EN TH

To be a leading value-oriented integrated energy company in Asia-Pacific

Slide Left Slide Right

ราช กรุ๊ป ซื้อกิจการโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่น มูลค่า 1,998.40 ล้านบาท รับรู้รายได้ไตรมาส 3 ทันที

นนทบุรี - บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าเอสพีพี ระบบ โคเจนเนอเรชั่นของ บริษัท นวนครการไฟฟ้า จำกัด  มูลค่าโครงการรวม 5,726.68 ล้านบาท โครงการดังกล่าวมีกำลังผลิตติดตั้ง 110 เมกะวัตต์ และกำลังผลิตไอน้ำ 10 ตัน ต่อชั่วโมง ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี โดยได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจำหน่ายแก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 25 ปี ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2556

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ รวม  99.97% ของบริษัท นวนครการไฟฟ้า จำกัด (“NNE”) เป็นเงินจำนวน 1,998.40 ล้านบาท ส่งผลให้ราช กรุ๊ป เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และได้รับสิทธิในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าเอสพีพีดังกล่าว และคาดว่าราช กรุ๊ป จะเข้าไปดำเนินการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแห่งนี้อย่างเป็นทางการได้ในเดือนตุลาคม ศกนี้

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเข้าซื้อกิจการในโครงการโรงไฟฟ้านวนครโคเจนเนอเรชั่น เป็นความสำเร็จในการขยายการเติบโตตามแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ ซึ่งการลงทุนครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความมั่นคงกระแสเงินสดและรายได้ของบริษัทฯ ยิ่งขึ้น เพราะเป็นโครงการที่เดินเครื่องจำหนายกระแสไฟฟ้าแล้ว และยังมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ที่มีระยะเวลาคงเหลือเกือบ 20 ปี

“โครงการนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้บริษัทฯ ได้ทันที โดยกระแสไฟฟ้า 90 เมกะวัตต์จำหน่ายแก่กฟผ. ส่วนกระแสไฟฟ้าที่เหลือ พร้อมทั้งไอน้ำ จะผลิตและจำหน่ายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรม นวนคร ซึ่งบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมให้มากขึ้น อีกทั้งยังมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย  สำหรับเงินลงทุนบริษัทฯ ได้จัดสรรเงินทุนและจัดหาเงินกู้สัดส่วน 35 ต่อ 65 เพื่อซื้อโครงการดังกล่าวและคาดว่าดีลจะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกันยายนศกนี้” นายกิจจา กล่าว 

ความสำเร็จในการซื้อกิจการโรงไฟฟ้านวนครครั้งนี้ ส่งผลให้กำลังผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ตามสัดส่วนการลงทุน เพิ่มขึ้นเป็น 7,047.54 เมกะวัตต์ โดยกำลังผลิตไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากการจำหน่ายตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. และไอน้ำที่ผลิตได้จะถูกขายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำกำลังเติบโต เป็นการช่วยเสริมให้ระบบพลังงานในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนครมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น” นายกิจจา กล่าวปิดท้าย

ย้อนกลับหน้ารวมข่าว