EN TH

To be a leading value-oriented integrated energy company in Asia-Pacific

Slide Left Slide Right

ราชบุรีโฮลดิ้ง กำไร 3,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% ครึ่งปีแรก ลงทุนเพิ่ม 3 โครงการ คาดปีนี้บรรลุเป้าหมาย 7,500 เมกะวัตต์

นนทบุรี - บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานของบริษัทฯ รอบ 6 เดือนแรกปี 2560 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรับรู้กำไร จำนวน 3,559.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 2.45 บาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการลงทุนใหม่อีก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Riau อินโดนีเซีย และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ในออสเตรเลีย รวมกำลังผลิตตามการถือหุ้น 360 เมกะวัตต์เทียบเท่า ซึ่งจะส่งผลให้กำลังผลิตรวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 7,373 เมกะวัตต์เทียบเท่า

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินงานปีนี้ มุ่งหมายเพิ่มกำลังผลิตให้เติบโตถึง 7,500 เมกะวัตต์ ในครึ่งปีแรกบริษัทฯ สามารถดำเนินงานก้าวหน้า 98% เมื่อเทียบกับเป้าหมายของปีนี้ สำหรับกำไรที่เติบโตขึ้นสะท้อนถึงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าที่สามารถสร้างผลตอบแทนดีขึ้น และคาดว่าเป้าหมายปีนี้จะสามารถดำเนินการได้สำเร็จ เพราะยังมีโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประมาณ 1,002 เมกะวัตต์ที่อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งบางโครงการมีความเป็นไปได้ที่จะข้อสรุปในปีนี้

"แนวโน้มการดำเนินงานปีนี้ จะมุ่งเน้นเพิ่มกำลังผลิตจากการลงทุนใหม่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า พลังงานทดแทน โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน และธุรกิจอื่นนอกภาคพลังงานและไฟฟ้า โดยเป้าหมายการลงทุนครอบคลุมประเทศอาเซียนและจีน ซึ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อนื่อง ขณะเดียวกัน ก็รักษาการเติบโตของรายได้จากการบริหารประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าหงสา (1,878 เมกะวัตต์) ในสปป.ลาว ซึ่งปีนี้กำหนดค่าความพร้อมจ่ายเทียบเท่า (Equivalent Availability Factor) ไว้ที่ประมาณ 80% นอกจากนี้ ยังต้องควบคุมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าอีก  4 แห่ง กำลังผลิตรวม 517 เมกะวัตต์ให้คืบหน้าตามแผนงาน โดยโรงไฟฟ้าพลังงานลมเมาท์เอเมอรัลด์ กำลังผลิตตามการถือหุ้น 144.36 เมกะวัตต์ ในออสเตรเลีย มีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2561" นายกิจจากล่าว 

ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ 360 เมกะวัตต์ เทียบเท่า ส่งผลให้กำลังผลิตรวมเติบโตขึ้นเป็น 7,373 เมกะวัตต์เทียบเท่า จากการลงทุนใน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลือง กำลังผลิตเทียบเท่า 191 เมกะวัตต์ โครงการพลังงานความร้อนร่วม Riau ในอินโดนีเซีย กำลังผลิตตามการถือหุ้น 134.75 เมกะวัตต์ และโครงการ Collinsville Solar PV กำลังผลิตตามการถือหุ้น 34 เมกะวัตต์  

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการที่สร้างอีก 4 แห่ง รวมกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 517 เมกะวัตต์ ซึ่งมีความคืบหน้าตามแผนงานที่วางไว้ ประกอบด้วย โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเมาท์เอเมอรัลด์ ในออสเตรเลีย กำลังผลิตตามการถือหุ้น 144.36 เมกะวัตต์ กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ปี 2561 โครงการพลังงานน้ำเซเปียน เซน้ำน้อย ใน สปป.ลาว กำลังผลิตตามการถือหุ้น 102.5 กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์  ปี 2562  เช่นเดียวกับโครงการเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น จังหวัดราชบุรี กำลังผลิตตามการถือหุ้น 34.73  เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟังเชงกัง ระยะที่ 2 ในสาธารณรัฐประชาชนจีน กำลังผลิตตามการถือหุ้น 236 เมกะวัตต์ มีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ในปี 2564

สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จำนวน 23,123.98 ล้านบาท หากไม่รวม ค่าเชื้อเพลิงจากบริษัทย่อย รายได้รวมมีจำนวน 7,958.88 ล้านบาท ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าและสัญญาทางการเงินมีสัดส่วน 71.6% ของรายได้รวม และรายได้จากส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้ามีสัดส่วน 24.0% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าหงสา ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม มีจำนวน 19,911.97 ล้านบาท ลดลง 18%  

ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 97,113.71 ล้านบาท หนี้สินจำนวน 33,729.63 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 63,384.08 ล้านบาท กำไรสะสมจำนวน 50,572.08 ล้านบาท 

ย้อนกลับหน้ารวมข่าว