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
    • ผู้มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศของบริษัทฯ ได้แก่ ประธานกรรมการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่
    • สำนักงานเลขานุการบริษัท รับผิดชอบการจัดทำเอกสารการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของ ตลท. การจัดทำรายงานประจำปี (แบบ 56-2) รวมทั้งเป็นผู้ประสานงาน (Contact Person) กับ ตลท. และสำนักงาน ก.ล.ต.
    • ฝ่ายบัญชี รับผิดชอบการจัดทำเอกสารเปิดเผยข้อมูลรายงานทางการเงิน และคำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของฝ่ายบริหาร
    • ส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ รับผิดชอบการจัดทำแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และการจัดการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์
    • ฝ่ายสื่อสารองค์กร รับผิดชอบการจัดทำเอกสารเปิดเผยข้อมูลและข่าวสารแก่สื่อมวลชน และการจัดการแถลงข่าวของบริษัทฯ

    บริษัทฯ ได้ดูแลไม่ให้มีการจำกัดโอกาสของผู้ถือหุ้นในการศึกษาสารสนเทศของบริษัทฯ และได้จัดช่องทางการสื่อสารเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดให้มี เพื่อใช้สื่อสารกับผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้สนใจทั่วไป และสาธารณชน เพื่อให้บุคคลดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูลของบริษัทฯ ได้อย่างทั่วถึง เป็นปัจจุบัน และเป็นการสื่อสารสองทางซึ่งจะก่อให้เกิดความเข้าใจอันดี โดยบริษัทฯ จัดให้มีเว็บไซต์ (www.ratch.co.th) เผยแพร่ข้อมูลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตามหมวดหมู่ที่จัดทำอย่างเป็นระบบเพื่อความสะดวกในการสืบค้นข้อมูล นอกจากนี้มีการจัดการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ การพบนักลงทุนในประเทศและในต่างประเทศ การแถลงข่าวผลประกอบการประจำไตรมาสและประจำปี การจัดส่งข่าวและภาพข่าวกิจกรรมของบริษัทฯ ให้แก่สื่อมวลชน การนำผู้ถือหุ้นเข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าราชบุรี การจัดการดูงานให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ การจัดกิจกรรมสัมพันธ์กับสื่อมวลชน เป็นต้น

    ในรอบปี 2552 บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศอย่างถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และไม่มีกรณีถูกลงโทษจากการไม่นำส่งหรือนำส่งรายงานตามที่กฎหมายกำหนดล่าช้าแต่อย่างใด โดยมีสรุปผลกิจกรรมการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศของบริษัทฯ ดังนี้

    1. การเปิดเผยสารสนเทศประเภทที่ต้องรายงานตามรอบระยะเวลาบัญชี (Periodic Reports) เช่น งบการเงินประจำปี งบการเงินรายไตรมาส รายงานประจำปี แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี เป็นต้น 20 ครั้ง
    2. การเปิดเผยสารสนเทศตามเหตุการณ์ (Non-Periodic Reports) เช่น การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 มติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 การจ่ายเงินปันผล การเข้าลงทุนและความก้าวหน้าในการลงทุนโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ การจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อการลงทุน การเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการได้มาซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น 29 ครั้ง
    3. การประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ 4 ครั้ง
    4. การพบนักลงทุนในประเทศ 40 ครั้ง
    5. การพบนักลงทุนในต่างประเทศ 3 ครั้ง
    6. การแถลงข่าวผลประกอบการ 6 ครั้ง
    7. การส่งข่าวและภาพข่าวกิจกรรมของบริษัทฯ ให้แก่สื่อมวลชน 37 ครั้ง
    8. การนำผู้ถือหุ้นเข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าราชบุรี 2 ครั้ง
    9. การจัดการดูงานให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ 1 ครั้ง
    10. การจัดกิจกรรมสัมพันธ์กับสื่อมวลชน 24 ครั้ง
    11. สถิติการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ (เฉลี่ยต่อเดือน) 4,500 ครั้ง

  4. สิทธิในการเข้าร่วมประชุม

    คณะกรรมการฯ ให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้ถือหุ้นในฐานะเจ้าของกิจการและส่งเสริมให้ได้เข้าร่วมในการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อรับรู้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัทฯ รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ และฝ่ายบริหาร คณะกรรมการฯ จึงถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องจัดการประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามกฎหมายและตามแนวทางในคู่มือ AGM Checklist ที่จัดทำขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียน และสำนักงาน ก.ล.ต. และดำเนินการด้วยความโปร่งใส ชอบธรรม และเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

    การประชุมผู้ถือหุ้น

    ในปี 2552 บริษัทฯ ได้จัดการประชุมผู้ถือหุ้น 1 ครั้ง คือ “การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552”  ในวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2552 เริ่มประชุมเวลา 14.30 น. และเลิกประชุมเวลา 17.30 น. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ กรุงเทพฯ เลขที่ 1695 ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร  กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีระบบขนส่งมวลชนที่ผู้ถือหุ้นสามารถใช้ในการเดินทางไปเข้าร่วมประชุมได้อย่างสะดวก  สถานที่ประชุมกว้างขวางเหมาะสมสามารถรองรับผู้เข้าประชุมจำนวนมาก  และบริษัทฯ ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมไว้อย่างครบครัน  ได้แก่ โสตทัศนูปกรณ์ที่ใช้ในการนำเสนอเรื่องต่อที่ประชุม  ระบบคอมพิวเตอร์และ Barcode ที่ใช้ในการลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมและการนับคะแนนเสียง ทำให้มีความสะดวก รวดเร็ว และการนับคะแนนเสียงมีความแม่นยำ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

    การลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมเริ่มตั้งแต่เวลา 12.30 น. ก่อนเวลาเริ่มประชุม 2 ชั่วโมง และผู้ถือหุ้นที่เดินทางมาภายหลังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้อย่างต่อเนื่องจนถึงเวลาเลิกประชุม โดยบริษัทฯ ไม่จำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเข้าร่วมการประชุมเพื่อออกเสียงลงคะแนนในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้ลงมติ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถพิจารณาเลือกว่าจะเข้าร่วมการประชุมตลอดทุกเรื่อง หรือจะเข้าร่วมประชุมเฉพาะเรื่องก็ได้ สำหรับการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการแสดงตนเพื่อเข้าร่วมประชุมนั้น ดำเนินการโดยพนักงานที่แต่งตั้งโดยประธานกรรมการ โดยบริษัทฯ ได้กำหนดขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และเป็นไปตามรายละเอียดที่ได้แจ้งต่อผู้ถือหุ้นพร้อมกับหนังสือนัดประชุม

    ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 มีผู้เข้าประชุมประกอบด้วยผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะจำนวน 1,188 ราย ถือหุ้นรวมกันคิดเป็นร้อยละ 87.56 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด โดยประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานที่ประชุมตามข้อบังคับของบริษัทฯ กรรมการทั้งหมดของบริษัทฯ ได้เข้าร่วมในการประชุม และผู้บริหารทุกคน ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมาย ได้เข้าร่วมในการประชุมเพื่อให้ข้อมุลเพิ่มเติมและร่วมตอบข้อซักถามในรายละเอียดแก่ที่ประชุมด้วย

    ก่อนการประชุม

    บริษัทฯ ได้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องสำหรับการตัดสินใจในที่ประชุมแก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้าอย่างเพียงพอและทันเวลา กล่าวคือ หลังจากคณะกรรมการฯ มีมติให้เรียกประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 บริษัทฯ ได้แจ้งกำหนดวัน เวลา สถานที่ประชุม และระเบียบวาระการประชุมพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องและความเห็นของคณะกรรมการฯ ในแต่ละเรื่องที่เสนอต่อที่ประชุม ให้ผู้ถือหุ้นรับทราบโดยผ่านช่องทางของ ตลท. ก่อนเวลา 09.00 น. ในวันทำการถัดจากวันที่คณะกรรมการฯ มีมติ รวมทั้งได้โฆษณาคำบอกกล่าวนัดประชุมในหนังสือพิมพ์ภาษาไทยในวันที่ 22 – 24 มีนาคม 2552 และหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในวันที่ 25 – 27 มีนาคม 2552 ซึ่งเป็นการโฆษณาติดต่อกัน 3 วันและไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันประชุมตามข้อบังคับของบริษัทฯ