EN TH

To be a leading value-oriented integrated energy company in Asia-Pacific

Slide Left Slide Right

ราชบุรีโฮลดิ้งเดินหน้าแผนขยายธุรกิจเป้าหมาย 2 ปี เล็ง 3 โครงการใหญ่ในต่างประเทศและโซลาร์ฟาร์มราชการในไทย เพิ่มมูลค่ากิจการและรักษาผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

  • จับมือพันธมิตรเดินหน้า 3 โครงการใหญ่ในอินโดนีเซีย สปป. ลาว และจีน กำลังการผลิตรวม 4,400 เมกะวัตต์ 
  • ยื่นข้อเสนอ 7 โครงการโซลาร์ฟาร์มราชการในไทย กำลังผลิตรวมประมาณ 35 เมกะวัตต์ คาดหวัง 2 โครงการได้รับคัดเลือก  
  • ผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือน รับรู้กำไร 2,342.98 ล้านบาท

นนทบุรี- บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) แถลงแผนการดำเนินงานและขยายธุรกิจระยะสั้น ที่ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่ากิจการให้เติบโตและรักษาอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นให้คงอยู่ในระดับเดิม โดยมีแผนงานหลักผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย 3 เรื่อง คือ การแสวงหาการลงทุนใหม่ การบริหารจัดการประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าที่เป็นแหล่งรายได้หลักให้เต็มศักยภาพ และการบริหารงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ให้แล้วเสร็จตามกำหนด แผนงานดังกล่าวนี้จะสนับสนุนการเติบโตของมูลค่ากิจการบริษัทฯ ซึ่งปี 2561 กำหนดเป้าหมายไว้ที่ 188,000 ล้านบาท

นายรัมย์ เหราบัตย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีจากนี้ไป บริษัทฯ จะต้องเฟ้นหาโครงการใหม่เพื่อขยายการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่ร่วมมือกับพันธมิตรรายเดิม และโครงการที่อยู่ในฐานธุรกิจเดิมของบริษัทฯ เป็นลำดับแรก เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ รวดเร็วตลอดจนการวิเคราะห์ความเสี่ยงการลงทุนทำได้ลึกซึ้งรอบด้านยิ่งขึ้นเพราะมีประสบการณ์และเข้าใจตลาดแล้ว ทั้งนี้ โครงการศักยภาพที่เป็นเป้าหมาย ซึ่งบริษัทฯ กำลังศึกษาและเจรจาร่วมทุนประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจาวา 7 ในประเทศอินโดนีเซีย กำลังผลิตติดตั้งประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4 กำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 400 เมกะวัตต์ ใน สปป. ลาว  โครงการโซลาร์ฟาร์มราชการ 7 แห่งในประเทศไทย กำลังการผลิตรวมประมาณ 35 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในจีน กำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ 

“บริษัทฯ ให้น้ำหนักกับโครงการดังกล่าวข้างต้นเป็นอย่างมาก โดยโครงการจาวา 7 ซึ่งบริษัทฯ ร่วมมือกับกลุ่มบ้านปู ได้ยื่นข้อเสนอพัฒนาโครงการแล้วและกำลังรอผลการพิจารณาของทางการอินโดนีเซีย ส่วนโครงการพลังน้ำเซกอง 4 ได้ลงนามใน Joint Development Agreement กับ บริษัท Lao World Engineering & Construction จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือกลุ่ม Thai World Power พันธมิตรของบริษัทฯ ในโรงไฟฟ้าราชบุรีเวอล์ดโคเจนเนเรชั่น ส่วนโครงการโซลาร์ฟาร์มราชการ ได้ร่วมมือกับหน่วยราชการยื่นเสนอพัฒนา 7 โครงการในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก กำลังผลิตรวมประมาณ 35 เมกะวัตต์ บริษัทฯ คาดหมายว่าจะได้รับสิทธิพัฒนาโครงการอย่างน้อย 2 โครงการ สำหรับโครงการในประเทศจีนคาดว่าจะลงนามสัญญาร่วมทุนได้ในปลายปีนี้ ซึ่งจะเป็นก้าวแรกของการขยายธุรกิจเข้าสู่จีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงมาก” นายรัมย์ กล่าว 

ตามแผนงาน บริษัทฯ ยังเน้นการบริหารประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าหลักของบริษัทฯ ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้โรงไฟฟ้าหลักที่สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญให้บริษัทฯ มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 4,558 เมกะวัตต์ รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์ EDL-Generation ในสปป. ลาว ดังนั้น การจัดการโรงไฟฟ้าจึงจะเน้นที่การรักษาความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าให้สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ครบตามสัญญา ควบคุม Reliability Factors ของโรงไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพตามมาตรฐานของโรงไฟฟ้าแต่ละประเภท และบริหารการใช้เชื้อเพลิงให้อยู่ในอัตราตามที่กำหนดในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า เป็นสำคัญ

นอกจากนี้ การบริหารงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ให้แล้วเสร็จและเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตามกำหนดเวลา ก็เป็นแผนงานสำคัญที่ต้องดำเนินการในช่วงระยะสั้นนี้ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้รายได้ของบริษัทฯเติบโตสม่ำเสมอและมั่นคง และสามารถรักษาอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นได้ตามเป้าหมายปัจจุบัน บริษัทฯ กำลังดำเนินการก่อสร้าง 6 โครงการ ได้แก่ โครงการหงสา หน่วยที่ 3 กำลังผลิตติดตั้ง 626 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 40%) กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิยช์ ปี 2559 มีความคืบหน้า 95%  โครงการผลิตไฟฟ้านวนครโคเจนเนอเรชั่น กำลังการผลิตติดตั้ง 132 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 40%)กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ปี 2559 มีความคืบหน้า 80% โครงการโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่น 2 แห่ง รวมกำลังผลิตรวม 33.51 เมกะวัตต์ (60%) กำหนดเดินเครื่องปี 2560 โครงการเซเปียนเซน้ำน้อย 410 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 25%) มีความก้าวหน้า 20% กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ปี 2562 และโครงการเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น 100 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 35%) อยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ส่วนโครงการสงขลาชีวมวล ขนาด 9.9 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 40%) ได้เดินเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงการที่กล่าวมามีกำลังผลิตตามการถือหุ้นรวม 464.7 เมกะวัตต์ และสามารถผลักดันมูลค่ากิจการของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 30,930 ล้านบาท

สำหรับฐานะการเงินบริษัทฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 97,131.32 ล้านบาท และมีกำไรสะสมจำนวน 45,106.04 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานในรอบ 9 เดือน (มกราคม-กันยายน 2558) บริษัทฯ มีกำไร จำนวน 2,342.98 ล้านบาท และมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 6,578.12 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นกำลังผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 6,117.31เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา 460.81 เมกะวัตต์   ย้อนกลับหน้ารวมข่าว