EN TH

นอกเหนือจากการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม และข้อบังคับของทางราชการที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนและเคร่งครัดแล้ว บริษัทฯ ยังได้กำหนดหลักการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในจรรยาบรรณ พร้อมทั้งแนวปฏิบัติไว้ในนโยบายสิ่งแวดล้อม และนโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร มิติด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้หลักปฏิบัติดังกล่าวได้ถ่ายทอดไปยังกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทฯ เป็นสำคัญ

จรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายสิ่งแวดล้อม นโยบายการพัฒนา
ความยั่งยืนองค์กร
  • ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ดูแลกระบวนการผลิตให้อยู่ในมาตรฐานที่กำหนด เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและมลพิษ
  • กำหนดมาตรการในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ
  • ตอบสนองต่อผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างทันท่วงที
  • ตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการที่ดำเนินการสามารถแก้ไขและป้องกันผลกระทบนั้นได้จริงทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม
  • จัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพตามเกณฑ์ของกฎหมายและข้อกำหนด
  • ลงทุน พัฒนา และปรับปรุงระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น
  • คิดค้นและหาแนวทางการลดใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดจนการปล่อยมลสาร ของเสีย และก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม
  • ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
  • มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปกป้องสิ่งแวดล้อม และป้องกันมลพิษที่เกิดจากวัตถุดิบ กระบวนการผลิตโดยการประเมินผลกระทบอย่างต่อเนื่อง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบหรือกระบวนการ
  • สื่อสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

กระบวนการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

ธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ มีการใช้ทรัพยากรปริมาณมากในการดำเนินงาน นับตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้างโครงการ การเดินเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้า การบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า จนถึงการรื้อถอนโรงไฟฟ้าภายหลังหมดสัญญา ในทุกขั้นตอน บริษัทฯ ได้มีกระบวนจัดการสิ่งแวดล้อมที่เน้นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าสูงสุด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างดีที่สุด เพื่อให้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายให้แก่ลูกค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงการผลิตที่มีความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 12 (เป้าประสงค์12.5 : ลดการผลิตของเสียโดยการป้องกัน การลดปริมาณการแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่และการนำมาใช้ซ้ำ) อีกด้วย

แนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมในกระบวนการดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้า

หลักการและเป้าหมายการจัดการการใช้ทรัพยากรและเชื้อเพลิง

ปริมาณการใช้เชื้อเพลิง

ในปี 2564 โรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ มีอำนาจในการบริหารจัดการ (Operational Control) ได้แก่ โรงไฟฟ้าราชบุรี โรงผลิตไฟฟ้านวนคร โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น ในประเทศไทย และโรงไฟฟ้าเคเมอร์ตัน และโรงไฟฟ้าทาวน์สวิลล์ ในประเทศออสเตรเลีย ยังสามารถบริหารประสิทธิภาพการผลิตของโรงไฟฟ้าไว้ได้อย่างดี ทำให้การใช้ทรัพยากรประเภทต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตพลังงานอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับผลผลิตที่ได้รับ นอกจากนี้โรงไฟฟ้าบางแห่งก็มีการคิดค้นและปรับเทคนิควิธีการเดินเครื่องที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงหรืออัตราการใช้ความร้อนให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

สำหรับโรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น ได้ดำเนินโครงการเปลี่ยน Final Filter ของเครื่องกังหันแก๊ส จนทำให้ปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติในปี 2564 ลดลงได้ประมาณ 53 ล้านลูกบาศก์ฟุต คิดเป็นค่าความร้อนที่ลดได้ประมาณ 43,598 ล้านบีทียู และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 6,387 tCO2e

  • ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ ควบคุมปี 2562-2564

    โรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ ควบคุมตั้งอยู่ในประเทศไทย จำนวน 4 แห่ง (มีสัดส่วนรายได้ คิดเป็นร้อยละ 76.2 ของรายได้รวมในปี 2564) มีการใช้เชื้อเพลิงเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า รวม 124.25 ล้านเมกะจูล

    ในปี 2564 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรี เครื่องที่ 1 และ 2 กำลังการผลิตเครื่องละ 735 เมกะวัตต์ ได้ถูกสั่งการจากศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติให้กลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า หลังจากที่ได้รับคำสั่งให้หยุดเดินเครื่องแบบสำรอง (Reserved Shutdown) มาตั้งแต่ปี 2561 และกำหนดให้ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงในการเดินเครื่อง เพื่อเสริมความมั่นคงในด้านเชื้อเพลิงและรักษาเสถียรภาพอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศในบางช่วงเวลา

ตัวชี้วัด หน่วย ปี 2564 ปี 2563 ปี 2562
ปริมาณก๊าซธรรมชาติ ล้าน ลบ.ฟุต 121,482 129,310 121,916
ปริมาณน้ำมันเตา ลิตร 161,121,423 0 0
ปริมาณน้ำมันดีเซล ลิตร 9,244,423 2,020,571 395,848
ปริมาณไฟฟ้าสุทธิ เมกะวัตต์-ชั่วโมง 14,625,418 14,933,403 14,249,996
คิดเป็นอัตราการใช้ความร้อนเฉลี่ย
(โรงไฟฟ้าประเภท IPP)
บีทียู/กิโลวัตต์-ชั่วโมง 7,148 7,144 7,094
คิดเป็นอัตราการใช้ความร้อนเฉลี่ย
(โรงไฟฟ้าประเภท SPP)
บีทียู/ กิโลวัตต์-ชั่วโมง 7,671 7,755 7,872
ปริมาณการใช้พลังงาน
(Energy Consumption)
ล้านเมกะจูล 71.4 77.9 72.9

หมายเหตุ : รวมเฉพาะโรงไฟฟ้าในประเทศไทย

ปริมาณการใช้น้ำดิบ

โรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ ควบคุมการบริหารในประเทศไทยมีการใช้น้ำดิบสำหรับกระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้าจาก 2 แหล่งที่สำคัญ คือ แหล่งน้ำดิบจากลุ่มแม่น้ำแม่กลอง และน้ำดิบจากน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งบริษัทฯ และโรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการติดตามและเฝ้าระวังสัดส่วนการระบายน้ำในลุ่มน้ำ และสัดส่วนการสููบน้ำดิบมาใช้เพื่อประเมินความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำและการแย่งชิงน้ำกับชุุมชน รวมทั้งประเมินความตึงเครียดของน้ำ โดยใช้ข้อมููลของ World Resources Institute (Aqueduct Water Risk Atlas and the Water Risk Filter) เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำที่จะส่งผลกระทบต่อการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ส่งผลต่อเนื่องไปยังระบบเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวม อีกทั้งผลกระทบต่อการใช้น้ำของชุมชนทั้งการบริโภค อุปโภค รวมทั้งเกษตรกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่มีความตึงเครียดของน้ำในระดับสูง

ในปี 2564 การใช้น้ำของโรงไฟฟ้ากลุ่มบริษัทฯ จากทั้ง 2 ลุ่มน้ำ ยังอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในลุ่มน้ำ และ/หรือ เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ หรือการแย่งชิงน้ำใช้กับชุมชนแต่อย่างใด

ปริมาณการใช้น้ำและสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าแบ่งตามระดับความตึงเครียดของน้ำ

โรงไฟฟ้า แหล่งน้ำ ระดับความตึงเตรียดของน้ำ ปริมาณน้ำที่ใช้ต่อหน่วยการผลิต (ลบ.ม./ เมกะวัตต์-ชั่วโมง) สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าตามระดับความตึงเครียดของน้ำ
ต่ำ-ปานกลาง
(10-20%)
ปานกลาง-สูง
(21-40%)
สูง
(41-80%)
โรงไฟฟ้าราชบุรี แม่น้ำแม่กลอง - - 0.96 82.59
โรงไฟฟ้าเบิกไพร โคเจนเนอเรชั่น แม่น้ำแม่กลอง - - 1.55 4.38
โรงผลิตไฟฟ้านวนคร และส่วนขยาย น้ำประปาที่ผลิตจากแม่น้ำเจ้าพระยา - - 1.56 8.28
โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น น้ำประปาที่ผลิตจากแม่น้ำเจ้าพระยา - - 1.40 4.76

ภาพรวมปริมาณน้ำที่โรงไฟฟ้ากลุ่มบริษัทฯ ใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าในปี 2564

โรงไฟฟ้า แหล่งน้ำ ปริมาณน้ำดิบ
(ล้าน ลบ.ม.)
ปริมาณน้ำที่ใช้ต่อหน่วยการผลิต
(ลบ.ม./เมกะวัตต์-ชั่วโมง)
ปริมาณน้ำทิ้ง ปริมาณการใช้น้ำสุทธิ
(น้ำดิบ-น้ำทิ้ง)
(ล้าน ลบ.ม.)
ปริมาณ
(ล้าน ลบ.ม.)
ร้อยละของน้ำดิบที่ใช้
โรงไฟฟ้าราชบุรี แม่น้ำแม่กลอง 11.60 0.96 0.99 8.57 10.60
โรงไฟฟ้าเบิกไพร โคเจนเนอเรชั่น แม่น้ำแม่กลอง 0.99 1.55 0.29 28.89 0.70
โรงผลิตไฟฟ้านวนคร และส่วนขยาย น้ำประปาที่ผลิตจากแม่น้ำเจ้าพระยา 1.88 1.56 0.10 5.23 1.79
โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น น้ำประปาที่ผลิตจากแม่น้ำเจ้าพระยา 0.97 1.40 0.12 12.70 0.85
โรงไฟฟ้าในออสเตรเลีย
  • เคเมอร์ตัน
  • ทาวน์สวิลล์
น้ำประปาและน้ำผิวดิน 0.12 0.35 0.03 27.83 0.09

แนวทางการบริหารจัดการและลดการใช้น้ำโรงไฟฟ้าในประเทศไทย

โรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ ได้ทุ่มความพยายามศึกษาและหาวิธีที่จะลดปริมาณการใช้น้ำ ในกระบวนการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยได้เน้นที่การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบำบัดน้ำในหอหล่อเย็นให้มากขึ้น เพื่อให้น้ำเวียนใช้ในระบบได้จำนวนรอบมากที่สุด

โรงไฟฟ้า จังหวัด เป้าหมายที่กำหนด
(รอบ)
จำนวนรอบการใช้น้ำเฉลี่ย (รอบ)
ปี 2564 ปี 2563 ปี 2562
โรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรี ราชบุรี 4-6 2.67 ไม่เดินเครื่อง ไม่เดินเครื่อง
โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรี 4-6 5.01 4.81 4.91
โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น 5 3.73 4.07 -
โรงผลิตไฟฟ้านวนครและส่วนขยาย ปทุมธานี 5 4.11 4.16 4.82
โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น 6 8.08 6.67 -

นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าต่าง ๆ ยังได้เพิ่มวิธีการนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำในกระบวนการผลิต เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำดิบให้ได้ 500,000 ลบ.ม. ตามเป้าหมาย

บริษัทฯ และโรงไฟฟ้า ได้ให้ความสำคัญและติดตามการบริหารจัดการปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมใน 4 ด้าน คือ คุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ การจัดการของเสีย และระดับเสียง โดยดำเนินการมาตรการป้องกันและแก้ไขตามที่กำหนดไว้ในรายงาน EIA ข้อกำหนดของกฎหมาย รวมทั้งมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสากลด้วย

แนวทางและกระบวนการจัดการสิ่งแวดล้อม

การจัดการคุณภาพอากาศ

ระบบการจัดการคุณภาพอากาศ จะถูกออกแบบไว้เพื่อควบคุม ลด และกำจัดมลสารที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐานและไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าทุกแห่งยังได้กำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่ระบบการควบคุมคุณภาพอากาศผิดปกติจนทำให้ค่ามลสารสูงขึ้นไปประมาณ 80% ของเกณฑ์มาตรฐานของกฎหมาย ดังแสดงในแผนภาพด้านล่างนี้

  • ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากโรงไฟฟ้าในประเทศไทย ปี 2564

    โรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ ควบคุมมีการตรวจวัดความเข้มข้นของปริมาณมลสารจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง และค่ามลสาร จากการตรวจวัดของโรงไฟฟ้าทุกแห่งยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยมีหน่วยงานภายนอกเข้าทำการตรวจสอบความถูกต้องของระบบการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปล่องเป็นประจำทุกปี

    โรงไฟฟ้า ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของปริมาณมลสารจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ระบายจากโรงไฟฟ้า*
    NOX (ppm) SO2 (ppm) เชี้อเพลิงสำรอง
    ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน
    โรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรี 57.98 88.92 6.33 142.99 น้ำมันเตา
    โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรี 27.26 89.93 2.53 17.20 น้ำมันดีเซล
    เป้าหมาย (ไม่เกินค่ามาตรฐานกฎหมาย)** 120 180 20 320 -
    โรงผลิตไฟฟ้านวนคร 35.58 - 0.42 - ไม่มี
    โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น 39.25 - 3.52 - ไม่มี
    โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น 27.00 - 0 - ไม่มี
    เป้าหมาย (ไม่เกินค่ามาตรฐานตามข้อกำหนดใน EIA) 60 - 10 - -
    หมายเหตุ : * ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของปริมาณมลสารจากระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ (Continuous Emission Monitoring Systems)
      ** ค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงานผลิต ส่ง หรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า พ.ศ. 2547
  • ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในชุมชน ปี 2564

    โรงไฟฟ้าราชบุรีซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ มีการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศด้วยระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศ (Ambient Air Quality Monitoring Systems: AAQMs) จำนวน 4 สถานีรอบโรงไฟฟ้า ที่ครอบคลุมทิศทางลมในทุกฤดูกาล นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าอื่น ๆ จะมีการตรวจติดตามคุณภาพอากาศในพื้นที่ชุมชนในทุกช่วงฤดูกาล ครอบคลุมตามทิศทางลม โดยอุปกรณ์และเครื่องมือการตรวจวัดจะได้รับการตรวจสอบประสิทธิภาพเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าราชบุรีกำหนดให้หน่วยงานผู้ตรวจประเมินภายนอกเข้าตรวจสอบประสิทธิภาพและความถูกต้องของระบบเป็นประจำทุกปี

    ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในชุมชนรอบโรงไฟฟ้าทุกแห่ง มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศ ยกเว้น ก๊าซโอโซนที่มีค่าสูงเกินมาตรฐานในช่วงฤดูแล้ง เป็นประจำทุกปีในทุกสถานี ทั้งในทิศที่อยู่เหนือลมและใต้ลมของโรงไฟฟ้าราชบุรี

    สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ค่าเฉลี่ยในเวลา 24 ชั่วโมง ค่าเฉลี่ยในเวลา 1 ชั่วโมง
    ฝุ่นละอองรวม
    (μg/m3)
    ฝุ่นละออง
    ขนาดไม่เกิน
    10 ไมครอน
    (μg/m3)
    SO2 (ppb) SO2 (ppb) NO2 (ppb) O3 (ppb)
    โรงไฟฟ้าราชบุรี 11-142 2-115 1-4 1-19 0-46 0-149
    โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น 17-67 8-48 2-4 2-5 1-45 ไม่ตรวจวัด
    โรงผลิตไฟฟ้านวนคร 21-168 12-116 1-7 1-9 1-67 ไม่ตรวจวัด
    โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น 28-90 13-50 2-4 1-6 1-36 10-37
    เป้าหมาย (ไม่เกินค่ามาตรฐาน) 330[1] 120[1] 120[1] 300[2] 170[3] 100[4]
    หมายเหตุ : μg/m3 หมายถึง ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
      ppb (part per billion) หมายถึง ส่วนในพันล้านส่วน
      มาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกอบด้วย
      [1] ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2547) เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป
      [2] ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2544) เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในบรรยากาศทั่วไปในเวลา 1 ชั่วโมง
      [3] ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2552) เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในบรรยากาศโดยทั่วไป
      [4] ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 28 (พ.ศ. 2550) เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ ในบรรยากาศโดยทั่วไป

การจัดการคุณภาพน้ำ

น้ำที่ผ่านการใช้งานในกระบวนการผลิตและสำนักงานแล้ว จะถูกนำไปบำบัดแบบแยกประเภท เพื่อจัดการคุณภาพน้ำแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม โดยน้ำทิ้งที่่ผ่านการบำบัดแล้วบางส่วนจะถูกนำกลับไปใช้ซ้ำ เช่น ใช้ในแปลงสาธิตการเกษตร การรดน้ำต้นไม้ ปริมาณน้ำที่เหลือหลังจากการนำไปใช้ใหม่และใช้ซ้ำจะถูกปล่อยลงสู่แหล่งรองรับน้ำ และมีการตรวจสอบค่าบีโอดีและซีโอดีของน้ำ รายงานผลผ่านระบบออนไลน์ไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติภายนอกโรงไฟฟ้า

สำหรับโรงไฟฟ้าราชบุรี น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วบางส่วนจะถูกนำไปปรับปรุงคุณภาพในระบบ Reverse Osmosis เพื่อนำกลับไปใช้ในกระบวนการผลิตใหม่ นอกจากนี้ยังมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำธรรมชาติที่เป็นแหล่งรองรับน้ำทิ้งใน 3 จุดคือ จุดที่ปล่อยน้ำทิ้งเหนือจุดปล่อยน้ำทิ้ง และท้ายจุดปล่อยน้ำทิ้ง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทิ้งนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแหล่งรองรับน้ำตามธรรมชาติ และชุมชนในท้ายน้ำยังสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำได้โดยไม่มีผลกระทบใด

การจัดการคุณภาพน้ำของโรงไฟฟ้าราชบุรี

สำหรับการจัดการคุณภาพน้ำโรงไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างโรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่น ประกอบด้วย โรงผลิตไฟฟ้านวนคร โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น และโรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น มีกระบวนการจัดการน้ำ ดังนี้

ปริมาณน้ำทิ้งของโรงไฟฟ้า ปี 2564

โรงไฟฟ้า ปริมาณน้ำทิ้ง (ลบ.ม.) แหล่งรองรับน้ำ
โรงไฟฟ้าราชบุรี 993,491 คลองบางป่า แม่น้ำแม่กลอง
โรงผลิตไฟฟ้านวนคร 98,498 ระบบบำบัดน้ำเสียของนิคมอุตสาหกรรมนวนคร
โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น 286,175 แม่น้ำแม่กลอง
โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น 123,356 ส่งให้องค์กรอื่นนำไปใช้

ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งโรงไฟฟ้า

ตัวชี้วัด
(ค่าเฉลี่ย)
หน่วย โรงไฟฟ้า
ราชบุรี [1]
โรงผลิตไฟฟ้า
นวนคร
โรงไฟฟ้าเบิกไพร โคเจนเนอเรชั่น โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น เป้าหมาย
ค่ามาตรฐาน
กรมชลประทาน [2]
ค่ามาตรฐาน
กระทรวงอุตสาหกรรม [3]
ค่ามาตรฐาน
กระทรวงทรัพยากรฯ [4]
อุณหภูมิ องศาเซลเซียส 31.3 29.9 28.6 28.7 ไม่เกิน 33 (เฉพาะ โรงไฟฟ้าราชบุรี) / ไม่เกิน 40 (โดยทั่วไป) ไม่เกิน 40 ไม่เกิน 40
ความเป็น กรด-ด่าง (pH) - 7.6 7.6 7.8 8.2 6.5-8.5 5.5-9.0 5.5-9.0
บีโอดี (BOD) มก./ลิตร 4.0 5.0 2.1 3.3 ไม่เกิน 20 ไม่เกิน 20 ไม่เกิน 20
ซีโอดี (COD) มก./ลิตร 24.3 - 31.6 60.8 ไม่เกิน 120 ไม่เกิน 120 ไม่เกิน 120
ของแข็งละลายน้ำ (TDS) มก./ลิตร 952 230 880 1,631 ไม่เกิน 1,300 ไม่เกิน 3,000 ไม่เกิน 3,000
ค่าการนำไฟฟ้า
(Conductivity)
ไมโคร ซีเมนส์/ซม. 1,247 - 1,302 - ไม่เกิน 2,000 ไม่กำหนด ไม่กำหนด
หมายเหตุ: ค่าบีโอดี (BOD: Biochemical Oxygen Demand) หมายถึง ปริมาณความต้องการออกซิเจนในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำ
  ค่าซีโอดี (COD: Chemical Oxygen Demand) หมายถึง ปริมาณความต้องการออกซิเจนในการย่อยสารอนินทรีย์ในน้ำ
  ค่าของแข็งที่ละลายในน้ำ (TDS: Total Dissolved Solids) หมายถึง ปริมาณของแข็งทั้งหมดที่ละลายอยู่ในน้ำ
  [1] คุณภาพน้ำทิ้งของโรงไฟฟ้าราชบุรีรวมกับโรงไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์
  [2] มาตรฐานกรมชลประทาน ตามคำสั่งกรมชลประทานที่ 73/2554 เรื่องการป้องกันและแก้ไขการระบายน้ำที่มีคุณภาพต่ำลงทางน้ำชลประทาน และทางน้ำที่เชื่อมกับทางน้ำชลประทานในเขตพื้นที่โครงการชลประทาน
  [3] มาตรฐานกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน พ.ศ. 2560
  [4] มาตรฐานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรมและประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560 เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน ก่อนส่งไปที่บ่อพักน้ำทิ้งสุดท้ายของเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมฯ (NNCL Retention Pond)

การจัดการของเสีย

หลักการบริหารจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตและการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าต่าง ๆ ได้เลือกวิธีการจัดการของเสียที่เหมาะสมกับประเภทของเสีย ข้อกำหนดของกฎหมาย และหลักปฏิบัติที่ดีของอุตสาหกรรมและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสากล เริ่มจากการหาแนวทางลดการใช้ทรัพยากรประเภทต่าง ๆ เพื่อลดปริมาณของเสียให้เหลือน้อยที่สุด ส่วนของเสียเกิดขึ้นจะเลือกใช้วิธีการนำไปแปรรูปหรือใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่น หรือการนำเข้าสู่เตาเผาเพื่อผลิตพลังงานไอน้ำ และวิธีการฝังกลบจะเป็นวิธีสุดท้ายที่จะเลือกปฏิบัติหากไม่มีวิธีการจัดการอื่น ๆ

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายให้โรงไฟฟ้าของบริษัทฯ กำหนดเป้าหมายการลดการฝังกลบขยะอันตรายให้เป็นศูนย์ เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพดิน น้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน ระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิต

ผลการดำเนินงานปี 2564

ปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่ได้รับการจัดการด้วยวิธีการต่าง ๆ มีดังนี้

วิธีการจัดการ ประเภทของเสีย วิธีการจัดการ ดำเนินการ
ในพื้นที่
ดำเนินการ
นอกพื้นที่
ปริมาณ
รวม
คิดเป็น
ร้อยละ
ปริมาณ (ตัน)
นำกลับไป ใช้ใหม่ด้วย กระบวนการ Recovery
(ร้อยละ 93.7)
ของเสียอันตราย
(Hazardous Waste)
นำกลับไปใช้ใหม่ (Reuse) 0 0 0 0
นำไปรีไซเคิล (Recycle) 0 79.44 79.44 1.48
นำกลับไปใช้ใหม่ด้วยวิธีอื่น (Other Recovery Operations) 0 0 0 0
ของเสียไม่อันตราย
(Non-hazardous Waste)
นำกลับไปใช้ใหม่ (Reuse) 0 0 0 0
นำไปรีไซเคิล (Recycle) 0 4,946.13 4,946.13 92.22
นำกลับไปใช้ใหม่ด้วยวิธีอื่น (Other Recovery Operations) 0 0 0 0
นำไปกำจัด (ร้อยละ 6.3) ของเสียอันตราย
(Hazardous Waste)
เผาแล้วได้พลังงานกลับมาใช้ (Incineration with Energy Recovery) 0 249.09 249.09 4.64
เผาทิ้งโดยไม่ได้พลังงานมาใช้ (Incineration without Energy Recovery) 0 12.90 12.90 0.24
ฝังกลบ (Landfilling)/เก็บไว้ 3.34 0.61 3.95 0.07
กำจัดด้วยวิธีการอื่น (Other Disposal Operations) 0 16.37 16.37 0.31
ของเสียไม่อันตราย
(Non-hazardous Waste)
เผาแล้วได้พลังงานกลับมาใช้ (Incineration with Energy Recovery) 0 9.38 9.38 0.17
เผาทิ้งโดยไม่ได้พลังงานมาใช้ (Incineration without Energy Recovery) 0 0 0 0
ฝังกลบ (Landfilling)/เก็บไว้ 2.00 32.49 34.49 0.64
กำจัดด้วยวิธีการอื่น (Other Disposal Operations) 0 11.77 11.77 0.22

การใช้ประโยชน์จากยิปซั่มเหลือทิ้งของโรงไฟฟ้าราชบุรี

โรงไฟฟ้าราชบุรีได้นำยิปซั่มที่เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรีที่ได้จัดเก็บไว้ในบ่อฝังกลบยิปซั่มในพื้นที่โรงไฟฟ้ามาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับบริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สงขลา) จำกัด และบริษัท คนอฟ ยิปซั่ม (ประเทศไทย) จำกัด นำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่นยิปซั่มบอร์ด และส่งมอบให้กับชุุมชนรอบโรงไฟฟ้านำไปใช้ประโยชน์ โดยในปี 2564 มีปริมาณยิปซั่มที่นำไปใช้ประโยชน์ 4,946 ตัน

การจัดการเสียง

เสียงที่เกิดจากการเดินเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ปฏิบัติงานและชุมชน ตลอดจนสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่โดยรอบ ดังนั้น โรงไฟฟ้าแต่ละแห่งจะถูกออกแบบให้มีระบบป้องกันเสียงรวมทั้งกำหนดมาตรการลดผลกระทบใน 3 ปัจจัย ดังนี้

ปัจจัย มาตรการลดผลกระทบที่สำคัญ
แหล่งกำเนิดเสียงในโรงไฟฟ้า เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • ติดตั้งเครื่องดูดซับเสียงในจุดหรืออุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดเสียงดัง
  • ติดตั้งอุปกรณ์ดูดซับเสียงแบบเคลื่อนที่ เช่น งานทำความสะอาดท่อ
ทางผ่านเสียง (ระหว่างทางจากแหล่งกำเนิดเสียงถึงผู้รับเสียง)
  • ปลูกต้นไม้เป็นแนวโดยรอบพื้นที่โรงไฟฟ้า
  • ติดตั้งกำแพงกันเสียงในบริเวณพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชุมชน
ตัวผู้รับเสียง
  • พนักงาน
  • ชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
  • ติดตั้งป้ายเตือน และจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเช่น ที่อุดหู ที่ครอบหู และกำหนดระยะเวลาในการเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีเสียงดัง
  • จัดทำจดหมายแจ้งชุมชน กรณีที่อาจมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดเสียงดังมากกว่าปกติ

บริษัทฯ กำหนดหลักเกณฑ์การพัฒนาหรือร่วมลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าหรือธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ โดยให้มีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบของโครงการต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศอย่างรอบด้าน และจะปฏิเสธการพัฒนาหรือเข้าร่วมลงทุนในโครงการที่ดำเนินการในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับแหล่งมรดกโลก พื้นที่แหล่งประวัติศาสตร์ หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงหรือผลกระทบในระดับสูงต่อสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์หายาก (Endanger Species) หรือสายพันธุ์ท้องถิ่นนั้น ๆ หรือสายพันธุ์ที่มีรายชื่อตาม Red Lists ของ IUCN โดยสิ้นเชิง

แนวทางการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

บริษัทฯ มีนโยบายให้โรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ ต้องกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อระบบนิเวศไว้อย่างครอบคลุมรอบด้าน ซึ่งรวมถึงการติดตามปริมาณและความหนาแน่นของประชากร ความคล้ายคลึงของประชากร เป็นรายปีให้ครอบคลุมทุกฤดูกาล เป็นต้น

โรงไฟฟ้าที่อยู่ในการควบคุมของบริษัทฯ ที่ตั้งในประเทศไทยจำนวน 4 แห่ง และในออสเตรเลียจำนวน 4 แห่ง รวม 8 แห่ง คิดเป็นพื้นที่ 150,106 ไร่ หรือ 24,017 เฮกตาร์ ได้มีการประเมินผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และกำหนดมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และติดตามผลกระทบจากการดำเนินงานต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนี้

การประเมินผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

โรงไฟฟ้า/โครงการ ประเทศ ขนาดพื้นที่ (เฮกตาร์) ผลกระทบที่อาจมีต่อระบบนิเวศ/ความหลากหลายทางชีวภาพ มาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และติดตามผลกระทบ
โรงไฟฟ้าราชบุรี ไทย 322.4 การก่อสร้างและการเดินเครื่องที่ส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัย แหล่งอาหารของสัตว์ป่าทั้ง 4 ชนิด (นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์เลื้อยคลาน) และสิ่งมีชีวิตในแหล่งรองรับน้ำทิ้ง (แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ และสัตว์หน้าดิน)
  • ติดตามจำนวนและความหลากชนิดของสัตว์ป่า
  • ติดตามชนิด ความหนาแน่นและดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในแหล่งรองรับน้ำทิ้ง ปีละ 2 ครั้ง
โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น 8.1 การประเมินผลกระทบ พบว่าการดำเนินการไม่กระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เนื่องจากพื้นที่โครงการตั้งอยู่ในเขตเมือง และไม่มีการระบายน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ (แต่นำส่งต่อให้องค์กรอื่นไปใช้ประโยชน์) ไม่กำหนด
โรงผลิตไฟฟ้านวนคร 6.9 การก่อสร้างและการเดินเครื่องจะมีการระบายน้ำทิ้งที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำและการประมงของคลองเชียงรากน้อย (แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์หน้าดิน ไข่ปลา และลูกปลา) ติดตามจำนวนชนิดความหนาแน่น ดัชนีความหลากหลาย ดัชนีความสม่ำเสมอของสิ่งมีชีวิตในแหล่งรองรับน้ำปีละ 2 ครั้ง
โรงไฟฟ้าเบิกไพร โคเจนเนอเรชั่น 8.6 การเดินเครื่องจะมีการระบายน้ำทิ้งที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาทางน้ำ ในแหล่งรับน้ำทิ้ง (แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ และสัตว์หน้าดิน) ติดตามจำนวนชนิด ปริมาณ ความชุกชุม ความหนาแน่น ดัชนีความหลากหลายของ สิ่งมีชีวิตในน้ำ ปีละ 2 ครั้ง จำนวน 4 จุดตรวจวัด
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ คอลินส์วิลล์ ออสเตรเลีย 70.9 การประเมินผลกระทบจากโครงการไม่พบความเสี่ยงหรือผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต ไม่กำหนด
โรงไฟฟ้าพลังงานลม เมาท์ เอเมอรัลด์ 2,400.0 การก่อสร้างและเดินเครื่องที่กระทบต่อสิ่งมีชีวิต เช่น ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์พื้นถิ่น ติดตามจำนวนและชนิดของสัตว์
  • นกและค้างคาว ปีละ 1 ครั้ง
  • Quoll ปีละ 3 ครั้ง
โรงไฟฟ้าพลังงานลม ยานดิน 15,000.0 การก่อสร้างและเดินเครื่องที่กระทบต่อสิ่งมีชีวิต เช่น ถิ่นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชท้องถิ่น สัตว์ปีกที่บินชนใบกังหันลม สายเคเบิล หรือยานพาหนะที่ใช้งานบำรุงรักษา ติดตามจำนวนและความหลากชนิดของสัตว์พื้นถิ่น นก และพันธุ์พืช ทุก 2 ปี
โรงไฟฟ้าพลังงานลม คอลเล็กเตอร์ ออสเตรเลีย 6,200.0 การก่อสร้างและเดินเครื่องที่กระทบต่อสิ่งมีชีวิต ทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ พื้นที่ป่าและทุ่งเลี้ยงสัตว์ ติดตามจำนวนและชนิดของ
  • นกและค้างคาวทุก 1 ปี และ
  • สำรวจซากสัตว์ทุก 1 เดือน

ผลการติดตามความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2564

โรงไฟฟ้า/โครงการ ผลการติดตาม
โรงไฟฟ้าราชบุรี พบสัตว์ป่ารวม 97 ชนิด แบ่งเป็นนก 69 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 6 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 13 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 9 ชนิด
  • สัตว์ 70 ชนิด มีสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 แบ่งเป็นนก 65 ชนิด และสัตว์เลื้อยคลาน 5 ชนิด
  • สัตว์ 102 ชนิด มีสถานภาพตามการจัดสถานภาพทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย พ.ศ. 2560 เป็นสัตว์ป่าที่มีแนวโน้มใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened: NT) จำนวน 2 ชนิด สัตว์ป่าที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable:VU) จำนวน 2 ชนิด และสัตว์ป่ากลุ่มที่เป็นกังวลน้อยที่สุด (Least Concern) จำนวน 98 ชนิด
  • สัตว์ 101 ชนิด มีสถานภาพเพื่อการอนุรักษ์ตามเกณฑ์ของ International Union Conservation of Nature: IUCN Red List (2021) แบ่งเป็นสัตว์ป่าที่มีแนวโน้มใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened: NT) จำนวน 2 ชนิด และสัตว์ป่าที่เป็นกังวลน้อยที่สุด (Least Concern) 99 ชนิด
การศึกษาจำนวนชนิด ความหนาแน่น และดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในน้ำ ได้แก่ แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ และสัตว์หน้าดิน พบว่า มีแนวโน้มไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของแหล่งน้ำโดยรอบที่มีลักษณะเป็นชุมชน พื้นที่ปศุสัตว์ และพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งมีพืชน้ำปกคลุมผิวน้ำหนาแน่นด้วย ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากการสำรวจในปีก่อน และไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละจุดตรวจวัด
โรงผลิตไฟฟ้านวนคร พบจำนวนชนิด ความหนาแน่น ดัชนีความหลากหลาย ดัชนีความสม่ำเสมอของแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ ในแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าจุดสูบน้ำดิบ และคลองเชียงรากน้อย (แหล่งรองรับน้ำทิ้งของเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร) ทั้งบริเวณเหนือจุดปล่อยน้ำ จุดปล่อยน้ำ ขึ้นกับคุณภาพน้ำในแต่ละช่วงฤดูกาล
โรงไฟฟ้าเบิกไพร โคเจนเนอเรชั่น จำนวนชนิด ความหนาแน่น ดัชนีความหลากหลาย ของแพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์หน้าดิน สัตว์น้ำวัยอ่อนและไข่ปลา และปลาน้ำจืด ในแหล่งสูบน้ำดิบและแหล่งรองรับน้ำทิ้งของแม่น้ำแม่กลอง (50 เมตร เหนือจุดสูบน้ำ และท้ายน้ำ 50, 500 และ 1,000 เมตร จากจุดระบายน้ำทิ้ง) รวมทั้ง 4 สถานี พบว่าส่วนใหญ่มีค่าดัชนีความหลากหลายของแพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ และสัตว์หน้าดินใกล้เคียงกัน ส่วนดัชนีความหลากหลายของปลาอยู่ในระดับต่ำ
โรงไฟฟ้าพลังงานลม เมาท์ เอเมอรัลด์ จากการติดตามพันธุ์สัตว์ท้องถิ่น เช่น Quoll ในพื้นที่เก็บตัวอย่างจำนวน 5 แห่ง (รวม 2 แห่งในพื้นที่โครงการ) ไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรของ Quoll
โรงไฟฟ้าพลังงานลม ยานดิน จากการติดตามพันธุ์สัตว์ท้องถิ่น นก และพันธุ์พืช ไม่พบนกและค้างคาวที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ
โรงไฟฟ้าพลังงานลม คอลเล็กเตอร์ มีการติดตามและสำรวจจำนวนซากนกและค้างคาวท้องถิ่นบริเวณรอบพื้นที่กังหันลมพบว่า มีซากนกและค้างคาวที่ไม่เป็นชนิดพันธุ์คุ้มครองหรือหายาก