EN TH

เรียน ท่านผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทุกท่าน

ในปี 2561 เป็นปีที่มีความท้าทายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างมาก เหตุการณ์กระแสน้ำพัดเขื่อนดินย่อยส่วน D ของเขื่อนหลักเซน้ำน้อยในโครงการพลังน้ำเซเปียน เซน้ำน้อย ตั้งอยู่ใน สปป.ลาว ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจนพังทลาย บริษัทฯขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อประชาชน ชุมชน รัฐบาล สปป.ลาว และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัท ไฟฟ้า
เซเปียน-เซน้ำน้อย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับสัมปทานและดำเนินงานโครงการ โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน ร้อยละ 25 ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับทางการ สปป.ลาว ซึ่งได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหาสาเหตุ รวมทั้งคณะกรรมการประเมินความเสียหาย ฟื้นฟูและเยียวยาผลกระทบในด้านต่างๆ เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ให้สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด บริษัทฯ ได้สนับสนุนความต้องการของทางการ สปป.ลาว ด้วยการให้ความช่วยเหลือทั้งด้านงบประมาณ อุปกรณ์ สิ่งของจำเป็น รวมทั้งบุคลากร เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้เกี่ยวข้องต่างๆอย่างเต็มกำลัง

สำหรับการตรวจสอบหาสาเหตุอยู่ระหว่างดำเนินการภายใต้การควบคุมกำกับของคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุโดยมี ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เป็นประธาน ส่วนการจัดการปัญหาและผลกระทบด้านชุมชนสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รัฐบาล สปป.ลาว ได้ดำเนินการควบคู่กันไปและมีความก้าวหน้าเป็นลำดับ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2562 รัฐบาลสปป.ลาวได้อนุมัติค่าชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและสูญหาย จำนวน 71 ราย รายละ 10,000 เหรียญสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายและจัดทำแผนฟื้นฟูทั้งด้านชุมชนและสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แบบบูรณาการนอกจากนี้ บริษัทผู้รับสัมปทาน และบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการ ได้จัดสร้างที่พักชั่วคราว ซึ่งได้ทยอยส่งมอบให้กับทางการสปป. ลาว แล้วจำนวน 800 หลัง เพื่อให้ครอบครัวประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้เข้าพักอาศัยเป็นการชั่วคราว

ด้านผลกระทบต่อโครงการ บริษัท ไฟฟ้า เซเปียน-เซน้ำน้อย จำกัด ได้จัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ วิเคราะห์และประเมินสาเหตุเบื้องต้นของเหตุการณ์ รวมทั้งได้จัดทำแผนฟื้นฟู (Restoration Plan) โครงการ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยได้นำเสนอ แผนดังกล่าวต่อกระทรวงแผนงานและการลงทุน (Ministry of Planning and Investment) และกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ (Ministry of Energy and Mine) สปป.ลาว เมื่อเดือนกันยายน 2561 หากแผนดังกล่าวได้รับความเห็นชอบ โครงการจะได้เริ่มดำเนินการด้านต่างๆ รวมทั้งการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตบดอัด (Roller Compacted Concrete Dam) ทดแทนเขื่อนดินย่อยกั้นช่องเขาส่วน D ได้

สำหรับผลกระทบที่มีต่อบริษัทฯ นั้น เนื่องจากบริษัทฯ ถือหุ้นในโครงการดังกล่าวร้อยละ 25 ผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของบริษัทฯ จึงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ไม่กระทบมากนัก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการทบทวนบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อนำไปปรับปรุง กระบวนการบริหารความเสี่ยงโครงการ การวิเคราะห์ Dam Break Analysis และการประเมินความเสี่ยงด้านชุมชนโดยรอบโครงการ รวมถึงการจัดทำแผนฉุกเฉินและแผนอพยพของเขื่อนหลักและเขื่อนย่อยเพื่อป้องกันเหตุการณ์เกิดซ้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ไม่ปรารถนาอย่างยิ่งยวด

ขยายฐานธุรกิจโครงสร้างสาธารณูปโภคมากขึ้น
ตามนโยบาย Thailand 4.0 และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล ที่มุ่งหมายยกระดับการพัฒนาประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยด้านเศรษฐกิจได้มุ่งเน้นพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อรองรับการลงทุน ของภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในสังคม บริษัทฯ จึงเล็งเห็นเป็น โอกาสทางธุรกิจที่จะช่วยเสริมการเติบโต นอกเหนือจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่เป็นธุรกิจหลัก

ในปี 2561 บริษัทฯ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ที่สะท้อนถึงความคาดหวังและโอกาสทางธุรกิจที่เอื้อต่อการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต คือ “เป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ม่งุ เน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” และได้มีการลงทุนในโครงการน้ำประปาใน สปป.ลาว มูลค่าการลงทุนของบริษัทฯ 194.59 ล้านบาทซึ่งถือเป็นโครงการที่ 3 ต่อจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง ซึ่งได้ลงทุนเมื่อปี 2560 ในประเทศไทย

เน้นบริหารประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าและความปลอดภัยพนักงานและคู่ค้า
เนื่องจากโรงไฟฟ้าหลักมีอายุการใช้งานกว่า 10 ปี การจัดการประสิทธิภาพการผลิตเพื่อให้สามารถส่งมอบไฟฟ้าให้ลูกค้าได้ตามสัญญา โดยผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายมีความปลอดภัย เป็นภารกิจสำคัญที่บริษัทฯ เน้นย้ำและให้ความสำคัญตลอดมา ในปี 2561 โรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ ควบคุมการผลิตกระแสไฟฟ้า ได้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้รวม 18,262,933 เมกะวัตต์-ชั่วโมง โดยมีความพร้อมจ่าย (Availability)ความเชื่อถือได้ของโรงไฟฟ้า (Reliability) และอัตราการใช้ความร้อน (Heat Rate) บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

ร่วมพัฒนานวัตกรรมการเดินเครื่อง และบำรุงรักษากับคู่ค้า
โรงไฟฟ้าราชบุรี และไตรเอนเนอจี้ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าหลักได้สนับสนุนคู่ค้าเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าคิดค้นวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของโรงไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น ได้แก่การประดิษฐ์รถดำน้ำ เพื่อใช้ถ่ายภาพใต้น้ำในพื้นที่เก็บน้ำต่างๆ ของโรงไฟฟ้า เช่น ถังตกตะกอนน้ำดิบ (Solid Contact Unit) พื้นที่อับอากาศ หรืองานที่มีความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งสามารถยืดระยะเวลางานบำรุงรักษา และลดค่าใช้จ่ายงานบำรุงรักษาลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีการศึกษาวิธีรักษาสภาพโรงไฟฟ้าแบบเปียกหรือ Wet Pack ในช่วงที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรีถูกสั่งให้หยุดเดินเครื่องเป็นระยะเวลานานซึ่งวิธีนี้ช่วยให้โรงไฟฟ้าสามารถเดินเครื่องได้อย่างทันท่วงทีที่มีคำสั่งจากศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าแห่งชาติ

การจัดการก๊าซเรือนกระจก
บริษัทฯ ตลอดจนโรงไฟฟ้าทุกแห่งได้ทุ่มความพยายามปรับปรุงกระบวนการผลิตและลดการใช้พลังงานและทรัพยากร เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งขยายผลไปยังชุมชนด้วยการสนับสนุนส่งเสริมการอนุรักษ์ พลังงานและป่าไม้ด้วย ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ และโรงไฟฟ้าราชบุรีได้ร่วมกันพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจก ภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ T-VER ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างเป็นหลอด LED จำนวน 6,577 หลอดในโรงไฟฟ้าราชบุรี สามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้771 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าราชบุรียังร่วมมือกับ กฟผ. ในฐานะคู่ค้าของบริษัทฯ ศึกษาวิจัยและพัฒนาการเพิ่มสมรรถนะของกังหันก๊าซ หรือ Gas Turbine ในสภาวะอุณหภูมิ บรรยากาศที่สูงขึ้น ด้วยการลดอุณหภูมิอากาศก่อนเข้า Air Inlet Filterส่งผลให้เครื่องกังหันก๊าซสามารถผลิตไฟฟ้าได้เต็มสมรรถนะแม้อุณหภูมิภายนอกจะสูงขึ้นและสามารถผลิตและจ่ายไฟฟ้าได้ตามที่ลูกค้าสั่งการ

รายงานความยั่งยืนฉบับนี้ ได้นำเสนอกลยุทธ์และแนวทางการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน การจัดการประเด็นสำคัญในปีที่ผ่านมา รวมทั้งผลการดำเนินงานมิติเศรษฐกิจสิ่งแวดล้อม และสังคมด้วย โอกาสนี้ ผมขอขอบคุณคณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร พนักงาน รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน ที่ได้ให้ความเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาปรับปรุงรายงานความยั่งยืนฉบับนี้ บริษัทฯ ยังยืนหยัดที่จะพัฒนาองค์กรให้ยั่งยืนและเติบโตเคียงคู่ไปกับทุกภาคส่วนตลอดไป