EN TH

To be a leading value-oriented integrated energy company in Asia-Pacific

Slide Left Slide Right

ราช กรุ๊ป ลงทุนโครงการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งในสปป.ลาว ตั้งเป้าจำหน่ายลูกค้าอุตสาหกรรมญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

นนทบุรี- บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศลงทุนในโครงการผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง ขนาดกำลังการผลิต 60,000 ตันต่อปี ใน สปป. ลาว โครงการดังกล่าวเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ราช- ลาว เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยจดทะเบียนใน สปป. ลาว บริษัท บุรีรัมย์กรีนเอ็นเนอร์จี จำกัด และบริษัท Siphandone Bolaven Development Company Limited โดยทั้งสามฝ่ายได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท SIPHANDONE RATCH-LAO Company Limited ขึ้นใน สปป.ลาว เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 ด้วยทุนจดทะเบียน 500 ล้านกีบ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท และถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25, 65 และ 10 ตามลำดับ

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการศึกษาและพัฒนาโครงการนี้ร่วมกับพันธมิตรมาตั้งแต่ปี 2561 เพราะมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง หรือ Wood Pellet ที่มีปัจจัยผลักดันจากการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่มีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้นตามนโยบายการส่งเสริมโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลของภาครัฐ ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างเจรจาสัญญาและดำเนินการขอใบอนุญาตต่างๆ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานผลิตได้ในปี 2564 และเริ่มผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในไตรมาสแรกของปี 2565

“ในต่างประเทศมีความต้องการเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งค่อนข้างสูงจึงเป็นโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้าง และ ส่วนใหญ่จะใช้เป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าด้วย ข้อดีของเชื้อเพลิงชีวมวลคือมีค่าความชื้นต่ำและค่าความร้อนสูง สะดวกต่อการขนส่งและเก็บสต็อกวัตถุดิบได้นาน โครงการนี้จะเน้นปลูกพืชโตเร็ว อ้อย และพืชอื่นๆ ที่เหมาะสมในพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ ในแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ในส่วนของพันธมิตร ร่วมทุนนั้น ทั้งสองรายมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านนี้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะส่งออกจำหน่ายเชื้อเพลิงให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ในรูปแบบสัญญาซื้อขายระยะยาวเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้มีลูกค้าเป้าหมายที่อยู่ระหว่างการเจรจาแล้วและคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้” นายกิจจา กล่าวปิดท้าย

ย้อนกลับหน้ารวมข่าว