EN TH

บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนไว้ในจรรยาบรรณบริษัทฯ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติการดำเนินธุรกิจ ดังนี้

  • บริษัทฯ ยึดมั่นการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  • บริษัทฯ ตัดสินใจดำเนินการทางธุรกิจ โดยคำนึงถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจ สุขอนามัย ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นสำคัญ
  • ทุกกิจกรรมดำเนินการบนหลักการความยั่งยืนและมุ่งผลลัพธ์ที่ยั่งยืน เพื่อดำรงการยอมรับและความเชื่อถือของผู้มีส่วนได้เสีย
  • ผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีหน้าที่สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของตนเองอย่างสม่ำเสมอ
  • ผู้บริหารและพนักงานมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของบริษัทฯ ด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างเคร่งครัด
  • บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจที่สร้างสรรค์ประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่สังคม โดยต้องดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน คู่ค้า ชุมชน การป้องกันผลกระทบที่จะมีต่อชุมชนให้น้อยที่สุด ควบคุมก๊าซเรือนกระจกจากการผลิต ปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพให้ดีที่สุด ใช้พลังงาน น้ำ และทรัพยากรอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กรซึ่งบริษัทฯ กำหนดขึ้นเป็นกลยุุทธ์การพัฒนาในมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยังได้กำหนดกลยุทธ์ความยั่งยืนไว้ดังนี้

  • กำหนดให้มีกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรที่ครอบคลุมการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยงองค์กร โครงการ และความเสี่ยงใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
  • กำหนดให้มีการประเมินและตอบสนองประเด็นความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืนของบริษัทฯ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล และให้พิจารณาเป็นประเด็นสำคัญในการวางแผนธุรกิจ การตัดสินใจทางธุรกิจ และกระบวนการดำเนินงาน เพื่อรักษาความมั่นคงและยั่งยืนขององค์กร
นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร
เศรษฐกิจ
  • แสวงหาแนวทางพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
  • พัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมองค์กร และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้เป็นกลยุทธ์ธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและความเติบโตขององค์กรในระยะยาว ตลอดจนประโยชน์ร่วมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
  • ส่งเสริมและสนับสนุนให้พันธมิตร คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่ธุรกิจดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
สิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • จัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งลงทุน พัฒนาปรับปรุง และแสวงหามาตรการและวิธีการใหม่ ๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • คิดค้นและแสวงหาแนวทางและวิธีการลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ลดการปล่อยมลสาร ของเสีย และก๊าซเรือนกระจก เพื่อป้องกัน ควบคุม และ ลดผลกระทบให้น้อยที่สุด
  • กําหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการผลิตไฟฟ้าและการดําเนินธุรกิจ กําหนดวิธีการประเมินความเสี่ยง และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แสวงหามาตรการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและวิธีการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สังคมและชุมชน
  • ลงทุนพัฒนาศักยภาพความสามารถของพนักงานด้วยการสนับสนุนการอบรมให้ความรู้และทรัพยากรที่จําเป็น สร้างสภาพแวดล้อมในการทํางานที่ปลอดภัย กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และทํางานได้เต็มขีดความสามารถ
  • ตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจของลูกค้าในด้านปริมาณและ คุณภาพของสินค้าและตามสัญญาอย่างครบถ้วน
  • เสริมสร้างและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนได้เสีย ด้วยการเปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็น ปรึกษาหารือ อย่างโปร่งใสและสร้างสรรค์ ปฏิบัติต่อกัน อย่างเท่าเทียมและเคารพในความแตกต่าง สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของชุมชน
  • ร่วมมือกับภาครัฐ สมาคมอุตสาหกรรม พันธมิตรธุรกิจ ภาคประชาสังคม และ ผู้มีส่วนได้เสีย ในการพัฒนาและ / หรือประยุกต์ใช้มาตรฐานและวิธีปฏิบัติด้าน ความยั่งยืนที่ดีของอุตสาหกรรม

การทบทวนกลยุทธ์ความยั่งยืน

ในปี 2564 บริษัทฯ ได้ดำเนินการทบทวนกลยุทธ์ความยั่งยืน และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลที่มีนัยสำคัญต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งนี้ บริษัทฯ พิจารณาที่จะปรับปรุงกลยุทธ์ความยั่งยืน รวมทั้งประเด็นสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ให้มีความเหมาะสมกับบริบทธุรกิจ และสอดคล้องกับหลักการและแนวปฏิบัติสากลในปัจจุบัน โดยมีแผนดำเนินการดังต่อไปนี้ให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 และกำหนดให้เป็นเป้าหมายและตัวชี้วัดขององค์กรด้วย

  • การพัฒนากลยุทธ์ด้านความยั่งยืน แผนที่นำทางและเป้าหมาย รวมทั้งแผนงานระยะเวลา 5 ปี
  • การพัฒนานโยบายด้านสิทธิมนุษยชน และกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
  • การพัฒนากลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แผนที่นำทางและเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก

ข้อมูลเพิ่มเติม : จรรยาบรรณบริษัท , นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และท้าทายต่อความสามารถของบริษัทฯ ในการรับมือกับผลกระทบและสร้างโอกาสทางธุรกิจจากสภาวการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ

บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางและแนวปฏิบัติการตอบสนองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในจรรยาบรรณ และนโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร ซึ่งทุกหน่วยงานจะใช้เป็นกรอบในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานและวางแผนกิจกรรม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผลกระทบต่อแผนกลยุทธ์ธุรกิจและเป้าหมาย การลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าต่างๆ รวมทั้งประเมินแนวโน้มศักยภาพการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนด้วย

กลยุทธ์การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรอบการดำเนินงานเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนอกเหนือจากเป้าหมายเพื่อความต่อเนื่องและความยั่งยืนทางธุรกิจของบริษัทฯ แล้ว ยังมุ่งหวังที่จะตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 12 การบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ และเป้าหมายที่ 13 การรับมือสภาพภูมิอากาศ

กลยุทธ์การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่บริษัทฯ นำมาปฏิบัติมี 5 ด้าน ได้แก่

กลยุทธ์ เป้าหมายปี 2568 เป้าหมายปี 2578
1. การกำหนดสัดส่วนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้า
  • กำลังการผลิตรวม 10,000 เมกะวัตต์
  • สัดส่วนเชื้อเพลิงฟอสซิล ร้อยละ 75
  • สัดส่วนพลังงานทดแทน ร้อยละ 25
  • กำลังการผลิตรวม 10,000 เมกะวัตต์
  • สัดส่วนเชื้อเพลิงฟอสซิล ร้อยละ 60
  • สัดส่วนพลังงานทดแทน ร้อยละ 40
2. การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก
  • ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ 6,000,000 tCO2e คิดเป็น 70% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2558
  • ปริมาณก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ลดลง 15% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2558
  • ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ 10,000,000 tCO2e คิดเป็น 100% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2558
  • ปริมาณก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ ลดลง 25% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2558
3. การเพิ่มการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก
  • ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่กักเก็บได้ 83,000 tCO2e
  • ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่กักเก็บได้ 280,000 tCO2e
4. การพัฒนาความรู้และสร้างความตระหนัก
  • พนักงานเข้ารับการอบรมร้อยละ 80
  • การลดการใช้เชื้อเพลิงของชุมชนผ่านโครงการพลังงานชุมชน โดยมีเป้าหมายชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมร้อยละ 80
  • พนักงานเข้ารับการอบรมร้อยละ 90
  • การลดการใช้เชื้อเพลิงของชุมชนผ่านโครงการพลังงานชุมชน โดยมีเป้าหมายชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมร้อยละ 90
5. การเปิดเผยข้อมูล
  • รายงานความยั่งยืน ตามมาตรฐาน Global Reporting Initiatives
  • 56-1 One Report
  • Carbon Disclosure Project (CDP)
  • การเข้าร่วมประเมินความยั่งยืนของสถาบันระหว่างประเทศ
  • รายงานความยั่งยืน
  • 56-1 One Report
  • Carbon Disclosure Project (CDP)
  • การเข้าร่วมประเมินความยั่งยืนของสถาบันระหว่างประเทศ

การประเมินความเสี่ยงและโอกาสการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผลกระทบที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นจากความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทฯ ได้วางแนวทางการจัดการและประเมินโอกาสที่บริษัทฯ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่องค์กรแล้ว ดังนี้

ความเสี่ยง / ผลกระทบ แผนกลยุทธ์และเป้าหมายการเติบโตองค์กร
การจัดการ
  • ทบทวนแผนกลยุทธ์และเป้าหมายการลงทุนเชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทน
  • พัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งกระบวนการประเมินความเสี่ยงและโอกาส โดยประยุกต์ใช้กรอบข้อแนะนำ TCFD
  • พัฒนาแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจก และเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว
  • ศึกษาและพัฒนาวิธีการประเมินราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing)
โอกาส
  • เพิ่มศักยภาพทางการลงทุนธุรกิจนวัตกรรมพลังงานและไฟฟ้าในอนาคต (Future Energy) และสตาร์ตอัปด้านพลังงาน
  • พัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงานหมุนเวียน การซื้อขายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงานโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และยานยนต์ไฟฟ้า
  • พัฒนาธุรกิจด้านการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและขายไฟฟ้าตรง (Private PPA) แก่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยขยายผลจากลูกค้าของโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่นที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม
ความเสี่ยง / ผลกระทบ การดำเนินงาน
การจัดการ
  • กำหนดนโยบายให้โรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ พัฒนาฐานข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ และเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก
  • กำหนดให้ทุกโรงไฟฟ้าจัดทำแผนงานลดก๊าซเรือนกระจกและกำหนดเป้าหมาย รวมทั้งการปฏิบัติตามข้อกำหนด/กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างครบถ้วน
โอกาส
  • พัฒนา/เพิ่มการใช้พลังงานทดแทนภายในโรงไฟฟ้า เพื่อลดการใช้พลังงานและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • พัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายคาร์บอน/การชดเชยคาร์บอน

ข้อมูลเพิ่มเติม : การบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาส

การติดตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์

กลุ่มบริษัทฯ ได้แก่ บริษัทฯ โรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น ได้ติดตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้ข้อกำหนดการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 5 ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยเพิ่มการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกประเภทที่ 3 และจะปรับใช้ข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปีนี้เป็นปีฐาน เนื่องจากข้อมูลครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ ทั้งในฝั่งต้นน้ำ (Upstream) และปลายน้ำ (Downstream) นอกเหนือจากการปล่อยทางตรงจากการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มบริษัทฯ ด้วย

ทั้งนี้ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ปี 2562 และ 2563 ของโรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น และอาคารราชกรุ๊ป ได้รับการรับรองจาก อบก. แล้ว สำหรับข้อมูลปี 2564 จะยื่นขอการรับรองจาก อบก. ในปี 2565

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (tCO2e )
การประเมินคาร์บอน ฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO)

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1)

  • การใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตา และน้ำมันดีเซล
  • การใช้เชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ
  • การใช้หินปูนในระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
  • การรั่วไหลของก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6) และสารหล่อเย็น

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (ขอบเขตที่ 2)

  • การใช้กระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  • การใช้กระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  • การใช้กระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวง

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3)

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งต้นน้ำ
  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งปลายน้ำ
ปี (ปีฐาน) 2562 2563 2564* (ปีฐาน) 2562 2563 2564* 2563 2564
โรงไฟฟ้าราชบุรี 7,128,375 (2558) 5,201,346 4,997,704 4,950,948 27,702 (2558) 24,090 18,837 28,131 - 1,769,980
โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น - - 313,927 300,110 - - 25 1,069 3,131 88,841
อาคาร RATCH Group 73
(2561)
69 664 43 1,110 (2561) 1,084 888 813 - 36

หมายเหตุ: * ข้อมูลอยู่ระหว่างการทวนสอบ

สำหรับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงไฟฟ้าราชบุรีในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรี ได้รับคำสั่งให้เดินเครื่องด้วยน้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงเป็นจำนวน 161 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 และร้อยละ 76 เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมาและปีฐาน 2558 ตามลำดับ

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ต่อปริมาณพลังงานไฟฟ้าสุทธิของโรงไฟฟ้าราชบุรีในปีนี้มีค่าเท่ากับ 0.4122 ขณะที่ปีฐานมีค่าเท่ากับ 0.4567 tCO2e ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง และเมื่อเปรียบเทียบกับปีฐานพบว่า มีค่าต่ำกว่า คิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ 2,177,373 tCO2e

สำหรับข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ดังกล่าวนี้ จะนำไปใช้ประกอบในการกำหนดกลยุทธ์และจัดทำแผนที่นำทางและเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทในภาพรวม ซึ่งจะดำเนินการในปี 2565

การลดก๊าซเรือนกระจกด้วยพลังงานทดแทน

ในปี 2564 บริษัทฯ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าสุทธิจากแหล่งพลังงานทดแทนได้รวม 7,247,621 เมกะวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็นปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 4,268,513 tCO2e หรือร้อยละ 24 จากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

แหล่งพลังงานทดแทน ปริมาณพลังงานไฟฟ้าสุทธิ (เมกะวัตต์-ชั่วโมง) คิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ (tCO2e)
ทั้งหมด ตามสัดส่วนการถือหุ้น ทั้งหมด ตามสัดส่วนการถือหุ้น
1. พลังงานแสงอาทิตย์ 181,886.20 128,753.76 116,829.82 90,268.91
2. พลังงานลม 2,160,931.29 1,641,677.99 1,516,408.62 1,216,304.53
3. พลังงานน้ำ 4,833,786.52 1,229,590.99 2,599,773.11 663,369.95
4. พลังงานชีวมวล 71,016.70 28,406.68 35,501.25 14,200.50

สัดส่วนปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากโครงการพลังงานทดแทน ปี 2564
(หน่วย : ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)

การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก

ในปี 2564 โรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการจัดทำโครงการและกิจกรรมเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง ด้วยการจัดการอัตราการใช้ความร้อนเชื้อเพลิงได้รวม 140,804 ล้านบีทียู และพลังงานไฟฟ้าได้รวม 23,717 เมกะวัตต์-ชั่วโมง สามารถประเมินปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 21,573 tCO2e ซึ่งยังคงรักษามาตรฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้ประมาณ 54,992,579 บาท ดังนี้

โครงการ / กิจกรรม เป้าหมายการลดใช้พลังงาน ในปี 2564 ลดการใช้พลังงาน ความร้อน (ล้านบีทียู /ปี) ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า (กิโลวัตต์- ชั่วโมง/ปี) ลดค่าใช้จ่าย (บาท/ปี) เงินลงทุน (บาท) ระยะเวลา คืนทุน (ปี) ลดการปล่อย GHG (tCO2e)
โรงไฟฟ้าราชบุรี
  • โครงการหยุดการใช้งาน Auxiliary Cooling Water Pump กรณีที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (เครื่องกังหันแก๊ส) หยุดเดินเครื่องทั้งชุด
พลังงานไฟฟ้า 228,000 kWh - 972,782 2,937,800 - - 486.29
  • โครงการหยุดการใช้งาน Control Air Compressor ในช่วง Preserved โดยใช้งาน Station Air Compressor 1 เครื่อง
- 493,776 1,491,204 - - 246.84
  • โครงการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยการปรับมุม Auxiliary Cooling Tower Fan Blade
- 66,946 202,178 - - 33.47
โรงผลิตไฟฟ้านวนคร
  • โครงการเพิ่มอุณหภูมิของไอน้ำเข้า HP Steam จาก 505 เป็น 510 องศาเซลเซียส เพื่อเพิ่มพลังงานในระบบ Steam Turbine
พลังงานไฟฟ้า 75,603 kWh และพลังงาน ความร้อน 27,058 MMBTU 18,305 - 4,194,044 - - 2,681.82
  • โครงการลดการจ่ายพลังงานไฟฟ้าส่วนเกิน (Excess Energy) ช่วงเพิ่ม/ลด พลังไฟฟ้า (Load) เพื่อให้รับกับช่วงการใช้ไฟสูงสุด Peak ของ กฟผ. ให้มีความสูญเสียน้อยที่สุด
4,420 - 372,579 - - 647.51
  • โครงการลดใช้พลังงานไฟฟ้าของระบบ Lighting Cooling Tower (ส่วนขยาย) และห้องควบคุมโรงไฟฟ้าหลัก (CCR) โดยเปลี่ยนเป็นหลอด LED และปิดการใช้งานในส่วนที่ไม่ได้เดินเครื่อง
- 47,136 116,186 - - 23.56
โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น
  • โครงการเปลี่ยน Final Filter ของ Gas Turbine เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการเผาไหม้ และลดการสูญเสียพลังงานความร้อน
42,241.61 MMBTU 43,598 - 9,659,054 1,614,000 0.17 6,387.32
โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ราช โคเจนเนอเรชั่น
  • โครงการติดตั้ง VSD พัดลม หอหล่อเย็น (เครื่องที่ 2) และปั๊มน้ำเย็นระบบ Heat Loop (เครื่องกังหันก๊าซที่ 2)
74,480.05 MMBTU 3,787 1,109,769 3,683,118 1,152,861 0.31 554.77
  • โครงการลดชั่วโมงการทำงานของระบบทำน้ำเย็นของเครื่องกังหันก๊าซ (Chiller)
16,506 4,837,076 16,053,367 - 0.00 2,418.05
  • โครงการใช้เครื่องอัดอากาศประสิทธิภาพสูง (Air Compressor)
943 276,307 917,013 1,166,667 1.27 138.13
  • โครงการทำความสะอาดใบ Blade Compressor ของเครื่องกังหันก๊าซ (Offline Compressor Wash)
53,245 15,603,640 14,164,112 214,999 0.22 7,800.26
อาคารสำนักงาน RATCH Group
  • โครงการ ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน เพื่อลดใช้พลังงาน
ลดลงร้อยละ 1 (เทียบกับ ค่าเฉลี่ยปี 2560-2562) - 309,333 1,201,923 - - 154.64
รวม 140,804 23,716,765 54,992,579 4,148,527 - 21,573

การรับรองปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยกลไก T-VER

ใน 2564 โรงไฟฟ้าราชบุรีได้ขอรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตในโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐาน ของประเทศไทย (T-VER) รวม 2 โครงการ เพื่อรองรับการขับเคลื่อนระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading Scheme: ETS) ของประเทศในอนาคต

ลำดับที่ขึ้นทะเบียน โครงการ ประเภทโครงการ สถานะ ปีที่คิดเครดิต ปริมาณคาร์บอนเครดิต (tCO2e) แผนการขอรับรอง เครดิตในครั้งถัดไป
ขึ้นทะเบียน รับรองเครดิต คาดการณ์ตลอดโครงการ ที่ได้รับการรับรองแล้ว
105 โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างเป็นหลอด LED โดย บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน (EE) 7 ปี 5,397 3,064
(4 ปี)
ปี 2567
131 โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนผิวน้ำ โดย บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด พลังงานทดแทน (RE) 7 ปี 12,418 1,513
(1 ปี)
ปี 2566
185 โครงการปลูกป่าอย่างยั่งยืนโรงไฟฟ้าราชบุรี โดย บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ป่าไม้และพื้นที่สีเขียว (FOR) ปี 2565 20 ปี 1,140 - ปี 2565

ส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายนอกองค์กร

โครงการพลังงานชุมชนระยะที่ 3 (ปี 2563-2565) ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

โครงการพลังงานชุมชนได้ส่งเสริมชุมชนใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ โดยบริษัทฯ ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำดังกล่าวให้แก่ชุมชน จำนวน 8 เครื่อง เพื่อนำไปใช้ในการทำการเกษตร นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้พลังงานชุมชนของตำบลยางหัก จำนวน 2 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในอุปกรณ์/เครื่องมือต่าง ๆ ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และสาธิตการทำงานและการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การประเมินผลกระทบของกิจกรรม

กิจกรรม มิติสังคม มิติสิ่งแวดล้อม มิติเศรษฐกิจ
การใช้ประโยชน์เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 8 เครื่อง การรวมกลุ่มใช้ประโยชน์ของชุมชน รวม 100 ครัวเรือน
  • การรวมกลุ่มใช้ประโยชน์ของชุมชน รวม 100 ครัวเรือน
  • เพื่อการอุปโภคบริโภค 17 ครัวเรือน
  • ลดการใช้และเผาไหม้น้ำมันเบนซินที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำแบบเดิม 17,280 ลิตร/ปี
  • ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้น้ำมันเบนซิน 37,836.29 kgCO2e* (37.8 tCO2e)/ปี
  • ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องสูบน้ำเพื่อใช้งานในครัวเรือน
  • ลดค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 518,400 บาท (คิดค่าเฉลี่ย ราคาน้ำมัน 30 บาท/ลิตร)

* คำนวณจากระเบียบวิธีของ อบก. - ปริมาณการเผาไหม้น้ำมันเบนซินในเครื่องยนต์ไม่เคลื่อนที่จะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ประมาณลิตรละ 2.1896 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e)

โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS: Low Emission Support Scheme)

บริษัทฯ ได้นำกิจกรรมการส่งเสริมชุมชนลดการใช้พลังงาน 2 โครงการ เข้าขอรับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ภายใต้โครงการประเภทการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน โดยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้เท่ากับ 4.86 tCO2e/ปี

ชื่อโครงการ ระยะเวลาการรับรองโครงการ LESS ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ (tCO2e)
โครงการส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ ชุมชนหย่อมบ้านหัวฮะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
(การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และไม่เชื่อมต่อกับสายส่ง (Off-Grid))
1 กรกฎาคม 2563 - 15 มิถุนายน 2564 2.987
โครงการพลังงานชุมชน ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี
(การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้ ทดแทนการซื้อไฟฟ้าจากระบบสายส่ง)
16 ธันวาคม 2563 - 15 มิถุนายน 2564 1.874
รวม 4.861

การสร้างแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ ได้สนับสนุนป่าชุมชนทั่วประเทศโดยดำเนินโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ด้วยการจัดประกวดและสนับสนุนเงินรางวัลให้แก่ป่าชุมชนที่มีการบริหารจัดการป่าอย่างยั่งยืน ทั้งการดูแล รักษา ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากป่า โครงการดังกล่าวดำเนินการร่วมกับกรมป่าไม้ตั้งแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบัน

สรุปผลกิจกรรมการประกวดป่าชุมชนปี 2551-2564

ตัวชี้วัด ผลที่ได้รับ
ป่าชุมชนที่เข้าร่วมการประกวด 15,868 แห่ง
ป่าชุมชนที่ได้รับรางวัล (ข้อมูลก่อน พ.ร.บ. ป่าชุมชน 2562) 1,974 แห่ง
ป่าชุมชนที่ได้รับรางวัล (ข้อมูลหลัง พ.ร.บ. ป่าชุมชน 2562) 1,395 แห่ง
จำนวนพื้นที่ป่าชุมชนที่ได้รับรางวัล 1,276,389.24 ไร่
เงินรางวัลสนับสนุนชุมชน 43,020,000 บาท
ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมประกวดป่าชุมชน
ความสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (เฉลี่ย 6.3 ตัน/ไร่) 8,041,252.21 ตันคาร์บอน
กักเก็บน้ำในดินและการปล่อยน้ำท่า (≈ 686 ลบ.ม./ไร่) 875,603,019 ลบ.ม.
มูลค่าการให้บริการระบบนิเวศของป่า (≈ 89,737 บาท/ไร่) 114,539 ล้านบาท

ในปี 2564 บริษัทฯ ยังได้จัดทำแผนการปลูกป่า (ปี 2565-2568) เพื่อสร้างแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจก และจะพัฒนา และขึ้นทะเบียนเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย ประเภทป่าไม้และพื้นที่สีเขียวขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รวมพื้นที่ประมาณ 50,100 ไร่ โดยตั้งเป้าหมายการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกประมาณ รวม 670,000 tCO2e ตลอดระยะเวลาการขอรับรองคาร์บอนเครดิตเบื้องต้น 10 ปี แผนงานดังกล่าว เป็นแนวทางภายใต้กลยุทธ์การเพิ่มแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจก

การเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจก

วิธีการเปิดเผย กลุ่มเป้าหมาย
รายงานความยั่งยืนปี 2563 ตามมาตรฐาน GRI ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย ผู้สนใจทั่วไป
การเข้าร่วมประเมินความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย ผู้สนใจทั่วไป
การเข้าร่วมตอบแบบสอบถาม Carbon Disclosure Project นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย
การเข้าร่วมตอบแบบประเมินความยั่งยืนของ S&P ESG Indices นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ ได้รับรางวัลเกียรติคุณ "Sustainability Disclosure Award" จากสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตามเกณฑ์การพิจารณาอ้างอิงจาก Ceres-ACCA ในด้านความสมบูรณ์ (Completeness) ด้านความเชื่อถือได้ (Credibility) และด้านการสื่อสารและนำเสนอ (Communication) เนื้อหาของรายงานความยั่งยืนที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ

บริษัทฯ เล็งเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกยังคงเป็นเหตุปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงาน การประกาศเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emission ของแต่ละประเทศภายหลังการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP26) ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ซึ่งอาจจะเป็นความเสี่ยงใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ปัจจัยเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ที่สามารถสร้างผลกระทบต่อบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญมีดังนี้

ความเสี่ยงใหม่ เหตุปัจจัย / ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น แนวทางจัดการ / โอกาส
กฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรการที่สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป้าหมายการไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับอุณหภูมิก่อนยุคอุตสาหกรรม
  • ภาครัฐอาจมีการจัดทำกฎหมายที่จะสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ทั้งในลักษณะการกำหนดเพดานการลดและจัดสรรสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Cap & Trade) และ/หรือ การกำหนดเป้าหมาย
  • การลดก๊าซเรือนกระจก การกำหนด มาตรการทางภาษีสำหรับการปล่อย คาร์บอนตลาดทุนและตลาดการเงินนำมาตรการ และหลักปฏิบัติสากลด้าน ESG รวมทั้งการลดก๊าซเรือนกระจกมาใช้เป็นเงื่อนไขให้ภาคธุรกิจใช้ปฏิบัติ โดยเฉพาะธุรกิจผลิตไฟฟ้า
  • ต้นทุนทางการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นและการเติบโตของธุรกิจผลิตไฟฟ้าโดยเฉพาะเชื้อเพลิงฟอสซิลถูกจำกัดและลดลง
  • ติดตามและศึกษาแผนพัฒนาไฟฟ้าและเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศเป้าหมายการลงทุนรวมทั้งแนวโน้มการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อประเมินผลกระทบทางการเงิน และโอกาสทางธุรกิจ/การลงทุนและผลตอบแทนของประเทศนั้น
  • กำหนดสัดส่วนประเภทเชื้อเพลิงสำหรับการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้า รวมทั้งพัฒนากลยุทธ์ แผนที่นำทางและเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ พร้อมทั้งประยุกต์ใช้ข้อเสนอแนะ TCFD ในการประเมินผลกระทบทางการเงิน และวางแนวทาง/วิธีการในการจัดการและแก้ไข
  • ศึกษาและติดตามพัฒนาการและการปรับเปลี่ยนกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดทุนและตลาดเงินซึ่งจะใช้เป็นเงื่อนไขในการระดมทุนผ่านช่องทางและเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ รวมทั้งการปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ
  • ศึกษาและติดตามการพัฒนา/ปรับปรุงกลไกการลดก๊าซเรือนกระจกที่จะเป็นภาคบังคับ และ/หรือภาคสมัครใจทั้งในประเทศและสากล รวมทั้งการพัฒนากลไกตลาดซื้อขายคาร์บอน การกำหนดราคาการซื้อขายคาร์บอน วิธีการซื้อขายคาร์บอนการใช้กลไกภาษีเพื่อนำมาใช้บังคับในอนาคต
  • พัฒนาสมรรถนะและศักยภาพของบุคลากรให้มีความรู้และทักษะที่ความสามารถดำเนินงานภายใต้บริบทและเงื่อนไขธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงและธุรกิจใหม่ ๆ
การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เพื่อตอบสนองเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อไม่ให้ อุณหภูมิโลกสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับอุณหภูมิ ก่อนยุคอุตสาหกรรม
  • การพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยทำให้เชื้อเพลิงฟอสซิลปราศจากคาร์บอนเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด รวมทั้งการพัฒนาประสิทธิภาพของเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือกให้ดียิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
  • ความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) เพื่อไม่ให้มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าฟอสซิลในพอร์ตของบริษัทฯ และการลงทุนในอนาคต
  • ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาเทคโนโลยีในธุรกิจผลิตไฟฟ้า เพื่อศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของหน่วยผลิตไฟฟ้า และประเมินความต่างกับโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องและลงทุนแล้วของบริษัทฯ พร้อมทั้งวางแนวทางในการบริหารจัดการประสิทธิภาพการผลิต การใช้ทรัพยากรและอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งใช้เป็นปัจจัยพิจารณาการลงทุนโครงการในอนาคต
  • แสวงหาโอกาสเพิ่มการลงทุนด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการจัดการก๊าซเรือนกระจกด้านพลังงานทดแทน การกักเก็บพลังงาน การจัดการพลังงาน รวมทั้งสร้างพันธมิตรกับผู้ผลิตเทคโนโลยี หรือที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี บริษัทสตาร์ตอัป
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงข้อกำหนด/หลักเกณฑ์/มาตรการการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม/การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมของทางราชการเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) ในธุรกิจผลิตไฟฟ้าและพลังงาน