EN TH

To be a leading value-oriented integrated energy company in Asia-Pacific

Slide Left Slide Right

ป่าชุมชน พลังสืบสานพระราชปณิธานอนุรักษ์ป่า ดินและน้ำ กรมป่าไม้-ราชบุรีโฮลดิ้ง น้อมนำและร่วมขับเคลื่อน ภายใต้โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน

กรุงเทพฯ – ป่าชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง จังหวัดกระบี่ คว้ารางวัล “ป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปี 2560 ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ในโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักษ์ชุมชน ปีที่ 10 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมป่าไม้ กับ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) โดยมี พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล

นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ รักษาการแทนอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ บรมนาถบพิตร มาใช้ในการดูแลรักษาป่าอย่างมีส่วนร่วม หรือแนวทางประชารัฐ ให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมตามหลักธรรมาภิบาล โดยเน้นให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและมีหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ในรูปแบบของ “ป่าชุมชน” โดยการส่งเสริมให้ชุมชนอยู่รอบเขตป่า รวมถึงชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงมีส่วนร่วมดำเนินการและเข้ามาจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ป่านั้นๆ ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ เพื่อการอนุรักษ์ รักษาป่าไม้ไว้ให้คงอยู่ และชุมชนได้รับประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืนภายใต้กฎหมายและระเบียบที่มีอยู่ โดยการอนุมัติให้จัดตั้งป่าชุมชน ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบันรวม 10,418 หมู่บ้าน พื้นที่ป่าชุมชนรวมกว่า 5.69 ล้านไร่ บทบาทที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการดำเนินการประชารัฐ คือการส่งเสริมให้ภาคเอกชนซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคม และความเอาใจใส่ต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐและประชาชนในการดูแลรักษาป่าตัวอย่างที่เด่นชัดและเป็นที่มาของงานในวันนี้คือ โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ซึ่งกรมป่าไม้ ร่วมกับ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ดำเนินกิจกรรมประกวดป่าชุมชน เพื่อเชิดชูเกียรติชุมชนที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชุมชนอื่น โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัล สำหรับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 10 ต่อเนื่องกัน และในปีนี้มีชุมชนที่ได้รับการพิจารณาให้ได้รับรางวัลจากโครงการ จำนวน 139 ชุมชน ในนามของกรมป่าไม้ ผมขอแสดงความยินดีกับป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดในครั้งนี้ และขอขอบคุณ บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ที่ร่วมกับกรมป่าไม้ดำเนินโครงการอันเป็นประโยชน์ เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้สืบไป

นายรฦก สัตยาภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาโครงการ ผู้แทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับกรมป่าไม้ ส่งเสริมและขยายผลแนวคิดชุมชนดูแลป่าอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2551 ภายใต้ “โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” โดยน้อมนำศาสตร์แห่งการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยเฉพาะ “การปลูกป่าในใจคน” มาเป็นหลักในการดำเนินงาน การประกวดป่าชุมชนเป็นกิจกรรมสำคัญของโครงการที่จัดขึ้นเพื่อจุดประกายความคิดในการร่วมกันดูแลรักษาป่าไม้ ดิน และน้ำ อันเป็นทรัพยากรท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของทุกคน ทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และขยายผลสู่ชุมชนข้างเคียง สังคม และสาธารณชนในวงกว้าง เป็นตัวอย่างให้เกิดความตระหนัก เห็นความสำคัญ และหันมาให้ความสนใจดูแล ฟื้นฟู และอนุรักษ์ป่าไม้และระบบนิเวศ โครงการได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ป่าชุมชนที่ชนะเลิศระดับประเทศ นับเป็นขวัญ กำลังใจ เป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจอย่างที่สุดแก่ชุมชนที่ร่วมกันดูแลบริหารจัดการป่าได้อย่างเข้มแข็งน่าชื่นชม จนถึงปัจุบันมีป่าชุมชนทั่วประเทศได้รับรางวัลในระดับต่างๆ จากโครงการจำนวน 1,392 แห่ง รวมพื้นที่ป่าไม้ 1.252 ล้านไร่ การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ถือเป็นการสร้างแหล่งกักเก็บคาร์บอนทางธรรมชาติขนาดใหญ่ และเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนที่เป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งบริษัทฯ มีเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะร่วมบรรเทาปัญหาในแนวทางดังกล่าว นอกเหนือจากการจัดการประสิทธิภาพการผลิต และการพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เครือข่ายแนวร่วมในการดูแลรักษาและฟื้นฟูป่าไม้ของประเทศขยายวงกว้างออกไปอย่างเข้มแข็ง และคาดหวังว่าในที่สุดแล้ว สังคมจะหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้อย่างจริงจัง รู้จักการใช้ประโยชน์จากป่าไม้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน เพื่อส่งต่อเป็นมรดกทางธรรมชาติที่ดีให้แก่ลูกหลาน”

ในการประกวดป่าชุมชน โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2560 มีป่าชุมชนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,467 ป่า ในจำนวนนี้มีจำนวน 139 ป่าชุมชน ที่ได้รับรางวัล ดังนี้

รางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2560

  • ป่าชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานและเงินรางวัลเพื่อใช้เป็นกองทุนอนุรักษ์ป่าชุมชนจำนวน 200,000 บาท ในอดีตชุมชนประกอบอาชีพตัดไม้และเผาถ่าน เมื่อหมดยุคสัมปทานป่าชายเลน ชาวบ้านได้พร้อมใจกันฟื้นฟูและพึ่งพาป่าแบบยั่งยืน คนในพื้นที่ร่วมกันจัดตั้ง “กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” เป็นแกนหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าชายเลน พื้นที่ 1,599 ไร่ จนกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ สร้างแหล่งอาหารและเสริมรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ที่สำคัญป่าชายเลนแห่งนี้ยังเป็นเสมือนปราการที่แข็งแรงปกป้องชาวชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็งให้รอดพ้นภัยจากคลื่นสึนามิครั้งใหญ่ที่ผ่านมา

รางวัลรองชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลเพื่อใช้เป็นกองทุนอนุรักษ์ป่าชุมชนแห่งละ 100,000 บาท จำนวน 3 รางวัล ดังนี้

  • ป่าชุมชนบ้านห้วยหินฝน ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
  • ป่าชุมชนบ้านท่ามะขาม ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
  • ป่าชุมชนภูตะเภา ตำบลสามสวน อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ

รางวัลชนะเลิศป่าชุมชนดีเด่นด้านการ “น้อมนำศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาป่าชุมชน” ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษประจำปี 2560 เพื่อเชิดชูป่าชุมชนที่น้อมนำศาสตร์พระราชาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในการบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ ตั้งอยู่บนความพอเพียงและยั่งยืน

  • ป่าชุมชนบ้านไทรเอน ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ในวิถีชีวิต และบังเกิดผลด้านการพัฒนาที่ผสมผสานระหว่างการดูแลรักษาป่าและการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลเพื่อใช้ในกองทุนอนุรักษ์ป่าชุมชนจำนวน 100,000 บาท

รางวัลรองชนะเลิศป่าชุมชนดีเด่นด้านการ “น้อมนำศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาป่าชุมชน” ได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลเพื่อใช้ในกองทุนอนุรักษ์ป่าชุมชนแห่งละ 25,000 บาท จำนวน 3 รางวัล ได้แก่

  • ป่าชุมชนบ้านห้วยพ่าน ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน
  • ป่าชุมชนตำบลพิมาน ตำบาลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
  • ป่าชุมชนบ้านวังศิลาดิเรกสาร ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

รางวัลป่าชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด จำนวน 66 รางวัล ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลเพื่อใช้ในกองทุนอนุรักษ์ป่าชุมชนแห่งละ 25,000 บาท และรางวัลชมเชย จำนวน 65 รางวัล ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัลเพื่อใช้ในกองทุนการอนุรักษ์ป่าชุมชนแห่งละ 10,000 บาท

ย้อนกลับหน้ารวมข่าว