EN TH

นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กรได้กำหนดขึ้นเป็นกลยุุทธ์การพัฒนาในมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานและเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้ก้าวหน้าและสำเร็จผลเป็นรููปธรรม

ข้อมูลเพิ่มเติม : นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร

บริษัทฯ ตระหนักดีว่า พลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของทุุกประเทศ ขณะเดียวกันก็ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จนทำให้เกิดการเปลี่่ยนแปลงสภาพภููมิอากาศ ซึ่งบริษัทฯ คำนึงถึงประเด็นดังกล่าว และมีความตั้งใจที่่ร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและนานาประเทศในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่่อชะลอการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก รวมถึงบรรเทาปัญหาและความรุุนแรงของภัยธรรมชาติที่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรอบการจัดการก๊าซเรือนกระจก

ผลการดำเนินงาน ปี 2563

การดำเนินการจัดการก๊าซเรือนกระจกกลุ่มบริษัทฯ

ความมุ่งมั่นลดก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งผลิต

นวัตกรรมเพื่อการลดใช้เชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP)

บริษัทฯ ได้รับรางวัล SET Awards 2020 ประเภท Best Innovative Company Award จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยผลงานระบบผลิตไฟฟ้าและไอน้ำทำงานร่วมกัน 3 ระบบ ได้แก่ เครื่องกังหันแก๊ส เครื่องกังหันไอน้ำและเครื่องยนต์แก๊สที่่ติดตั้งที่โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น ที่ถือเป็นนวัตกรรมแรกของอุุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าประเภท SPP ในประเทศไทย

ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน

ในปี 2563 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตพลังงานทดแทนตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 1,174.68 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นร้อยละ 14.4 ของกำลังการผลิตรวม (8,174 เมกะวัตต์) เทียบกับเป้าหมายใหม่ที่กำหนดไว้ร้อยละ 25 ภายในปี 2568 โดยในปี 2563 ปริมาณพลังงานไฟฟ้าสุุทธิที่ผลิตจากพลังงานทดแทนนี้ รวม 4.94 ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นแหล่งพลังงานทดแทนในประเทศ ร้อยละ 10 และต่างประเทศ ได้แก่ สปป.ลาว อินโดนีเซียและออสเตรเลีย ร้อยละ 48, 25 และ 17 ตามลำดับ คิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ 1,225,787 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

การลดก๊าซเรือนกระจกด้วยกลไก T-VER

โรงไฟฟ้าราชบุุรียังคงดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านโครงการ T-VER อย่างต่อเนื่่องใน 3 ประเภทโครงการ ด้วยการใช้ระบบการตรวจวัด การรายงาน และการทวนสอบ (Monitoring, Reporting and Verification : MRV) มาประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่่อรองรับการขับเคลื่่อนระบบการซื้้อขายใบอนุุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading Scheme: ETS) ของประเทศในอนาคต

การลดใช้ทรัพยากรและพลังงาน

กลุ่มบริษัทฯ มีการรณรงค์และจัดทำโครงการลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานภายในอาคารสำนักงาน และกิจกรรมนอกกระบวนการผลิตภายในโรงไฟฟ้าด้วย ได้แก่ การจัดทำโครงการสำนักงานสีเขียว การจัดทำโครงการธนาคารขยะและการทำกิจกรรม 3R (Reduce/ Reuse/ Recycle)

กิจกรรมส่งเสริมการลดใช้พลังงานในชุมชน

บริษัทฯ สร้างการมีส่วนร่วมด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชุุมชน เพื่อจัดทำโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานและลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกทางหนึ่ง

  • จัดทำโครงการพลังงานชุมชนระยะที่ 3 ในพื้นที่ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุุรี
  • ส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานชุมชน เพื่่อช่วยลดการใช้พลังงานจากเชื้้อเพลิงฟอสซิล ลดรายจ่าย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • สนับสนุนแผงผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ แทนการใช้เครื่่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันดีเซล รวม 23 หลังคาเรือน ตั้งแต่ปี 2557
  • สามารถเพิ่่มเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับชุุมชน สร้างองค์ความรู้ในการบริหารจัดการช่วยลดรายจ่าย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS)

บริษัทฯ ได้นำกิจกรรมการลดใช้พลังงานของสำนักงานใหญ่ และกิจกรรมการส่งเสริมชุุมชนลดการใช้พลังงาน 2 โครงการเข้าขอรับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ภายใต้โครงการประเภทการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน โดยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้เท่ากับ 16.72 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

การเพิ่่มแหล่งดููดกลับก๊าซเรือนกระจก

นอกเหนือจากการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกภายในธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ แล้ว บริษัทฯ ยังสนับสนุุนการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ด้วยการส่งเสริมชุุมชนอนุุรักษ์พื้นที่่้ป่าชุุมชนทั่่วประเทศ อันเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจกที่่สำคัญอย่างต่อเนื่องด้วย

  • จัดทำโครงการส่งเสริมการอนุุรักษ์ป่าชุุมชน ภายใต้โครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุุมชน” ด้วยกิจกรรมการประกวดป่าชุุมชน การสัมมนาเครือข่ายผู้นำป่าชุุมชน และค่ายเยาวชนกล้ายิ้ม
  • เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจถึงประโยชน์ในการอนุุรักษ์และบริหารจัดการพื้นที่่ป่าชุุมชนอย่างมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2551
  • ตั้งแต่ปี 2551-2563 มีป่าชุุมชนรวม 1,828 แห่งที่ได้รับการสนับสนุุนจากบริษัทฯ คิดเป็นพื้็นที่ป่ารวม 1,605,871.44 ไร่และมีศักยภาพเก็บกักคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 3,211,742.88 ตันคาร์บอนไดออกไซด์

บริษัทฯ ส่งเสริมชุุมชนให้ช่วยรักษาพื้นที่่ ป่าชุุมชน ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจกในทางอ้อมมาตั้งแต่ปี 2551 ภายใต้โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุุมชน หรือโครงการกล้ายิ้ม โดยดำเนินกิจกรรมประกวดป่าชุุมชน ร่วมกับกรมป่าไม้ ในปี 2563 มีจำนวนป่าชุุมชนที่ได้รับการสนับสนุุนจากกิจกรรมของบริษัทฯ 145 แห่ง คิดเป็นพื้นที่ป่ารวม 93,023 ไร่ ทำให้บริษัทฯ มีส่วนส่งเสริมการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกรวม 186,046 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (อ้างอิงค่าการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยของป่าไม้ เท่ากับ 2 ตันต่อไร่ต่อปี จากกรมป่าไม้)

ข้อมูลเพิ่มเติม : โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน

การปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประเมินความเสี่ยงและบริหารจัดการผลกระทบ

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะทำงานบริหารความเสี่ยงได้ทำการประเมินความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภููมิอากาศทั้งในภาพรวมองค์กรและรายโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่า กลุ่มบริษัทฯ มีการเตรียมการ และมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังผลกระทบอันเกิดจากความเสี่ยงดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม รวมทั้้งแผนความต่อเนื่องทางธุุรกิจเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เพื่อให้ธุุรกิจยังสามารถดำเนินการต่อไปได้โดยไม่หยุุดชะงักปัจจัยความเสี่ยง

โอกาสจากการเปลี่่ยนแปลงสภาพภููมิอากาศ

ข้อมูลเพิ่มเติม : การบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาส

บริษัทฯ ประเมินว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นเหตุปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดความไม่แน่นอนที่อาจจะเป็นความเสี่ยงใหม่ๆ และส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต ความเสี่ยงที่เกี่ยวพันและเป็นผลสืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจจะสร้างผลกระทบเชิงลบ หรือผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ มีดังนี้