EN TH

มูลค่าทางเศรษฐกิจของบริษัทฯ ปี 2564

รายการ มูลค่า (ล้านบาท)
มูลค่าเศรษฐกิจที่ดำเนินการได้
รายได้จากการขายและการให้บริการ และรายได้ตามสัญญาเช่า 37,326.78
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า 5,902.40
เงินปันผลรับ 58.83
รายได้อื่น ๆ 1,005.28
มูลค่าเศรษฐกิจที่กระจายให้ผู้มีส่วนได้เสีย
ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง 26,892.61
ค่าปฏิบัติการและบำรุงรักษา 1,675.26
ค่าซ่อมแซมและอะไหล่ในการบำรุงรักษา 1,354.98
ค่าเบี้ยประกันไฟฟ้า 440.10
ค่าใช้จ่ายการบริหารและค่าตอบแทน 1,701.84
ต้นทุนการเงิน 1,868.07
ภาษีจ่ายภาครัฐ* 615.02
ค่าใช้จ่ายของผู้ให้บริการงานเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 297.71
ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สอบบัญชี 18.16
ภาษีท้องถิ่น** 2.68
เงินปันผลจ่ายผู้ถือหุ้น 3,480.00
เงินลงทุนด้านชุมชนและสังคม 179.99
มูลค่าทางเศรษฐกิจที่บริษัทได้รับ
กำไรส่วนของบริษัทฯ 7,772.02

* รวมภาษีนิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในไทย

** ภาษีท้องถิ่น คือ ภาษีที่รัฐให้อำนาจองค์กรปกครองท้องถิ่นจัดเก็บ เพื่อเป็นรายได้นำไปพัฒนาท้องถิ่น และท้องถิ่นสามารถดำเนินการจัดเก็บได้ตามดุลยพินิจ โดยไม่ต้องนำส่งรายได้นั้นแก่รัฐบาล ประกอบด้วย ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องถิ่น และภาษีป้าย

โครงสร้างรายได้

รายได้ของบริษัทฯ จำแนกออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

 

อัตราส่วนทางการเงิน

รายการ หน่วย ปี 2564 ปี 2563 ปี 2562
อัตราส่วนสภาพคล่อง เท่า 1 2.69 2.70
กำไรต่อรายได้รวม (ไม่รวมค่าเชื้อเพลิง) ร้อยละ 40.30 37.03 38.90
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ร้อยละ 11.57 9.98 10.21
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวมเฉลี่ย ร้อยละ 7.10 7.24 8.33
EBITDA ต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ย ร้อยละ 8.74 9.10 9.92
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เท่า 0.99 0.85 0.69
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เท่า 0.64 0.55 0.38

บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้า ซึ่งเป็นคู่ธุรกิจสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน โดยยึดหลักปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณของบริษัทฯ เป็นสำคัญ เนื่องจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าต้องใช้เงินลงทุนสูงและใช้ระยะเวลาตั้งแต่การพัฒนาธุรกิจ การก่อสร้างโครงการ จนถึงดำเนินงานผลิตไฟฟ้าจำหน่ายเชิงพาณิชย์เป็นเวลาหลายปี ซึ่งในแต่ละขั้นตอน บริษัทฯ จะต้องทำงานร่วมกับคู่ค้าหลากหลายเพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จ

คู่ค้าที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน

หลักเกณฑ์การประเมินคุณสมบัติคู่ค้า
ด้านธรรมาภิบาล

ความซื่อสัตย์/โปร่งใส/รับผิดชอบต่องาน

  • ไม่มีประวัติคอร์รัปชันทุกรูปแบบ
  • ไม่มีประวัติการละทิ้งงาน

ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

  • ผู้บริหาร/กรรมการไม่มีตำแหน่งในบริษัทที่เสนอราคาแข่งขัน
  • ไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้บริหาร/พนักงานของบริษัทฯ
ด้านสิ่งแวดล้อม

การจัดการและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อ

  • ได้รับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมหรือปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย/ข้อกำหนด/กระบวนการจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ด้านสังคม

แรงงานและการดูแลชุมชน/สังคม

  • ไม่มีการใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานผิดกฎหมาย
  • เคารพสิทธิมนุษยชนของลูกจ้าง แรงงาน/ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
  • ดำเนินงานที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนรอบข้าง

การบริหารความเสี่ยงคู่ค้า

บริษัทฯ ได้ประเมินปัจจัยเสี่ยงที่มีความเป็นไปได้ที่บริษัทฯ จะได้รับจากคู่ค้า และนำมากำหนดวิธีบริหารจัดการและ การป้องกันความเสี่ยงและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

 

มิติ ปัจจัยเสี่ยงของคู่ค้า วิธีการป้องกัน ผลการดำเนินงานปี 2564
เศรษฐกิจ สถานะและความมั่นคง ทางการเงินของคู่ค้า
  • กำหนดหลักทรัพย์ค้ำประกัน/Bank Guarantee
  • ตรวจสอบงบการเงินย้อนหลัง 2 ปี
  • ประเมินคุณสมบัติด้านธรรมาภิบาล เพื่อตรวจสอบประวัติการทิ้งงาน/อยู่ในบัญชีดำ
  • คู่ค้ามีความสามารถในการวางหลักทรัพย์ค้ำประกันตามข้อกำหนดของบริษัทฯ
  • คู่ค้าไม่มีประวัติการทิ้งงาน
การฮั้วราคา และความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  • กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินคุณสมบัติคู่ค้า
  • ตรวจสอบประวัติจากบริษัทที่เคยจ้างงานมาก่อน
  • ตรวจสอบหนังสือรับรองทางการค้า
  • ขึ้นบัญชีคู่ค้าต้องห้าม กรณีพบความผิดปกติ
ไม่มีกรณีการฮั้วราคา หรือบริษัทที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
การละทิ้งงาน/การผิดนัด ส่งมอบสินค้าและบริการ/ สินค้าหรือบริการไม่เป็นไป ตามมาตรฐานที่กำหนด
  • กำหนดบทปรับ
  • ยึดหลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • การยกเลิกสัญญา
  • การฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
  • ขึ้นบัญชีคู่ค้าต้องห้าม กรณีไม่เป็นไปตามที่กำหนด
คู่ค้าส่งมอบงานล่าช้า จำนวน 1 ราย และบริษัทฯ ได้ขึ้นบัญชีเป็นคู่ค้าต้องห้าม
คู่ค้าที่มีมูลค่างานมากกว่า 10 ล้านบาท ไม่ปฏิบัติ ตามสัญญา
  • กำหนดหลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • ตรวจสอบการปฏิบัติงานตามสัญญาและการส่งมอบงาน
  • กำหนดเงื่อนไขการชำระเงินเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงาน
  • ตรวจเยี่ยมกิจการคู่ค้า
คู่ค้าของบริษัทฯ และบริษัทย่อย (RGCO/RCO และ RAC) ที่มีมูลค่างานมากกว่า 10 ล้านบาท มีจำนวน 34 ราย และสามารถส่งมอบงานได้ครบถ้วนตามสัญญา
สังคม การใช้แรงงานเด็ก/ต่างด้าว ผิดกฎหมาย/การละเมิด สิทธิมนุษยชนหรือบังคับแรงงาน
  • กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินคุณสมบัติคู่ค้า
  • เยี่ยมชมกิจการคู่ค้า
  • กำหนดให้แจ้งข้อมูลแรงงานที่จะเข้าทำงาน
  • กำหนดให้แสดงใบขึ้นทะเบียนกรณีเป็นแรงงานต่างด้าว
  • ขึ้นบัญชีคู่ค้าต้องห้าม กรณีพบการละเมิด
ไม่มีคู่ค้าที่ละเมิดด้านแรงงาน
อาชีวอนามัยและ ความปลอดภัยของแรงงาน
  • กำหนดให้มีการปฐมนิเทศ และประเมินความเสี่ยงของงานทุกครั้ง
  • กำหนดและจัดให้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับแรงงานในสัญญาจ้าง
  • กำหนดให้คู่ค้าประกันความเสี่ยงแก่แรงงานที่ทำงานความเสี่ยงสูง
คู่ค้ามีการประเมินความเสี่ยง ตามที่กำหนด
เศรษฐกิจ/สังคม การบริหารผู้รับเหมาช่วง ของคู่ค้า
  • มีการประเมินความเสี่ยงของงาน
  • กำหนดเงื่อนไขด้าน ESG ของผู้รับเหมาช่วงในสัญญาของคู่ค้าหลัก
  • ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย
คู่ค้าที่เป็นผู้รับเหมาช่วง จำนวน 6 ราย และปฏิบัติตามข้อกำหนดของบริษัทฯ
สิ่งแวดล้อม การดูแลสิ่งแวดล้อมและ การจัดการของเสียของคู่ค้า
  • กำหนดเป็นหลักเกณฑ์ในการประเมินคุณสมบัติคู่ค้า
  • กำหนดเป็นเงื่อนไขในสัญญาจ้างและตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด
  • เยี่ยมชมกิจการคู่ค้า
บริษัทฯ มีการกำหนดเงื่อนไขการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมไว้ในสัญญาการจ้าง สำหรับคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมทุกราย และมีคู่ค้าได้รับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมหรือปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม (ISO 14001/EIA) จำนวน 5 ราย

หมายเหตุ : RGCO = บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด RGO = บริษัท ราช โคเจอเนอเรชั่น จำกัด
                         RAC = บริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด

การบริหารสัญญาซื้อหรือจ้าง

การบริหารสัญญา จะเริ่มขึ้นนับตั้งแต่สัญญาลงนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนกระทั่งถึงขั้นตอนการตรวจสอบและรับมอบงาน ทั้งนี้ หน่วยงานจัดซื้อ จะดำเนินการติดตามการปฏิบัติตามสัญญาของคู่ค้า โดยประสานงานร่วมกับหน่วยงานเจ้าของงาน

การประเมินผลงานคู่ค้า

ภายหลังการส่งมอบสินค้าและบริการจากคู่ค้าแล้ว หน่วยงานจัดซื้อและเจ้าของงาน จะดำเนินการประเมินผลงานคู่ค้า โดยประเด็นการเมิน ประกอบด้วย คุณภาพงาน ปริมาณงาน การส่งมอบงาน และวิธีปฏิบัติงานของคู่ค้าหรือผู้รับเหมา ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ สำหรับคู่ค้าที่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลงาน จะนำมาบันทึกในทะเบียนคู่ค้าของบริษัทฯ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป ส่วนคู่ค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์ บริษัทฯจะให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข กรณีที่คู่ค้าไม่ยอมรับต่อข้อเสนอแนะ บริษัทฯ จะบันทึกในทะเบียนคู่ค้าต้องห้าม

การจัดกลุ่มคู่ค้า

บริษัทฯ ได้ทำการจัดกลุ่มคู่ค้าออกเป็น 5 กลุ่ม โดยพิจารณาจาก

พลังงานไฟฟ้าถือเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นตอบสนองต่อความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าตามสัญญาซื้อขายที่ได้ตกลงระหว่างกัน รวมทั้งยังรักษาประสิทธิภาพการผลิตให้การใช้พลังงานเกิดประโยชน์สูงสุด และจัดการผลกระทบที่จะมีต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างดีที่สุด เพื่อให้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายให้แก่ลูกค้ามีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ ได้มีการกำหนดแนวปฎิบัติต่อลูกค้าไว้ในจรรยาบรรณบริษัทฯ ดังนี้

แนวปฎิบัติต่อลูกค้าตามจรรยาบรรณบริษัทฯ
  • ผลิตและส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยมุ่งมั่นจะยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • จัดให้มีระบบและกระบวนการเพื่อให้ลูกค้าสามารถร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
  • ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อลูกค้าอย่างเคร่งครัด หากไม่สามารถปฏิบัติได้ ให้แจ้งลูกค้าเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข
  • ผลิตสินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
  • รักษาความลับของลูกค้า และไม่นำความลับของลูกค้าไปใช้ประโยชน์เพื่อตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ
  • เปิดเผยข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการอย่างครบถ้วน ถูกต้องและไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
  • ไม่เรียก ไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับลูกค้า
แนวทางการดำเนินงาน
  • หารือแนวทางและแผนงานการผลิตพลังงาน รวมทั้งความต้องการของลูกค้าเป็นประจำและต่อเนื่อง
  • ดูแลความพร้อมจ่ายและความเชื่อถือได้ของโรงไฟฟ้า รวมถึงอัตราการใช้ความร้อน (Heat Rate) ให้ได้ตามสัญญา
  • เตรียมความพร้อมของโรงไฟฟ้าด้วยการบำรุงรักษาที่มีคุณภาพตามแผนงาน เพื่อให้ผลิตพลังงานให้ได้ตามที่ลูกค้าสั่งการ ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ
  • ผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยกระบวนการที่ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรการ EIA รวมทั้งจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกเพื่อประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และจัดทำเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก
  • ดำเนินธุรกิจร่วมกับลูกค้า ด้วยการรักษาความลับ ไม่นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์กรณีจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลหรือดำเนินการตามข้อกฎหมาย จะแจ้งและขออนุญาตจากลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง
  • จัดให้มีการสื่อสารและช่องทางที่เปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะ แจ้งให้ทราบประเด็นปัญหา รวมทั้งร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
  • สำรวจระดับความพึงพอใจของลูกค้า และนำข้อเสนอแนะไปดำเนินการปรับปรุงให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย ผลการดำเนินงานปี 2564
ด้านเศรษฐกิจ
  • การส่งมอบไฟฟ้าให้ลูกค้าครบถ้วนตามเงื่อนไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
  • ค่าความพร้อมจ่าย (EAF) และอัตราการใช้ความร้อน (Heat Rate) ของโรงไฟฟ้าตามข้อกำหนดของสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
  • กำหนดเพดานค่าปรับกรณีไม่สามารถส่งมอบไฟฟ้าได้ตามสัญญา
  • โรงไฟฟ้าสามารถส่งมอบพลังงานไฟฟ้าให้ลูกค้าได้ครบถ้วนตามจำนวนชั่วโมงความพร้อมจ่ายที่กำหนดไว้ในสัญญา (Contracted Availability Hour: CAH)
  • ค่าความพร้อมจ่าย (EAF) และอัตราการใช้ความร้อน (Heat Rate) ของโรงไฟฟ้าดีกว่าเป้าหมายที่กำหนด
  • อัตราค่าปรับเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าราชบุรีดีกว่าเป้าหมายรายปีที่กำหนดไว้
ด้านสิ่งแวดล้อม
  • ค่าการปล่อยมลสารจากการผลิตเป็นไปตามเป้าหมาย คือ อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  • ปริมาณการปล่อยมลสารจากกระบวนการผลิตมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานกฎหมายและข้อกำหนดของ EIA ทั้งหมด
ด้านสังคม
  • ไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชนเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกระบวนของการผลิตไฟฟ้า
  • ไม่เกิดข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลงการรักษาข้อมูลความลับ
  • ไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากชุมชนโดยรอบโครงการ
  • ไม่มีข้อร้องเรียนการละเมิดข้อตกลงการรักษาข้อมูลความลับจากลูกค้า

แนวทางการดำเนินงานเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า

การบริหารงานก่อสร้างโครงการ

บริษัทฯ มีสายงานพัฒนาโครงการทำหน้าที่บริหารและติดตามโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยมีการกำกับดูแลและติดตามความก้าวหน้าของงานเทียบกับแผนงาน การบริหารงบประมาณ การประเมินความเสี่ยง เงื่อนไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อบริหารงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จ รวมทั้งทดสอบส่งมอบเครื่องจักรอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้าให้ได้ตามที่ออกแบบไว้ เพื่อเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ส่งมอบพลังงาน (สินค้า) ให้แก่ลูกค้าได้ทันตามกำหนดเวลาสัญญา ในปี 2564 มีโรงไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างรวม 1,003.06 เมกะวัตต์

การบริหารสัญญาซื้อขายไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าทุกแห่งของบริษัทฯ มุ่งเน้นการบริหารสัญญาซื้อขายเพื่อส่งมอบสินค้าทั้งปริมาณและคุณภาพตามที่ลูกค้าโดย กฟผ. ถือเป็นลูกค้ารับซื้อไฟฟ้ารายใหญ่ มีสัดส่วนไฟฟ้าถึงร้อยละ 78 ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจำหน่ายทั้งหมด โครงสร้างรายได้ของพลังงานที่จำหน่ายให้แก่ กฟผ. แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่

  1. ค่าความพร้อมจ่ายไฟฟ้า (Availability Payment) ด้วยการเตรียมโรงไฟฟ้าให้มีความพร้อมในการผลิตให้ได้ตามคำสั่งการ
  2. ค่าพลังงานไฟฟ้า (Energy Payment) ด้วยการดูแลประสิทธิภาพการผลิตให้ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้ความร้อนได้ตามเงื่อนไขของสัญญา

ประเด็นการติดตามประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า

ความพร้อมจ่าย
(Availability)
ความเชื่อถือได้ของโรงไฟฟ้า
(Reliability)
อัตราการใช้ความร้อน
(Heat Rate)
  • เป็นประเด็นสำคัญต่อความพึงพอใจของลูกค้า
  • กำหนดเป้าหมายความพร้อมจ่าย (Target Availability) ให้สอดคล้องกับจำนวนชั่วโมงความพร้อมจ่ายที่กำหนดไว้ในสัญญา (Contracted Availability Hour: CAH)
  • หากไม่สามารถดำรงความพร้อมจ่ายได้ตามสัญญา โรงไฟฟ้าจะต้องถูกปรับจากลูกค้า
  • กำหนดค่าความเชื่อถือได้ของโรงไฟฟ้าคือ จำนวนชั่วโมงที่โรงไฟฟ้าพร้อมเดินเครื่องกับชั่วโมงที่โรงไฟฟ้าหยุดซ่อมนอกแผน
  • สัญญาซื้อขายไฟฟ้าจะระบุชั่วโมงการหยุดนอกแผน (Unplanned Outage Hour) ของโรงไฟฟ้าไว้ร้อยละ 3-5 ของจำนวนชั่วโมงความพร้อมจ่าย
  • ชั่วโมงการหยุดนอกแผน (ตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า)
  • อัตราการใช้ความร้อนเป็นการสะท้อนต้นทุนค่าไฟฟ้าของลูกค้า
  • กำหนดอัตราการใช้ความร้อน (ปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้) ไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
  • อัตราการใช้ความร้อนต่ำ แสดงว่าประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้านั้นดี
  • ดูแลประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้ใช้เชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่า

การจัดการบทปรับ

ค่าปรับ สะท้อนถึงความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งจะบ่งบอกถึงการบริหารจัดการและควบคุมประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าไม่ให้มีชั่วโมงการหยุดเดินเครื่องนอกแผนการซ่อมบำรุงมากกว่าที่สัญญาระบุไว้ หรือส่งผลต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าหรือการผลิตของลูกค้า เพื่อไม่ให้เกิดบทปรับ

บทปรับในกรณีที่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ไม่สามารถผลิตและส่งมอบไฟฟ้าได้ตามเงื่อนไข มาจาก 3 เหตุปัจจัยคือ

  • ความพร้อมจ่ายลดลง
  • ลดความพร้อมจ่ายโดยไม่แจ้งให้ลูกค้าทราบ
  • เกิดความล้มเหลวในการจ่ายพลังงานไฟฟ้า (หยุดเดินเครื่องกะทันหัน)

ในปี 2564 โรงไฟฟ้าราชบุรีได้ประเมินประสิทธิภาพการผลิตของโรงไฟฟ้าราชบุรี โดยพิจารณาจากสมรรถนะของเครื่องจักรและอุปกรณ์สำคัญในการผลิตตามอายุการใช้งาน และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของความพร้อมจ่ายสูงสุดของโรงไฟฟ้า จึงได้กำหนดเพดานของบทปรับจำกัดไว้ไม่เกินร้อยละ 0.64 ของค่าความพร้อมจ่ายคาดหมายประจำปี

การดำเนินงานในปี 2564 สามารถบริหารประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าให้ดำรงความพร้อมจ่ายไว้ได้ตามเป้าหมาย ทำให้ค่าปรับอยู่ในวงจำกัดตามเป้าหมาย

การสื่อสารและการมีส่วนร่วมของลูกค้า

กลุ่มโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ กำหนดให้มีการประชุมกับลูกค้าเพื่อหารือแลกเปลี่ยนความเห็น รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่มีต่อการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของลูกค้า รวมทั้งทำความเข้าใจปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างทันท่วงที กรณีเป็นการปรับปรุงแก้ไขการทำงานในระยะยาวจะร่วมกันหาข้อสรุปและกำหนดแนวทางเป็นวิธีปฏิบัติสำหรับการเดินเครื่องในกรณีต่าง ๆ ให้ตรงความคาดหวังของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

วิธี / รูปแบบ ลูกค้า / ผู้มีส่วนได้เสีย ความถี่ ประเด็นสำคัญปี 2564 / เป้าหมาย
โรงไฟฟ้าราชบุรี
ประชุม ระดับบริหารของ กฟผ. ปีละ 6 ครั้ง ขึ้นไป (ขึ้นกับ ประเด็นที่เกิดขึ้นในแต่ละปี) ปรึกษาหารือประเด็นในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และแนวทางการสั่งเดินเครื่องให้มีความชัดเจน รวมถึงมีความเข้าใจตรงกัน
ลูกค้าระดับปฏิบัติการ ปีละ 6 ครั้ง ขึ้นไป (ขึ้นกับประเด็นที่เกิดขึ้นในแต่ละปี)
การสัมมนา ลูกค้าและคู่ค้า งดจัดกิจกรรม เนื่องด้วยสถานการณ์
โควิด-19
แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดูแลและปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร และการวางแผนการผลิต
กิจกรรมสังคม ลูกค้าระดับบริหารและปฏิบัติการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีและเสริมสร้างความใกล้ชิดของทีมงานผ่านกิจกรรมนอกการทำงาน
โรงผลิตไฟฟ้านวนคร
ประชุม ระดับบริหารของ กฟผ. ปีละ 1 ครั้ง ขึ้นไป (ขึ้นกับ ประเด็นที่เกิดขึ้นในแต่ละปี) ปรึกษาหารือประเด็นปัญหาด้านสัญญา และแนวทางปรับปรุงพัฒนาการผลิตให้ดียิ่งขึ้น
ระดับบริหารของลูกค้าอุตสาหกรรม ปีละ 2 ครั้ง ขึ้นไป (ขึ้นกับ ประเด็นที่เกิดขึ้นในแต่ละปี) ปรึกษาหารือประเด็นปัญหาและรับทราบความต้องการเพื่อหาแนวทางปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
ประชุม ระดับปฏิบัติการของ กฟผ. เดือนละ 1 ครั้ง ขึ้นไป (ขึ้นกับ ประเด็นที่เกิดขึ้นในแต่ละปี) ปรึกษาหารือเพื่อทำความเข้าใจข้อตกลงในการปฏิบัติตามสัญญา
ระดับปฏิบัติการของลูกค้าอุตสาหกรรม ปีละ 4 ครั้ง ขึ้นไป (ขึ้นกับ ประเด็นที่เกิดขึ้นในแต่ละปี) ปรึกษาหารือเพื่อทำความเข้าใจข้อตกลงในการปฏิบัติตามสัญญา
โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น
ประชุม ระดับบริหารของ กฟผ. ปีละ 1 ครั้ง หารือเกี่ยวกับแผนการผลิตและส่งไฟฟ้าปี 2564 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการนำไปใช้วางแผนและปฏิบัติการด้านการผลิตและส่งไฟฟ้า
ระดับบริหารของลูกค้าอุตสาหกรรม หารือเกี่ยวกับมาตรการจ่ายไฟฟ้าและไอน้ำ
ประชุม ระดับปฏิบัติการของ กฟผ. ประชุมมาตรการลดแรงดันไฟฟ้าในระบบส่งในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2565
ระดับปฏิบัติการของลูกค้าอุตสาหกรรม หารือถึงแผนซื้อขายไฟฟ้าและไอน้ำและแผนการหยุดซ่อมของลูกค้า
โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น
ประชุม ระดับบริหารของ กฟผ. ประชุม ปรึกษาหารือประเด็นปัญหาต่าง ๆ และแนวทางปรับปรุงพัฒนาการผลิตให้ดียิ่งขึ้น
ระดับบริหารของลูกค้าอุตสาหกรรม เดือนละ 1 ครั้ง ปรึกษาหารือประเด็นปัญหาต่าง ๆ และแนวทางปรับปรุงพัฒนาการผลิตให้ดียิ่งขึ้น
ประชุม ระดับปฏิบัติการของ กฟผ. ปีละ 2 ครั้ง ปรึกษาหารือเพื่อทำความเข้าใจข้อตกลง ในการปฏิบัติตามสัญญา
ระดับปฏิบัติการของลูกค้าอุตสาหกรรม เดือนละ 1 ครั้ง ปรึกษาหารือเพื่อทำความเข้าใจข้อตกลง ในการปฏิบัติตามสัญญา