EN TH

เนื่องจากธุุรกิจผลิตไฟฟ้ามีพลังงานไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์บริษัทฯ จึงมุ่งมั่่นจัดการประสิทธิภาพการผลิตและควบคุุมผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ากฎหมายกำหนด เพื่อให้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายให้กับลููกค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่่ยั่งยืน เป้าหมายที่่ 12 การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน เป้าประสงค์ 12.5: ลดการผลิตของเสียโดยการป้องกันการลดปริมาณ การแปรรููปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่และการนำมาใช้ซ้ำด้วย

แนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมในการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การใช้ทรัพยากรผลิตพลังงานไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าทุกแห่งให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการการใช้เชื้อเพลิง พลังงาน น้ำดิบ ซึ่งเป็นวัตถุุดิบสำคัญในการผลิตไฟฟ้า ให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสููงสุุด เพื่อประโยชน์ในด้านต้นทุุนรวมทั้งคุุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมและชุุมชนด้วย

ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงและอัตราการใช้ความร้อน

การใช้เชื้อเพลิงและปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้สุุทธิของโรงไฟฟ้าที่่อยู่ในการควบคุุมของบริษัทฯ ได้แก่ โรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ โรงผลิตไฟฟ้านวนคร โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น โรงไฟฟ้า ราช โคเจนเนอเรชั่น ในประเทศไทย และโรงไฟฟ้าเคเมอร์ตันและโรงไฟฟ้าทาวน์สวิลล์ในประเทศออสเตรเลีย ในปี 2563

ปริมาณการใช้น้ำ

แหล่งน้ำดิบที่ใช้เป็นวัตถุุดิบในการผลิตของโรงไฟฟ้าหลักในกลุ่มจังหวัดราชบุรีคือ แม่น้ำแม่กลอง ที่ถือเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดราชบุรีที่รับน้ำมาจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ เขื่อนท่าทุ่งนาและเขื่อนแม่กลอง ซึ่่งการใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อการชลประทานและการทำการเกษตร โรงไฟฟ้ากลุ่มบริษัทฯ จึงให้ความสำคัญต่อการติดตามและเฝ้าระวังสัดส่วนการระบายน้ำในลุ่มน้ำ และสัดส่วนการสููบน้ำดิบจากแม่น้ำแม่กลองมาใช้เพื่อประเมินความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำและการแย่งชิงน้ำกับชุุมชน รวมทั้งประเมินความตึงเครียดของน้ำ โดยใช้ข้อมููลของ World Resources Institute (Aqueduct Water Risk Atlas and the Water Risk Filter) จากการติดตามเฝ้าระวังประเด็นการขาดแคลนน้ำและการแย่งชิงน้ำใช้กับชุุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม พบว่า ในปี 2563 กลุ่มโรงไฟฟ้าหลักยังไม่พบปัญหาการแย่งชิงการใช้น้ำกับชุุมชน หรือปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ในลุ่มแม่น้ำแม่กลองตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแต่อย่างใด

การบริหารจัดการน้ำ

  • การใช้น้ำหมุุนเวียนในระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้า ด้วยการปรับปรุุงระบบควบคุุมคุุณภาพน้ำในหอหล่อเย็นให้มีจำนวนรอบการใช้น้ำเพิ่มขึ้น
  • การรีไซเคิล โดยติดตั้งระบบ Reversed Osmosis (RO) และ Ultra Filter เพื่่อนำน้ำที่บำบัดแล้วกลับไปปรับปรุุงคุุณภาพและนำกลับไปใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต

ปริมาณน้ำที่นำกลับมาใช้ใหม่โดยผ่านระบบ RO และ Ultra Filter ของโรงไฟฟ้าราชบุุรี

การลดการใช้พลังงาน

โรงไฟฟ้าในกลุ่มบริษัทฯ ได้จัดทำแผนเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าและอนุุรักษ์พลังงาน เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า อีกทั้งยังมีการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่ม เช่น โรงไฟฟ้าราชบุรีใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนผิวน้ำของอ่างเก็บน้ำสำหรับหล่อเลี้ยงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรีในช่วงของการถูกสั่งให้เป็นกำลังการผลิตสำรอง นอกจากจะช่วยลดต้นทุุนการผลิตแล้ว ยังลดการใช้เชื้อเพลิง และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 2 ของโรงไฟฟ้าอีกด้วย

บริษัทฯ มุ่งหมายจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม อันประกอบด้วย อากาศ น้ำ เสียง ของเสีย และระบบนิเวศที่อยู่รอบสถานประกอบการให้มีคุุณภาพที่ดี ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและมาตรฐานสากล ตลอดจนเป็นที่ยอมรับของชุุมชน ทั้้งนี้ โรงไฟฟ้าได้จัดวางระบบการบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุุมการป้องกันและการกำจัดมลพิษ การเฝ้าระวังคุุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งในโครงการและในชุุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการรายงานข้อมููลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุุก 6 เดือน นอกจากนี้ยังมีการนำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001 มาใช้เสริมประสิทธิภาพการจัดการให้มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น ได้แก่ โรงไฟฟ้าราชบุรี ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าหลักของบริษัทฯ

ในปี 2563 โรงไฟฟ้าในกลุ่มบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วนจึงไม่มีข้อร้องเรียนและบทปรับจากกรณีหรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหรือละเมิดกฎหมายแต่อย่างใด

การจัดการคุุณภาพอากาศ

โรงไฟฟ้าเชื้้อเพลิงหลักที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทฯ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า และบางแห่งใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงสำรอง บนปลายปล่องของโรงไฟฟ้าทุกแห่งได้ติดตั้งระบบตรวจวัดปริมาณมลสารที่ปล่อยออกมาสู่บรรยากาศ หรือ Continuous Emission Monitoring System (CEMs) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการรายงานข้อมููลแบบเรียลไทม์ไปยังห้องควบคุุมการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า และกรมควบคุุมมลพิษ สำหรับโรงไฟฟ้าราชบุรีมีการเชื่อมต่อข้อมููลไปยังจอแสดงผลที่ตั้งอยู่หน้าโรงไฟฟ้าอีกด้วย

การเฝ้าระวังปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

จากสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในบรรยากาศที่มีค่าเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและการดำรงชีวิตของชุุมชนนั้น ในปี 2563 โรงไฟฟ้าราชบุรีจึงได้เริ่มทำการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มเติมในพื้นที่ชุุมชนบ้านชาวเหนือที่อยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้า นอกเหนือไปจากการตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่องของทั้้ง 4 สถานีในชุุมชนแล้ว โดยทำการตรวจวัดปริมาณ PM2.5 ใน 2 ช่วงเวลา คือ เดือนมีนาคมและกันยายน พบว่า ผลการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองดังกล่าวยังคงมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และทางโรงไฟฟ้าจะทำการตรวจวัดค่าปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เป็นประจำทุุกปีเพื่อเป็นการเฝ้าระวังคุุณภาพอากาศในพื้นที่ชุุมชนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ในฐานะสมาชิกองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ภายใต้มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ด้วยการสนับสนุนให้ลดการใช้เชื้อเพลิง และงดการเผาในที่โล่งแจ้ง อีกทั้งยังได้ดำเนินมาตรการลดผลกระทบจากฝุ่นละออง PM2.5 ต่อผู้ปฏิบัติงานอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม : โครงการรวมพลัง "ลดฝุ่น PM2.5"

การจัดการน้ำทิ้ง

น้ำที่ผ่านการใช้งานในกระบวนการผลิตและสำนักงานแล้ว จะถููกนำไปบำบัดแบบแยกประเภท เพื่อจัดการคุุณภาพน้ำแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม โดยน้ำทิ้งที่่ผ่านการบำบัดแล้วบางส่วนจะถูกนำกลับไปใช้ซ้ำ เช่น ใช้ในแปลงสาธิตการเกษตร การรดน้ำต้นไม้ ปริมาณน้ำที่เหลือหลังจากการนำไปใช้ใหม่และใช้ซ้ำจะถููกปล่อยลงสู่แหล่งรองรับน้ำ และมีการตรวจสอบค่าบีโอดีและซีโอดีของน้ำ รายงานผลผ่านระบบออนไลน์ไปยังกรมโรงงานอุุตสาหกรรมก่อนปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติภายนอกโรงไฟฟ้า

สำหรับโรงไฟฟ้าราชบุุรี น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วบางส่วนจะถููกนำไปปรับปรุุงคุุณภาพในระบบ Reverse Osmosis เพื่อนำกลับไปใช้ในกระบวนการผลิตใหม่ นอกจากนี้ยังมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำธรรมชาติที่เป็นแหล่งรองรับน้ำทิ้งใน 3 จุดคือ จุดที่ปล่อยน้ำทิ้งเหนือจุุดปล่อยน้ำทิ้ง และท้ายจุดปล่อยน้ำทิ้ง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทิ้งนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อคุุณภาพน้ำในแหล่งรองรับน้ำตามธรรมชาติ และชุุมชนในท้ายน้ำยังสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำได้โดยไม่มีผลกระทบใด

กระบวนการจัดการคุณภาพน้ำของโรงไฟฟ้า

การจัดการของเสีย

โรงไฟฟ้าทุกแห่งมุ่งเน้นการจัดการของเสียด้วยมาตรการ 3Rs เพื่อเป็นการนำของเสียหรือวัสดุุที่ยังสามารถใช้ซ้ำหรือนำส่งไปรีไซเคิลได้ ให้กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตและการใช้ประโยชน์อื่นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังคงพิจารณาเลือกวิธีการกำจัดของเสียที่หลีกเลี่ยงการฝังกลบให้มากที่สุุด เช่น การนำไปเป็นวัตถุุดิบผสมในการผลิตผลิตภัณฑ์อื่นๆ หรือการนำไปเผาในเตาเผาเพื่อให้ได้พลังงานสำหรับของเสียที่สามารถนำไปดำเนินการได้ ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ของเสียจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านการปนเปื้อนสู่ดิน แหล่งน้ำผิวดิน หรือแหล่งน้ำใต้ดิน รวมถึงห่วงโซ่อาหารด้วย

การจัดการเสียง

แหล่งกำเนิดเสียงในกระบวนการผลิตที่สำคัญมาจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ปั๊มสููบน้ำ หรือกิจกรรมงานบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าได้ติดตั้งอุุปกรณ์ป้องกันเสียงครอบเครื่องจักรของโรงไฟฟ้าไว้อย่างรัดกุม พร้อมทั้งจัดทำแนวกันเสียงและกำหนดมาตรการป้องกันเสียงให้กับผู้ปฏิบัติงาน ด้วยการสวมใส่อุุปกรณ์ป้องกันอันตรายด้านเสียงอย่างครบถ้วน รวมทั้้งตรวจวัดระดับเสียงเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติงานและชุุมชนไม่ได้รับผลกระทบจากเสียงของโรงไฟฟ้า

ในปี 2563 ไม่มีเรื่องร้องเรียนจากผลกระทบด้านเสียงจากชุุมชนโดยรอบพื้นที่โรงไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าราชบุรีได้ดำเนินการติดตามประเมินการเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพ โดยใช้ดัชนีชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิต 4 ประเภท ได้แก่ นก สัตว์เลี้ยงลููกด้วยนม สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์เลื้อยคลาน รวมถึงรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและห่วงโซ่อาหารของพืช และสัตว์ต่างๆ สร้างความสมดุุลของระบบนิเวศ

นับตั้งแต่ปี 2540 ที่เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าราชบุรีได้ดำเนินการสำรวจจำนวนและความหลากชนิด ปริมาณประชากร การแพร่กระจาย ความชุุกชุุม และสถานภาพของสัตว์ป่า ปีละ 2 ครั้ง คือ ช่วงฤดููฝนในเดือนสิงหาคม และฤดููแล้งในเดือนธันวาคม บริเวณพื้นที่รอบโรงไฟฟ้ารวม 1 ตารางกิโลเมตร ผลการสำรวจตลอด 23 ปี แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศของพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าสามารถดำรงอยู่ได้กับกิจกรรมของโรงไฟฟ้า

ในปี 2563 โรงไฟฟ้าราชบุรี สำรวจพบชนิดสัตว์ป่ารวม 100 ชนิด ได้แก่

  • นก 72 ชนิด
  • สัตว์เลี้ยงลููกด้วยนม 6 ชนิด
  • สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 9 ชนิด
  • สัตว์เลื้อยคลาน 13 ชนิด

จำนวนชนิดของสัตว์ป่าที่พบโดยรอบพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุุรี ปี 2540-2563

สัตว์ป่าจำแนกตามสถานภาพทางด้านการอนุุรักษ์

นอกจากการดููแลระบบนิเวศรอบพื้นที่ที่มีการดำเนินการของโรงไฟฟ้าแล้ว บริษัทฯ ยังได้ให้การสนับสนุุนส่งเสริมการอนุุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชน ผ่านโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุุมชน ที่ดำเนินการร่วมกับกรมป่าไม้มาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งป่าชุมชนดังกล่าวยังเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจกให้กับประเทศได้ด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม : โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน