EN TH

To be a leading value-oriented integrated energy company in Asia-Pacific

Slide Left Slide Right

ราช กรุ๊ป ส่งเสริม Brain-Based Learning เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ พัฒนาสมองอย่างสมวัย

การศึกษาชั้นปฐมวัยและประถมศึกษา ถือเป็นจุดเริ่มแรกของการเรียนรู้ในระบบการศึกษา และเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเรียนรู้ในระดับต่อๆ ไปในอนาคต การส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาสมองและได้เรียนรู้อย่างเหมาะสมตามช่วงวัย จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานหรือ Brain- Based Learning (BBL) เป็นแนวคิดการจัดการเรียนรู้ที่นิยมใช้ในการเรียนปฐมวัยและประถมศึกษา โดยนำทฤษฏีด้านการพัฒนาสมองของมนุษย์มาใช้พัฒนาการเรียนการสอน ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมรอบตัวของนักเรียนให้สามารถเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามช่วงวัย ได้รับการพัฒนาทั้งด้านสมอง ร่างกายและจิตใจ แต่กระบวนการ BBL จะสัมฤทธิ์ผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพได้นั้น หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือครูผู้สอนต้องมีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้ฯ เพื่อที่จะสามารถนำไปปรับใช้กับการเรียนการสอนในโรงเรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้ของเด็กนักเรียน

ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ได้ร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1 และโรงเรียนเครือข่ายในจังหวัดนนทบุรี จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาสื่อการสอน ส่งเสริมการเรียนรู้ Brain-Based Learning” เพื่อส่งเสริมศักยภาพครูผู้สอนชั้นปฐมวัยและประถมศึกษาในการจัดการเรียนการสอนตามแนวการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติและการทำงานของสมองตามช่วงวัย (BBL)

นางบุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาสื่อการสอน ส่งเสริมการเรียนรู้ Brain-Based Learning” เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักของ “โครงการ @CareLine เครือข่ายปันสุข” ของบริษัทฯ ซึ่งจัดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2559 โดยตอบสนองเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่ต้องการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาสังคมด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในอันที่สร้างอนาคตและความยั่งยืนของประเทศชาติจากคนรุ่นปัจจุบัน สำหรับการจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการ BBL ให้ความสำคัญกับกุญแจ 5 ดอก ประกอบด้วย 1. สนามเด็กเล่น 2. ห้องเรียน 3. กระบวนจัดการเรียนรู้ 4. หนังสือ และ 5. สื่อและนวัตกรรมตามหลัก BBL

การอบรมพัมนาสื่อการสอน เป็นการเสริมสร้างศักยภาพของกุญแจดอกที่ 5 ซึ่งคุณครูจะได้เรียนรู้และเข้าใจทั้งหลักการของ BBL และเทคนิคการสร้างสื่อการสอนอันเป็นตัวกลางสำหรับการเรียนการสอนกับเด็กๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในระยะเวลา 5 ปีที่บริษัทฯ จัดกิจกรรมนี้ มีครูระดับปฐมวัยและประถมศึกษาโรงเรียนในจังหวัดนนทบุรีเข้าร่วมกิจกรรม 343 คน จาก 32 โรงเรียนในสังกัด สพป.นนทบุรี เขต 1 นอกจากการอบรมนี้แล้ว บริษัทฯ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมกุญแจดอกที่ 1 คือ สนามเด็กเล่น และกุญแจดอกที่ 2 คือ ห้องเรียน โดยจัดในรูปแบบกิจกรรมพนักงานจิตอาสา เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานในการปรับปรุงพัฒนาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้เอื้อและกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็ก ได้แก่ การปรับปรุงสนามเด็กเล่น อาคารเรียน ผนังห้องเรียน ตลอดจนโต๊ะและเก้าอี้เรียน ให้มีสีสัน เพื่อดึงดูดความสนใจและกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเด็กจนเกิดการเรียนรู้ตามธรรมชาติที่สอดคล้องกับหลักการของ BBL

“ทุกกิจกรรมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจาก 32 โรงเรียนในสังกัดของ สพป.นนทบุรี เขต 1 ซึ่งคุณครูที่เข้าร่วมกิจกรรมได้นำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในการจัดการเรียน และเห็นผลที่เกิดขึ้นกับเด็กอย่างเป็นรูปธรรม คือ นักเรียนมีความกระตือรือร้นและสนใจเรียนรู้มากขึ้น มีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง ร่างกายและจิตใจ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทฯ และตรงกับเป้าหมายในการดำเนินโครงการ “โครงการ @CareLine เครือข่ายปันสุข” ที่เน้นส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่ชุมชนรอบพื้นที่ดำเนินกิจการของบริษัทฯ และยังหวังใจว่าจุดเริ่มต้นที่ดีของเด็กจะส่งผลส่งต่อคุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กและเยาวชนของจังหวัดนนทบุรีในอนาคตต่อไปข้างหน้าด้วย” นางบุญทิวา กล่าว

เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมยืนยันเป็นอย่างดีถึงประโยชน์จากการนำหลักการ BBL ในการเรียนการสอน ดังเช่นคุณครูนภาลัย ศรีไสว จากโรงเรียนวัดจันทร์ (ผาดไสวประชาอุทิศ) ซึ่งสอนนักเรียนระดับอนุบาลปีที่ 2 บอกเล่าถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเข้ามาร่วมอบรมกิจกรรมนี้ว่า ตามหลักสูตรเด็กอนุบาลจะต้องเรียน 6 กิจกรรมบูรณาการ คือ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมเสรี กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา ส่วนมากจะเป็นการสอนด้วยสื่อการสอนซึ่งตามปกติที่โรงเรียนครูจะทำสื่อการสอนกันเอง โดยใช้เวลาในช่วงที่เด็กนอนกลางวันหรือวันหยุด ส่วนตัวเป็นคนชอบผลิตสื่อการสอนอยู่แล้ว แต่ก็ทำได้แค่แบบเดิมๆ จากฟิวเจอร์บอร์ด แต่เมื่อได้ทราบจากครูโรงเรียนเดียวกันที่มาอบรมกิจกรรมนี้เมื่อปีที่แล้วจึงสนใจและขอทางโรงเรียนมาเข้าร่วมอบรมในปีนี้

“การเป็นครูจะใช้วิธีการการสอนแบบเดียวไม่ได้ ต้องมีสื่อการสอนเพื่อให้เด็กเกิดความสนใจ ทำให้เด็กเรียนรู้และเข้าใจในเนื้อหานั้นได้ง่ายขึ้น เห็นภาพได้ชัดขึ้น สื่อการสอนที่ได้เรียนรู้จากการอบรมครั้งนี้เป็นเทคนิคที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน อย่างสื่อที่เคยเรียนตอนมหาวิทยาลัยจะเป็นแนว 2 มิติ ไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นขั้นๆ แบบนี้ ซึ่งสื่อรูปแบบนี้เราสามารถนำไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนตามหน่วยต่างๆ ได้จริง เช่น สื่อการสอน “สไลด์จ๊ะเอ๋” ก็สามารถนำรูปแบบไปปรับใช้ได้หลายหน่วย เช่น สัปดาห์นี้สอนเรื่องผลไม้ ในเล่มก็ใส่เป็นรูปผลไม้ สัปดาห์ต่อไปสอนเรื่องการแต่งกาย ในเล่มก็เป็นรูปการแต่งกาย เป็นต้น นอกจากนี้ สื่อการสอนที่เรียนรู้และฝึกทำจากการอบรมก็สามารถนำไปใช้สอนเด็กได้ต่อ ช่วยให้เราประหยัดเวลาในการทำสื่อและใช้เวลาไปใช้สอนเด็กได้มากขึ้น”

ขณะที่ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์และวิชาการงาน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 6 จากโรงเรียนอนุบาลบางกรวย (วัดศรีประวัติ) คุณครูชยานันท์ สุขเจริญ ซึ่งมาเข้าร่วมการอบรมฯ ที่บริษัทเป็นครั้งแรกเช่นกัน เล่าถึงการใช้สื่อการสอนในการจัดการเรียนการสอนว่า วิธีการสอนจะยึดนักเรียนเป็นสำคัญ เน้นการจัดกิจกรรมที่สนุกสนาน น่าสนใจ มีการใช้สื่อการสอนที่หลากหลาย เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ถ้าหากยังมีข้อสงสัยประเด็นปัญหาต่าง ๆ มีการอธิบายซ้ำ สื่อการสอนที่ใช้มีหลายประเภท ซึ่งโดยส่วนตัวคุณครูส่วนใหญ่จะทำสื่อการสอนเอง ถ้าเป็นสื่อที่ทำจากกระดาษก็จะทำแบบเรียบง่ายเพราะไม่ค่อยถนัด จากประสบการณ์ที่เคยผ่านการอบรมเกี่ยวกับ BBL มา ส่วนใหญ่จะเป็นการอบรมเกี่ยวกับเนื้อหาหลักการ มีการทำสื่อการสอนบ้าง แต่เมื่อคุณครูได้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ ที่มีกิจกรรมเน้นพัฒนาสื่อการเรียนสอน ถือว่ามีประโยชน์มาก

“การมาอบรมในวันนี้ทำให้ได้สื่อการสอนไปฝากนักเรียนๆ ได้เทคนิคใหม่ๆ ในการทำสื่อการสอน สื่อการสอน “หมุนแล้วจะเจอ” “สมุดหนังสือสไลด์” สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับวิชาอื่นที่สอนได้ เช่น คณิตศาสตร์ การงานอาชีพและวิชาอื่น ๆ นอกจากจะช่วยเพิ่มความสนใจในการเรียนแล้ว ยังช่วยให้จดจำเนื้อหาความรู้ได้มากขึ้นด้วย”

ย้อนกลับหน้ารวมข่าว