EN TH

เป้าหมายและการจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

บริษัทฯ ใช้กรอบการดำเนินงานด้านการดูแลความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับผู้ปฏิบัติงาน ผู้รับเหมา และผู้รับเหมาช่วง รวมถึงชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียกับกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามที่ได้กำหนดไว้ในจรรยาบรรณบริษัทฯ ที่ผนวกเข้ากับนโยบายด้านความปลอดภัยฯ และนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนองค์กร พร้อมด้วยระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทุกชีวิตจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และปลอดภัย ไม่เกิดอุบัติเหตุที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานทั้งหมด

ข้อมูลเพิ่มเติม : จรรยาบรรณบริษัท , นโยบายด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน , นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร

การดำเนินงานด้านความปลอดภัย

กลุ่มบริษัทฯ ยังคงเคร่งครัดและมุ่งมั่นที่จะแก้ไขและปรับปรุงขั้นตอนและสภาพการทำงานเพื่อให้ผู้ปฏิบัติทุกคนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่มีความปลอดภัย ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่ได้รับการบาดเจ็บหรือเกิดโรคจากการทำงาน รวมทั้งได้รับการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงาน การบริหารความเสี่ยงและรับมือกับภาวะวิกฤติ รวมทั้งการป้องกันและดูแลสุขอนามัยให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างรัดกุม

การบริหารความเสี่ยงในการทำงาน

งานที่ประเมินว่ามีความเสี่ยงจะต้องหาแนวทางจัดการให้งานนั้นมีความปลอดภัยมากที่สุด ในการจัดการความเสี่ยงของงานจะดำเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้ตามลำดับ

สำหรับมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยพื้นที่ทำงาน มีความสำคัญและยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงในการทำงานเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้งานที่มีความเสี่ยงสูง-ปานกลาง จะมีการเพิ่มความถี่และความเข้มงวดในการตรวจสอบการทำงาน โดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้อง

ความถี่ในการตรวจสอบพื้นที่การทำงานแยกตามความเสี่ยงของงาน

ระดับความเสี่ยงของงาน ความถี่ของการเข้าตรวจสอบความปลอดภัยพื้นที่การทำงาน
ผู้ควบคุมงาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย คณะกรรมการ
ความปลอดภัยฯ
ระดับหัวหน้างาน ระดับวิชาชีพ
งานที่มีความเสี่ยงสูง
  • งานในที่อับอากาศ
  • งานที่ก่อให้เกิดความร้อนและประกายไฟ
  • งานในที่สูง
  • งานที่เกี่ยวกับสารเคมี
ตลอดเวลา ทุกวัน ทุกวัน ทุกเดือน หรือตามวาระงาน
งานที่มีความเสี่ยงปานกลาง ทุก 1 ชั่วโมง ทุกวัน ทุกวัน ทุกเดือน หรือตามวาระงาน

การควบคุมความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

ผู้ควบคุมงาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง มีหน้าที่ควบคุมให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรการ และวิธีการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การตรวจสอบคุณสมบัติและความพร้อมของผู้ปฏิบัติงานความพร้อมใช้งานของเครื่องมือและอุปกรณ์ การประเมินและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีความปลอดภัยและการจัดการสถานที่ปฏิบัติงานภายหลังเสร็จสิ้นงาน รวมถึงกรณีเมื่อพบการทำงานหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานหรือมีการเปลี่ยนแปลงขอบเขตหรือขั้นตอนการทำงาน รวมทั้งเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ให้สั่งหยุดการทำงานได้ในทันที

ปัจจัยที่ควบคุม การดำเนินงาน ผลลัพธ์
ผู้ปฏิบัติงาน
  1. กำหนดคุณสมบัติบุคลากรของแต่ละงาน
  2. อบรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน การสอนงานและการฝึกอบรมเฉพาะงาน
  3. การสังเกตการทำงาน
  4. การปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยเฉพาะงาน/เฉพาะพื้นที่
  1. มีคุณสมบัติตามที่กำหนด
  2. มีการอบรมและการปฏิบัติงานตามกฎความปลอดภัยอย่างครบถ้วน
เครื่องมือ / อุปกรณ์
  1. การตรวจสอบความปลอดภัยก่อนใช้งานหรือตามวาระ
  2. การตรวจสอบ หรือทดสอบความปลอดภัยตามกฎหมาย
  3. การบำรุงรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ตามแผนที่กำหนด
  1. เครื่องจักร / อุปกรณ์มีความพร้อมในการใช้งาน
สภาพแวดล้อม
  1. การประเมิน / ตรวจสอบสภาพแวดล้อมก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
  2. การตรวจวัดและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการทำงาน
  3. การจัดการสถานที่ปฏิบัติงานหลังเลิกงาน
  1. ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานตามข้อกำหนด
  2. ปรับปรุง / แก้ไขสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้มาตรฐานก่อนเข้าปฏิบัติงาน
การสั่งหยุดงาน
  1. เมื่อพบการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน
  2. การเปลี่ยนแปลงขอบเขตหรือขั้นตอนการปฏิบัติงาน
  3. กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
  1. เมื่อมีการสั่งหยุดงาน ผู้ปฏิบัติงานจะต้องทำการแก้ไขปรับปรุงสภาพการณ์ให้พร้อมทำงาน ก่อนอนุญาตให้ปฏิบัติงานได้ใหม่

การจัดการเหตุฉุกเฉิน

หากการทำงานยังเกิดอุบัติการณ์ หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามแผนรองรับเหตุฉุกเฉินของในแต่ละสถานการณ์ที่บริษัทฯ และกลุ่มโรงไฟฟ้ากำหนดไว้อย่างเป็นระบบตามมาตรฐาน ISO 45001 ทั้งการกำหนดผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติตามแผนฯ แต่ละด้าน การควบคุมและแก้ไขการเกิดอุบัติเหตุ/อุบัติการณ์อย่างเป็นขั้นตอน รวมถึงการสอบสวน ค้นหาสาเหตุ เพื่อกำหนดมาตรการ/ออกแบบสภาพการทำงานและการใช้อุปกรณ์ที่ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ทั้งนี้เพื่อมุ่งมั่นที่จะป้องกันและลดผลกระทบต่อบุคคล ทรัพย์สิน กระบวนการผลิต หรือสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดให้น้อยที่สุด

อุบัติการณ์ในแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เป้าหมาย
ไฟไหม้ / ระเบิด
  • สามารถระงับเหตุได้เร็วที่สุด
  • ส่งผลกระทบต่อบุคคล ทรัพย์สิน กระบวนการผลิตและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
เชื้อเพลิง / สารเคมีรั่วไหล
ภัยธรรมชาติ
การก่อการร้าย / การชุมนุมประท้วง

การฝึกซ้อมแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน ปี 2564

สถานการณ์ฉุกเฉิน
ที่ฝึกซ้อม
จำนวนครั้งในการฝึกซ้อม
โรงไฟฟ้าราชบุรี โรงผลิตไฟฟ้านวนคร โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น โรงไฟฟ้าของ ราช-ออสเตรเลีย สำนักงานใหญ่
ไฟไหม้และระเบิด ระดับที่ 1 30 4 1 - - 1
ไฟไหม้และระเบิด ระดับที่ 2 1 1 - - - -
ไฟไหม้และระเบิด ระดับที่ 3 0 - 1 1 - -
ก๊าซรั่วไหล 4 2 - - - -
น้ำมันรั่วไหล 1 2 - - - -
สารเคมีรั่วไหล 4 3 - - - -
รังสีรั่วไหล 1 - - - - -
การขนย้ายของเสีย / สิ่งปฏิกูล 1 - - - - -
ภัยธรรมชาติ
(พายุ / น้ำท่วม / แผ่นดินไหว)
1
(น้ำท่วม)
- - 1
(น้ำท่วม)
คอลินส์วิลล์ = 2
(ไฟป่า)
-
โรคระบาด 0 - - - - -
เหตุงูกัด 0 - - - - -
ลิฟต์ค้าง 1 - - - - 12
การขู่วางระเบิด 0 - - - - -
การประท้วงของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า 0 - - - - -
อื่น ๆ 1
(ท่อแรงดันแตก)
- - - คอลินส์วิลล์ = 4
เมาท์เอ็มเมอรัลด์ = 1
(ซ้อมอพยพ)
-

สถิติการเกิดเหตุฉุกเฉินปี 2564

จำนวนการเกิดเหตุฉุกเฉิน (ครั้ง) ไฟไหม้ เชื้อเพลิง / สารเคมีรั่วไหล ภัยธรรมชาติ การก่อการร้าย / การชุมนุมประท้วง
โรงไฟฟ้าราชบุรี 0 0 0 0
โรงผลิตไฟฟ้านวนคร 1 0 0 0
โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น 0 0 0 0
โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น 0 0 0 0
โรงไฟฟ้าในประเทศออสเตรเลีย
  • โรงไฟฟ้าเคเมอร์ตัน
  • โรงไฟฟ้าทาวน์สวิลล์
0 0 0 0
สำนักงานใหญ่ 0 0 0 0

การจัดการภาวะวิกฤติ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 บริษัทฯ และกลุ่มโรงไฟฟ้าได้มีการยกระดับแผนการจัดการภาวะวิกฤติ เพื่อบริหารความเสี่ยงและดูแลให้การปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีความปลอดภัยการดำเนินงานมีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าที่จะต้องผลิตไฟฟ้าตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศด้วย

การเสริมสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย

"ผู้ปฏิบัติงานทุกคน จะต้องกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย" เป็นปณิธานสูงสุดของบริษัทฯ และได้สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ทั้งในงานที่ปฏิบัติอยู่เดิม และงานใหม่ที่อาจมีเพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้งานเครื่องมืออุปกรณ์ใหม่ ๆ การพัฒนาความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน กฎหมาย ข้อกำหนด และมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยที่จะต้องปฏิบัติตามให้ครบถ้วน

บริษัทฯ เชื่อว่า ผู้ปฏิบัติงานเมื่อมีความรู้ความเข้าใจแล้วจะเกิดความตระหนัก ซึ่งจะช่วยให้การทำงานด้วยความระมัดระวัง อีกทั้งยังสามารถช่วยสอดส่องดูแลการทำงานของเพื่อนร่วมงานหากปฏิบัติงานบนสภาพการณ์ที่มีความเสี่ยงหรือไม่ถูกต้องได้ด้วย

การอบรมเพื่อสร้างความตระหนักด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยปี 2564

ประเด็น / หัวข้ออบรม ผู้ดำเนินงาน รวมผู้เข้าอบรม
(คน)
ผู้ปฏิบัติงาน
(คน)
ผู้รับเหมา
(คน)
โรงไฟฟ้าราชบุรี โรงผลิตไฟฟ้านวนคร โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น โรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่น บริษัท ราช-ลาว เซอร์วิส จำกัด สำนักงาน ใหญ่
การปฐมนิเทศผู้ปฏิบัติงานก่อนเริ่มงาน 4,629 35 4,594
ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้างานใหม่ - - - 72 60 12
การประเมินความเสี่ยง - - - - - 15 15 -
ผู้บังคับเครน (ปั้นจั่นอยู่กับที่) ผู้ให้สัญญาณมือและผู้ยึดเกาะวัสดุ - - - - - 26 26 -
ผู้บังคับรถบรรทุกติดเครน (ปั้นจั่นเคลื่อนที่) ผู้ให้สัญญาณมือและผู้ยึดเกาะวัสดุ - - - - - 11 11 -
ผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น - - - - - 16 16 -
ความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ - - 172 159 13
การดับเพลิงขั้นต้น - - - 107 107 -
การดับเพลิงภายในอาคาร - - - - - 32 32 -
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม ในการทำงาน (คปอส.) - - - - 6 1 5
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน - - - - 47 47 -
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร - - - 30 30 -
ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ - - - 37 37 -
ทบทวนความรู้ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ - - 70 55 15
การอนุรักษ์การได้ยิน - - - - - 40 40 -
ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับ ไฟฟ้า - - - - - 17 17 0
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยฟื้นคืนชีพ - - - - - 31 31 -
ผู้ปฏิบัติงานประจำระบบการจัดการมลพิษอากาศ - - - - - 3 3 -
ผู้ปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษน้ำ - - - - - 4 4 -
ผู้ควบคุมระบบการจัดการกากอุตสาหกรรม - - - - - 4 4 -
การป้องกันอันตรายจากรังสี - - - - - 15 15 -
การเสริมสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการทำงาน - - - - 143 143 -

สถิติสำคัญด้านความปลอดภัย ปี 2564

โรงไฟฟ้า / สำนักงาน RGCO NNGE BPC RCO RAC RATCH รวมกลุ่มบริษัทฯ
จำนวนพนักงานทั้งหมด (คน) 52 30 19 21 23 215 360
จำนวนชั่วโมงการทำงานของพนักงาน (ชั่วโมง) 92,260 56,144 20,936 43,616 37,535 409,360 659,851
จำนวนผู้รับเหมาทั้งหมด (คน) 374 78 53 336 - 59 900
จำนวนชั่วโมงการทำงานของผู้รับเหมา (ชั่วโมง) 1,781,760 176,675 129,915 154,544 - 179,876 2,422,770
จำนวนผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด (คน) 426 108 72 357 23 274 1,260
จำนวนชั่วโมงการทำงานทั้งหมด (ชั่วโมง) 1,874,020 232,819 150,851 198,160 37,535 589,236 3,082,621
อัตราการเสียชีวิตจากการทำงานต่อ 200,000 ชั่วโมงการทำงาน 0.11 0 0 0 0 0 0.06
อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานต่อ 200,000 ชั่วโมงการทำงาน 0.21 0 0 0 0 0 0.13
อัตราการเกิดโรคจากการทำงานต่อ 200,000 ชั่วโมงการทำงาน 0 0 0 0 0 0 0

หมายเหตุ :

- RATCH = บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

- NNEG = โรงผลิตไฟฟ้านวนคร

- RCO = โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น

- RGCO = โรงไฟฟ้าราชบุรี

- BPC = โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น

- RAC = บริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด

นโยบายการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน มาตรฐานแรงงานและหลักการสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ตระหนักดีว่า การเคารพสิทธิมนุษยชน เป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้กำหนดหลักการพื้นฐานในการเคารพสิทธิของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียในจรรยาบรรณบริษัทฯ และแนวปฏิบัติไว้ในนโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร ดังนี้

หลักการด้านสิทธิมนุษยชน
จรรยาบรรณบริษัทฯ
แนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน
นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร
  • เจตนารมณ์การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียตั้งอยู่บนพื้นฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย การให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  • ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียภายใต้สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค โดยไม่แบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ภาษา ศาสนา ฐานะทางเศรษฐกิจ สถานะทางสังคม และการศึกษา รวมถึงการให้สิทธิเสรีภาพทางการเมือง
  • การปกป้องสิทธิส่วนบุคคล และการเก็บรักษาข้อมูลความลับ การเข้าถึงข้อมูล การเปิดเผยข้อมูล และการใช้ประโยชน์ข้อมูล ตามความจำเป็นหรือที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
  • ปฏิบัติต่อพนักงานและลูกจ้างโดยไม่เลือกปฏิบัติ ให้โอกาสอย่างเท่าเทียม มอบหมายงานให้เพียงพอตามความสามารถและผลตอบแทนที่เหมาะสม ห้ามการจ้างแรงงานที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และแรงงานผิดกฎหมาย โดยครอบคลุมถึงพนักงานและลูกจ้างของคู่ค้า และ/หรือ ผู้มีส่วนได้เสีย
  • ดูแลและคุ้มครองความปลอดภัยแก่พนักงาน ลูกจ้าง และทรัพย์สินของบริษัทฯ โดยไม่ให้กระทบกับสิทธิและความปลอดภัยของผู้อื่น รวมทั้งปกป้องสิทธิส่วนบุคคล การเก็บรักษาข้อมูลความลับ การเปิดเผยข้อมูลและการใช้ประโยชน์ข้อมูลส่วนบุคคล
  • เคารพสิทธิ ให้เกียรติ และปฏิบัติต่อพนักงานและลูกจ้างของบริษัทฯ และคู่ค้า ด้วยความเสมอภาคและคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ข้อมูลเพิ่มเติม : จรรยาบรรณบริษัทฯ , นโยบายสิทธิมนุษยชน , นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร

แนวทางการดำเนินงานประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน

สิทธิด้านแรงงานของพนักงานและคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน

  • ปฏิบัติและคุ้มครองแรงงานตามข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานของแต่ละประเทศ โดยปฏิบัติบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิ ความเท่าเทียม การแบ่งแยกหรือกีดกันด้วยเหตุผลของเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สถานะทางเศรษฐกิจ หรือสถานะทางสังคม สีผิว และความคิดเห็นทางการเมือง และกำหนดเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาประเมินคุณสมบัติของคู่ค้า
  • กำหนดกฎเกณฑ์การจ้างงาน โดยไม่จ้างแรงงานที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แรงงานบังคับ และแรงงานผิดกฎหมาย และกำหนดเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาประเมินคุณสมบัติของคู่ค้า
  • ให้สิทธิและเสรีภาพแก่พนักงานในการรวมกลุ่มในรูปแบบของคณะกรรมการสวัสดิการ และคณะกรรมการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยกำหนดสัดส่วนผู้แทนฝ่ายลูกจ้างที่สามารถเป็นตัวแทนของพนักงานทั้งหมดในการเสนอความเห็น หรือข้อเรียกร้องต่าง ๆ ต่อฝ่ายนายจ้าง
  • จัดให้มีมาตรการความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ถูกต้องตามมาตรฐานด้านอาชีวอนามัย โดยมีการประเมินความเสี่ยงและกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด
  • เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ คณะกรรมการสวัสดิการคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน การสำรวจความผูกพัน กล่องรับความคิดเห็น และการจัดสุนทรียสนทนากับหัวหน้างานหรือผู้บังคับบัญชา การสัมภาษณ์พนักงานลาออก
  • กำหนดช่องทางร้องทุกข์สำหรับพนักงาน ในกรณีที่เห็นว่าไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามข้อบังคับการทำงาน ข้อตกลงหรือสัญญาจ้าง หรือมีเหตุเดือดร้อนในเรื่องที่เกี่ยวกับสภาพการทำงานหรือสัมพันธภาพในงาน โดยบริษัทฯ มีการกำหนดกระบวนการและขั้นตอนตั้งแต่ช่องทางและวิธีการร้องทุกข์ การสอบสวนและการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ กระบวนการยุติข้อร้องทุกข์ และการคุ้มครองผู้ร้องทุกข์และผู้เกี่ยวข้อง

ความปลอดภัยของคู่ค้า/ผู้รับเหมา และผู้รับเหมาช่วง

  • กำหนดหลักเกณฑ์การคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานแรงงาน เพื่อใช้ในการพิจารณาคุณสมบัติคู่ค้าและผู้รับเหมา ได้แก่ การเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของพนักงาน การให้ความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติด้วยความแตกต่างของเพศ อายุ เชื้อชาติ และศาสนา การจ้างแรงงานที่อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย มาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานของแรงงาน
  • กำหนดให้การปฏิบัติต่อแรงงานตามกฎหมายแรงงาน เป็นเงื่อนไขการจ้างงานคู่ค้าและผู้รับเหมารวมทั้งการให้ความคุ้มครองความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแก่แรงงานตามกฎหมายด้วย
  • กำหนดให้คู่ค้า/ผู้รับเหมา และผู้รับเหมาช่วง ต้องได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงานในพื้นที่สำนักงานและโรงไฟฟ้า
  • กำหนดให้คู่ค้า/ผู้รับเหมา และผู้รับเหมาช่วง ประเมินความเสี่ยงในงานและกำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยงให้ครอบคลุม รวมทั้งมาตรการเยียวยากรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
  • ติดตามตรวจสอบผลการปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานของผู้รับเหมาและผู้รับเหมาช่วง
  • จัดให้มีการอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยกับคู่ค้า/ผู้รับเหมา และผู้รับเหมาช่วง ทั้งความรู้ในเรื่องความปลอดภัยทั่วไป และความปลอดภัยในการทำงานเฉพาะด้านที่มีความเสี่ยงสูง

สิทธิของชุมชน และการดูแลความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต

  • ปฏิบัติต่อชุมชนด้วยความเสมอภาค เคารพในสิทธิและความเท่าเทียม ความแตกต่างของประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อ และหลักศาสนา
  • กำหนดเกณฑ์ระดับความเสี่ยงและผลกระทบของโครงการที่มีต่อวิถีชีวิตของชุมชนหรือคนในท้องถิ่น ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมภายในของชุมชน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน โดยบริษัทฯ จะไม่ลงทุนโครงการที่จะตั้งในพื้นที่ของคนพื้นเมือง หรือชนกลุ่มน้อย หรือชนเผ่า
  • เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในกระบวนการศึกษาและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และ/หรือ ด้านสุขภาพจากโครงการที่กำลังพัฒนา รวมทั้งการกำหนดมาตรการลดผลกระทบ และมาตรการเยียวยาผลกระทบต่าง ๆ
  • เปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า โดยจัดตั้งในรูปของคณะกรรมการไตรภาคี
  • จัดให้มีช่องทางการสื่อสารกับชุมชน ผ่านทีมงานชุมชนสัมพันธ์ โทรศัพท์ สื่อออนไลน์ อีเมล หรือจดหมาย เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเสนอความเห็น รวมทั้งกำหนดกระบวนการรับข้อร้องเรียนและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
  • จัดทำแผนรองรับเหตุฉุกเฉินและภาวะวิกฤติ รวมทั้งแผนอพยพชุมชน โดยจัดให้มีการฝึกซ้อมร่วมกันเป็นประจำ
  • ดำเนินการสำรวจทัศนคติ ความคิดเห็น และข้อกังวลของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าเป็นประจำทุกปี

บุคลากรเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จและความยั่งยืนขององค์กร การบริหารทรัพยากรบุคคลถือเป็นพันธกิจของบริษัทฯ เพื่อผลักดันให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย "บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก" ดังนั้น บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้พร้อม เพียงพอ และมีความสามารถที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายการเติบโตของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิผล โดยบริษัทฯ ได้วางแนวทางการดูแลและพัฒนาบุคลากร ตามแนวทางบทบัญญัติของกฎหมายแรงงาน และบนพื้นฐานของการเคารพหลักสิทธิมนุษยชนไว้ในจรรยาบรรณบริษัทฯ ดังนี้

หลักการปฏิบัติต่อพนักงาน
จรรยาบรรณบริษัทฯ
  • ให้ความสำคัญกับการบริหารและพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ อย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ
  • ให้ผลตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรมและเทียบเคียงกับบริษัทชั้นนำทั่วไป
  • ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานอย่างเคร่งครัด
  • จัดสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานให้มีความปลอดภัยตามหลักอาชีวอนามัย และเอื้อต่อการทำงาน
  • ทำการแต่งตั้งโยกย้าย รวมถึงการให้รางวัลและการลงโทษพนักงาน ด้วยความเสมอภาค สุจริตใจ เที่ยงธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ความสามารถ และความเหมาะสมของพนักงาน
  • รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะซึ่งต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้ทางวิชาชีพของพนักงาน
  • ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความเคารพต่อความเป็นปัจเจกชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  • หลีกเลี่ยงการกระทำที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงในหน้าที่การงานของพนักงาน หรือคุกคาม หรือสร้างความกดดันต่อสภาพจิตใจของพนักงาน
  • พนักงานสามารถร้องเรียนในกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมตามระบบและกระบวนการที่กำหนด

การคุ้มครองสุขภาพพนักงานให้ปลอดภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

บริษัทฯ ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงจากการติดเชื้อของพนักงาน และกำหนดมาตรการดูแลและป้องกันการติดเชื้อของพนักงานและให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง ดังนี้

การเพิ่มความคุ้มครองด้านสุขภาพ บริษัทฯ จัดทำประกันคุ้มครองความปลอดภัยและสุขภาพจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ผู้ปฏิบัติงานเพิ่มเติมจากความคุ้มครองการดูแลสุขภาพทั่วไป
มาตรการป้องกัน
  • จัดหาวัคซีนฉีดแก่พนักงานและครอบครัว
  • แจกจ่ายหน้ากากอนามัย และชุดตรวจ ATK (Antigen Test Kit) ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน
  • จัดหาสถานพยาบาล กรณีพนักงาน และ/หรือ ครอบครัวติดเชื้อ
  • ปฏิบัติงานที่บ้าน หากมีความจำเป็นต้องเข้าอาคารต้องแจ้งไทม์ไลน์ย้อนหลัง 14 วัน นับจากวันที่จะเข้ามาที่อาคารสำนักงาน
  • จัดจุดวางเอกสารและพัสดุจากภายนอก โดยมีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าอาคาร
  • ตั้งจุดตรวจคัดกรองและวัดอุณหภูมิร่างกายทุกคนก่อนเข้าพื้นที่
อำนวยความสะดวกพนักงานในการปฏิบัติงานที่บ้าน
  • จัดหาโปรแกรม ระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ ข้อมูลที่จำเป็น ฐานข้อมูลผู้ปฏิบัติงานและแนวปฏิบัติสำหรับการทำงานที่บ้านให้แก่บุคลากรทุกคน
  • ปรับขั้นตอนและกระบวนการทำงานให้มีความคล่องตัวและเอื้อต่อการทำงานนอกสถานที่ทำงาน
  • ผ่อนคลายระเบียบด้านการพนักงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์และการปฏิบัติงานที่บ้าน

การพัฒนาสมรรถนะองค์กร

ความก้าวหน้าด้านการยกระดับสมรรถนะองค์กรด้วยหลักการ HPO

จากการประเมินระดับสมรรถนะขององค์กรด้วยแนวทางองค์กรสมรรถนะสูง (High Performance Organization: HPO) บริษัทฯ ได้พิจารณาปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กรที่มีนัยสำคัญ 2 ด้าน ดังนี้

กระบวนการทำงาน การดำเนินงาน ผลลัพธ์ปี 2564
การสร้างเสริมศักยภาพ ของบริษัทฯ และบุคลากรในอนาคต (B: Building Future Capabilities) การปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในบริษัทฯ (Continuous Process Improvement) ด้วยการปรับปรุงคู่มือการปฏิบัติงาน (Work Flow Process Chart) สายงานบัญชีการเงิน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นระบบ มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เป้าหมาย

  • งานสำเร็จร้อยละ 100
งานสำเร็จร้อยละ 100
การสื่อสารและทีมงาน ที่เป็นเลิศ (C: Communication and Collaboration Enhancement) การสร้างเสริมการสื่อสารภายในองค์กร (Internal Communication Enhancement) เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดกลยุทธ์และเป้าหมายบริษัทฯ นำไปสู่การปฏิบัติให้สำเร็จผล รวมทั้งเพิ่มระดับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับพนักงานให้มีความใกล้ชิด ซึ่งจะส่งผลต่อความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรด้วย โดยในปี 2564 บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นสื่อและช่องทางการสื่อสาร 3 รูปแบบ คือ
  1. การประชุมกรรมการผู้จัดการใหญ่พบพนักงาน เป็นช่องทางการสื่อสารแบบ 2 ทาง
  2. สารจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สื่อสารกับพนักงาน
  3. อัปเดตข่าวสารและกิจกรรมบริษัทฯ เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์

เป้าหมาย

  • การสื่อสาร 2 ทาง ผ่านการประชุมพนักงาน จำนวน 2 ครั้ง
  • การสื่อสารทางเดียวผ่านสารกรรมการผู้จัดการใหญ่ จำนวน 4 ครั้ง
  • การประชุมกรรมการผู้จัดการใหญ่พบพนักงาน จำนวน 3 ครั้ง
  • สารจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ จำนวน 4 ครั้ง
  • อัปเดตข่าวสารและกิจกรรมบริษัทฯ รวม 29 เรื่อง

2. การสร้างกระบวนการจัดเก็บความรู้ (Implementing Knowledge Management) ดำเนินการจัดกิจกรรมแบ่งปันความรู้ภายในองค์กร (Knowledge Sharing) เพื่อพัฒนาและสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในองค์กรอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงทั้งองค์กร กิจกรรมดังกล่าวเป็นการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียนจากผู้บริหารสาขาอาชีพต่างๆ ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อเป็นกรณีศึกษา สร้างมุมมองแบบองค์รวม ความเข้าใจกระบวนการทำงาน และนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการทำงานได้

ในปี 2564 บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมแบ่งปันความรู้ภายในองค์กร จำนวน 4 ครั้ง และจำนวนพนักงานเฉลี่ยที่เข้าร่วมกิจกรรม ร้อยละ 21 ของพนักงานรวม

เป้าหมาย

  • การนำไปใช้ประโยชน์และความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
ผลการสำรวจความคิดเห็นผู้เข้าร่วมกิจกรรม พบว่า ร้อยละ 99.3 สามารถ นำไปใช้ประโยชน์และ มีความพึงพอใจกับกิจกรรม

การพัฒนาศักยภาพความสามารถบุคลากร

บริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนาสมรรถนะความสามารถผู้ปฏิบัติงานใน 3 ด้านหลัก คือ ความสามารถพื้นฐาน (Core Competency) ความสามารถด้านการเป็นผู้นำ (Leadership Competency) และความสามารถตามกลุ่มงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ สมรรถนะความสามารถเชิงพฤติกรรม (Functional Behavior Competency) และสมรรถนะความสามารถเชิงเทคนิค (Functional Technical Competency) โดยการพัฒนาจัดทำในรูปแบบของการฝึกอบรม และกำหนดเป็นกลุ่มหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรตามระดับผู้ปฏิบัติงาน หลักสูตรตามลักษณะงาน และหลักสูตรสำหรับผู้ปฏิบัติงานรายบุคคล

หลักสูตรการฝึกอบรมปี 2564

ประเภทหลักสูตร วัตถุประสงค์ จำนวน
หลักสูตร
จำนวน
ชั่วโมง
จำนวนผู้เข้าอบรม (คน) งบประมาณ
ที่ใช้รวม (บาท)
ชาย หญิง
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
หลักสูตรพื้นฐานตาม Career Development Roadmap พัฒนาแนวคิด ศักยภาพ และความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในระดับนั้น ๆ ตามแผนพัฒนาศักยภาพพนักงาน 2 6 29 30 136,000
หลักสูตรตามนโยบาย และข้อกำหนดบริษัทฯ ส่งเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ 6 35.5 75 81 221,650
หลักสูตรเพื่อเสริมสร้างทักษะอื่นๆ พัฒนาศักยภาพความรู้ ความสามารถตามลักษณะงาน 64 1,483 103 153 2,489,572
บริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด
หลักสูตรตาม Career Development Roadmap พัฒนาแนวคิด ศักยภาพ และความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในระดับนั้นๆ ตามแผนพัฒนาศักยภาพพนักงาน 18 1,070 23 10 519,667
บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด
หลักสูตรตามนโยบาย และข้อกำหนดบริษัทฯ ส่งเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ 2 8 2 4 0
หลักสูตรตามลักษณะงานที่รับผิดชอบ พัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานเฉพาะด้านตามลักษณะงานที่รับผิดชอบ 21 419.5 34 6 146,400
หลักสูตรเพื่อเสริมสร้างทักษะอื่น ๆ ส่งเสริมทักษะในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการทำงาน 20 188.5 39 41 205,000
บริษัท ราช โคเจนเนอเรชั่น จำกัด
หลักสูตรตามนโยบายและข้อกำหนดบริษัทฯ ส่งเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ 2 4.5 18 14 1,000
หลักสูตรตามลักษณะงานที่รับผิดชอบ พัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานเฉพาะด้านตามลักษณะงานที่รับผิดชอบ 3 39 1 2 8,900
บริษัท ราช-ลาว เซอร์วิส จำกัด
หลักสูตรตามลักษณะงานที่รับผิดชอบ พัฒนาแนวคิด ศักยภาพ และความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน โดยโรงไฟฟ้าหงสาได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรให้ตรงกับลักษณะของงาน 12 2,303 329 0 0 (จัดโดย โรงไฟฟ้าหงสา)

การให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการอย่างเป็นธรรม

การดำเนินงาน วัตถุประสงค์ เป้าหมาย
ระบบผลตอบแทนและสวัสดิการ
  • กำหนดหลักเกณฑ์ค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนด และพิจารณาความเหมาะสมตามปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ความรู้ ความสามารถ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ ความเหมาะสมกับสภาพการครองชีพในแต่ละประเทศ และเป็นธรรมกับพนักงานทุกเพศสภาพและวัย
  • จัดให้มีสวัสดิการ การประกันชีวิต การประกันสุขภาพ การช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินและการจัดหาที่พักที่ปลอดภัยให้แก่พนักงาน
  • ผู้ปฏิบัติงานต่างประเทศ จัดสวัสดิการการเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน (Home Leave)
ผู้ปฏิบัติงานได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมเมื่อเทียบเคียงกับธุรกิจในระดับเดียวกัน
การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้านแรงงาน
  • ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายด้านแรงงานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  • กำหนดข้อบังคับ รวมถึงระเบียบต่าง ๆ ของบริษัทฯ ให้สอดคล้องกับข้อบัญญัติของกฎหมาย เพื่อเป็นกรอบในการทำงานของบุคลากร รวมทั้งติดตามการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายเพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  • จัดให้มีขั้นตอนปฏิบัติสำหรับการจัดการข้อร้องเรียน และมาตรการคุ้มครองการตอบโต้และบรรเทาความเสียหายต่อผู้รายงาน ผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการรายงานการฝ่าฝืนหรือละเมิดจรรยาบรรณ/ข้อบังคับบริษัทฯ
  • บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องด้านแรงงานอย่างครบถ้วน
  • ไม่เกิดข้อร้องเรียน
คุณภาพชีวิตในการทำงาน
  • จัดสถานที่ทำงานให้มีสภาพแวดล้อมที่สะอาดและเหมาะสมต่อการทำงานตามมาตรฐานกฎหมายด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และมีการตรวจและติดตามตัวชี้วัดสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานตามที่ระบุไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของอาคารสำนักงานเป็นประจำทุก 6 เดือน
  • ใช้มาตรฐาน 5ส พัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ
สภาพแวดล้อม ในการทำงานเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

การส่งเสริมความมั่นคงในอาชีพ

บริษัทฯ ได้จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรให้เติบโตก้าวหน้าไปสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูงสามารถสานต่อและทำงานแทนผู้บริหารที่เกษียณอายุและลาออกได้ ซึ่งจะทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่เป้าหมายได้อย่างราบรื่น

การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับกลางและระดับสูง

แนวทางดำเนินงาน เป้าหมาย
  • จัดทำ Succession Planning Management Development เพื่อเฟ้นหาและพัฒนาบุคลากรทดแทนในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง
  • จัดทำแผน Talent Planning Management Development เพื่อเฟ้นหาและพัฒนาบุคลากรทดแทนตำแหน่งผู้บริหารระดับกลาง
  • จัดทำแผนฝึกอบรมพนักงานประจำปี และแผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล
  • จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของทุกสายงานอย่างต่อเนื่อง
  • ส่งพนักงานไปฝึกงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วมทุน และบริษัทในเครือ และโครงการต่าง ๆ (On-the-Job Training)
  • กำหนดให้ทำงานแบบข้ามสายงาน (Cross-functional Team)
  • จัดกระบวนการพัฒนาศักยภาพตนเองในรูปแบบพี่เลี้ยง (Coaching) โดยหัวหน้างาน
บริษัทฯ มีการวางแผนล่วงหน้าด้านกำลังคนสำหรับตำแหน่งผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงล่วงหน้า 6 ปี ในอัตราร้อยละ 100 ของตำแหน่งที่จะว่างลง เพื่อให้สามารถมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทำหน้าที่ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงล่วงหน้า และมีช่วงส่งมอบงานในระยะที่เหมาะสมรวมทั้งมีการจัดทำแผนฝึกอบรมพนักงานเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในองค์กรและพัฒนาอย่างต่อเนื่องและหลากหลายทุกปี เพื่อสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายของแผนธุรกิจ

ในปี 2564 ผู้บริหารที่บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมไว้ เพื่อทดแทนตำแหน่งที่เกษียณอายุการทำงานและการปรับเลื่อนตำแหน่ง รวม 3 ตำแหน่ง โดยเป็นผู้บริหารระดับสูงทั้ง 3 ตำแหน่ง

รายการ ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566
บุคลากรระดับบริหารที่เกษียณอายุ (คน) 3 1 1

ความก้าวหน้าในอาชีพ การให้รางวัลและการลงโทษ

แนวทางดำเนินงาน เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน ปี 2564
  • ใช้ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานที่มีการกำหนดตัวชี้วัดร่วมกัน ระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นการล่วงหน้า
  • กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย และการสับเปลี่ยนหมุนเวียนการทำงาน
  • การกำหนดหลักเกณฑ์การให้รางวัลและการลงโทษไว้อย่างชัดเจน และประกาศให้พนักงานรับทราบ
  • กำหนดให้มีกระบวนการสุนทรียสนทนาระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา
  • การประเมินผลการปฏิบัติตามเป้าหมายขององค์กรครบร้อยละ 100
  • อัตราการออกจากงานไม่เกินร้อยละ 5
  • ผู้ปฏิบัติงานร้อยละ 100 ได้รับการประเมินผลปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร
  • อัตราการลาออกอยู่ที่ระดับร้อยละ 2.33

การสร้างความผูกพันองค์กร

การดําเนินงาน วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน ปี 2564
การมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรและการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรโดยการรับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะในการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัทฯ ผ่านหลายช่องทาง เช่น การประชุมพนักงาน การประชุมของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นวาระประจำในการสื่อสาร 2 ทาง
  • เปิดช่องทางการสื่อสารเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากพนักงาน เช่น กล่องรับความคิดเห็น อินทราเน็ต อีเมล เป็นต้น เพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัทฯ
  • กิจกรรมสร้างความผูกพันของพนักงานในทุกสายงาน และกิจกรรมร่วมของพนักงานทั้งหมดเป็นหนึ่งช่องทางสำหรับการสื่อสารทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ตอบสนองข้อเสนอแนะของพนักงานได้อย่างเหมาะสม ตอบสนองข้อเสนอของพนักงานจำนวน 1 เรื่อง ในปี 2564 บริษัทฯ ประกาศให้ปฏิบัติงานที่บ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ภายในสำนักงาน
การปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความเคารพต่อความเป็นปัจเจกชนและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
  • • ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความเท่าเทียม เสมอภาค และให้เกียรติไม่แบ่งแยกเพศ อายุ เชื้อชาติ และศาสนา พร้อมทั้งเคารพในสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
  • ถือปฏิบัติการไม่จ้างแรงงานเด็ก แรงงานผิดกฎหมาย และการใช้แรงงานบังคับ
  • กำหนดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการที่ประกอบด้วยพนักงานที่เป็นผู้แทนของฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งเป็นการเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานด้านเสรีภาพในการรวมตัวของพนักงาน
พนักงานที่เป็นผู้แทนในคณะกรรมการสวัสดิการไม่น้อยกว่า 5 คน พนักงานที่เป็นผู้แทนในคณะกรรมการสวัสดิการรวม 5 คน (ร้อยละ 4.63 ของจำนวนพนักงาน)
การปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความเป็นธรรม
  • จัดทำระบบประเมินผล แผนพัฒนาบุคลากร และความก้าวหน้าตามสายอาชีพที่เป็นมาตรฐาน โดยสื่อสารและทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง
  • กำหนดหลักเกณฑ์การอุทธรณ์ในกรณีที่พนักงานไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมทั้งจัดให้มีช่องทางร้องเรียนในระดับต่าง ๆ โดยให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน
จัดการ / แก้ไขข้อร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ไม่มีข้อร้องเรียน
ช่องทางการร้องเรียนในกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรม
  • กำหนดช่องทางการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสไว้อย่างชัดเจน และประกาศให้พนักงานทราบ
  • จัดให้มีขั้นตอนปฏิบัติสำหรับการจัดการข้อร้องเรียน โดยมีมาตรการคุ้มครองการตอบโต้และบรรเทาความเสียหายต่อผู้รายงาน ผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการรายงานการฝ่าฝืนหรือละเมิดจรรยาบรรณ/ข้อบังคับบริษัทฯ
การสํารวจความผูกพันของพนักงาน
  • บริษัทฯ ได้ทำการประเมินระดับความผูกพันของบุคลากรที่มีต่อองค์กร (Employee Engagement) ตั้งแต่ปี 2560 และใช้เป็นแนวทางในการจัดทำกิจกรรมสร้างความผูกพัน ทั้งกิจกรรมกลุ่มใหญ่ของบริษัทฯ และกลุ่มย่อยของแต่ละสายงาน
รักษาระดับ ร้อยละ 80 ร้อยละ 81.98

การมีส่วนร่วมของพนักงาน

บริษัทฯ ส่งเสริมให้พนักงานมีจิตสำนึกตอบแทนสังคม ทำประโยชน์ต่อส่วนรวม เป็นการพัฒนาคนดีและคนเก่งภายในองค์กร โดยสนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบพนักงานจิตอาสาในหลากหลายมิติ ได้แก่ กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับชุมชนที่เข้าไปทำกิจกรรม ยังเสริมสร้างสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนร่วมงานและพนักงานเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคม

บริษัทฯ มีเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มุ่งสร้างการเติบโตขององค์กรทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณค่าร่วมทางสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและสังคมในรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ภายใต้นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนขององค์กรและนโยบายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่มีการกำกับดูแลโดยคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม

ข้อมูลเพิ่มเติม : คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม , นโยบายเกี่ยวกับสังคมและสิ่งแวดล้อม , นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร

กลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าชุมชนและสังคมเป็นผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มหนึ่งในห่วงโซ่ธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งเป็นทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และสร้างผลกระทบให้กับบริษัทฯ ได้เช่นกัน ดังนั้น การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จึงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม ที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การดูแลความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน การสร้างคุณค่าร่วมด้านต่างๆ ให้กับชุมชน เพื่อให้ชุมชนเกิดความเชื่อมั่นและบริษัทฯ สามารถอยู่ร่วมกันกับชุมชนบนความไว้วางใจและเกื้อกูลประโยชน์ซึ่งกันและกัน

เนื่องจากลักษณะธุรกิจของบริษัทฯ เป็นโฮลดิ้งคัมปานี บริษัทฯ จึงกำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมเป็น 2 ลักษณะ โดยใช้กรอบและหลักปฏิบัติดังกล่าวข้างต้นนำทางและกำหนดเป้าหมาย ดังนี้

การสื่อสารเพื่อการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น

โรงไฟฟ้าที่อยู่ในการควบคุมของบริษัทฯ มีการสื่อสารให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าผ่านช่องทางและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และยังมีช่องทางการแจ้งข้อมูลข่าวสาร หรือข้อร้องเรียนที่ชุมชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย รวมทั้งกำหนดกระบวนการแก้ไขปัญหาและระยะเวลาการแก้ไขปัญหาที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยผนวกรวมอยู่ในระบบการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าด้วย

โรงไฟฟ้าราชบุรี

กำลังการผลิต: 3,645 เมกะวัตต์
กลุ่มเป้าหมาย: 9 ตำบล ได้แก่ ตำบลพิกุลทอง ตำบลบ้านไร่ ตำบลบ้านสิงห์ ตำบลวัดแก้ว ตำบลดอนทราย ตำบลบางป่า ตำบลสามเรือน ตำบลท่าราบ และตำบลแพงพวย จังหวัดราชบุรี
เป้าประสงค์ การดำเนินงาน ผลที่ได้รับ ปี 2564
1. การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย
  • เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร สาระความรู้ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในโรงไฟฟ้า/ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า จังหวัดราชบุรี เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า และภาพลักษณ์ที่ดี
  • ช่องทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ “บ้านเรา By โรงไฟฟ้าราชบุรี” เผยแพร่ข้อมูลของโรงไฟฟ้า สัปดาห์ละ 5 ครั้ง เช่น การให้ความรู้การป้องกันตัวจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นต้น
  • จัดทำสื่อ RG. Weekly News และ RG. Scoop News บนแอปพลิเคชัน LINE
  • จำนวนผู้ติดตามเฟซบุ๊กแฟนเพจ “บ้านเรา By โรงไฟฟ้าราชบุรี” จำนวน 31,465 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2564) เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 28.69
  • RG. Weekly News จำนวน 42 ฉบับ รวม 160 ข่าว
  • RG. Scoop News จำนวน 34 ฉบับ
2. โครงการสื่อสารผสานความสัมพันธ์
  • ให้ความรู้/ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการผลิตและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม กับผู้นำชุมชนในพื้นที่ 9 ตำบลรอบโรงไฟฟ้า
  • เสริมสร้างความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นในการดำเนินงาน
  • ลงพื้นที่จัดกิจกรรมในชุมชน 9 ตำบล รวม 9 ครั้ง
  • เป้าหมายผู้เข้าร่วมกิจกรรม 230 คน
  • ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 187 คน คิดเป็นร้อยละ 81.30 ของจำนวนเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • ผลสำรวจความพึงพอใจหรือการรับรู้ข้อมูลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าเท่ากับร้อยละ 85.20
3. การแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมผ่านจอแสดงผลหน้าโครงการ
  • ชุมชนรับทราบข้อมูลของโรงไฟฟ้าโดยตรง
  • แสดงความโปร่งใสในการเปิดเผยผลการดำเนินงาน
  • ติดตั้งจอแสดงผลการวัดคุณภาพอากาศบริเวณทางเข้าโรงไฟฟ้า
  • ชุมชนเข้าใจและรับทราบผลการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
4. การแจ้งข้อมูลผู้นำชุมชนและหน่วยงาน
  • แจ้งให้ชุมชนทราบกิจกรรมของโรงไฟฟ้าที่อาจจะส่งผลกระทบ/สร้างความวิตกกังวลให้แก่ชุมชนล่วงหน้า เช่น การแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าราชบุรี การขนส่งน้ำมันดีเซลหรือน้ำมันเตา ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำรองมายังโรงไฟฟ้า การขนส่งหินปูน หรือการขนส่งยิปซัมของโรงไฟฟ้า เป็นต้น
  • ส่งจดหมายแจ้งกิจกรรมของโรงไฟฟ้าให้หน่วยงานราชการในจังหวัดราชบุรีจำนวน 28 เรื่อง
  • เผยแพร่จดหมายในช่องทางแอปพลิเคชัน LINE ของแต่ละตำบล
  • ชุมชนเข้าใจและไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชน
5. การจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อมประจำปี
  • แสดงความโปร่งใสด้วยการเผยแพร่การดำเนินงานจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดในรายงาน EIA และการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านอากาศ น้ำ เสียง การจัดการของเสีย รวมทั้งกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ของโรงไฟฟ้า
  • จัดทำรายงานประจำปี และนำส่งให้กลุ่มเป้าหมายในจังหวัดราชบุรี จำนวน 790 หน่วยงาน
  • กลุ่มเป้าหมาย/ชุมชนรับทราบผลการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชน

โรงผลิตไฟฟ้านวนคร

กำลังการผลิต: 199.11 เมกะวัตต์
กลุ่มเป้าหมาย: 8 ตำบล ได้แก่ ตำบลคลองหนึ่ง ตำบลคลองสอง ตำบลบ้านปทุม ตำบลเชียงรากน้อย จังหวัดปทุมธานี และตำบลบางกระสั้น ตำบลพยอม ตำบลเชียงรากน้อย ตำบลพระอินทราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เป้าประสงค์ การดำเนินงาน ผลที่ได้รับ ปี 2564
1. การสื่อสารข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์
  • เผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าให้แก่หน่วยงานราชการ / ผู้นำชุมชนและประชาชนรอบโรงไฟฟ้า เพื่อแสดงความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจ
  • ใช้สื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน LINE เป็นช่องทางในการเผยแพร่ข่าวสารของโรงไฟฟ้าให้แก่ชุมชน จำนวน 25 เรื่อง
  • ชุมชนเข้าใจและไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชน
2. โครงการสื่อสารผสานความสัมพันธ์
  • ดำเนินการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ ผ่านกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ของบริษัทฯ โดยให้ทางผู้นำชุมชน เทศบาล/อบต. ในพื้นที่และหน่วยงานราชการได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการของโรงไฟฟ้า
  • เสริมสร้างความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นในการดำเนินงาน
  • ลงพื้นที่ 16 ครั้ง โดยดำเนินการผ่านกิจกรรม / โครงการต่าง ๆ ของโรงไฟฟ้า โดยให้ทางผู้นำชุมชนเทศบาล / อบต. ในพื้นที่ และหน่วยงานราชการได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการของโรงไฟฟ้า
  • ชุมชนเข้าใจและรับทราบการดำเนินงานด้านชุมชนสัมพันธ์ และได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทางโรงไฟฟ้า รวมถึงชุมชนมีความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า
3. การจัดทำรายงานการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • แสดงความโปร่งใสด้วยการเผยแพร่การดำเนินงานจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดในรายงาน EIA และการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านอากาศ น้ำ เสียง การจัดการของเสีย รวมทั้งกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ของโรงไฟฟ้า
  • จัดทำรายงาน จำนวน 5 ฉบับ และนำส่งให้กลุ่มเป้าหมายจำนวน 5 หน่วยงาน
  • กลุ่มเป้าหมาย / ชุมชนรับทราบผลการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชน

โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น

กำลังการผลิต: 119.15 เมกะวัตต์
กลุ่มเป้าหมาย: 7 ตำบล ได้แก่ ตำบลคลองหนึ่ง ตำบลคลองสอง ตำบลบ้านปทุม ตำบลเชียงรากใหญ่ ตำบลเชียงรากน้อย ตำบลบางพูด จังหวัดปทุมธานี และตำบลเชียงรากน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เป้าประสงค์ การดำเนินงาน ผลที่ได้รับ ปี 2564
1. การสื่อสารข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์
  • เผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าให้แก่หน่วยงานราชการ / ผู้นำชุมชนและประชาชนรอบโรงไฟฟ้า เพื่อแสดงความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจ
  • สื่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE และเสียงตามสายแจ้งความคืบหน้าตามช่วงระยะเวลา
  • ดำเนินการติดประกาศเอกสารประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้า ให้แก่หน่วยงานราชการและประชาชนโดยรอบ จำนวน 2 เรื่อง
  • ชุมชนเข้าใจและไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชน
2. การจัดทำรายงานการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • แสดงความโปร่งใสด้วยการเผยแพร่การดำเนินงานจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดในรายงาน EIAและการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ด้านอากาศน้ำ เสียง การจัดการของเสีย รวมทั้งกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ของโรงไฟฟ้า
  • จัดทำรายงานจำนวน 45 ฉบับ และนำส่งให้กลุ่มเป้าหมายจำนวน 16 หน่วยงานราชการ และ 29 ชุมชน ในรัศมีระยะ 3-5 กม. จากโรงไฟฟ้า
  • กลุ่มเป้าหมาย / ชุมชนรับทราบผลการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชน
3. การแจ้งข้อมูลผู้นำชุมชนและหน่วยงาน
  • แจ้งให้ชุมชนทราบกิจกรรมของโรงไฟฟ้าที่อาจจะส่งผลกระทบ / สร้างความวิตกกังวลให้แก่ชุมชนล่วงหน้า เช่น การฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ และการขนส่งเครื่องยนต์ Gas Engine Generators มายังโรงไฟฟ้า
  • ใช้สื่อเสียงตามสายในชุมชน เอกสารประชาสัมพันธ์บริษัทฯ เป็นช่องทางในการเผยแพร่ข่าวสาร จำนวน 1 เรื่อง
  • ชุมชนเข้าใจและไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชน

โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น

กำลังการผลิต: 99.23 เมกะวัตต์
กลุ่มเป้าหมาย: ตำบลเบิกไพร ตำบลท่าผา เทศบาลเมืองบ้านโป่ง ตำบลลาดบัวขาว ตำบลปากแรต ตำบลสวนกล้วย ตำบลนครชุมน์ และตำบลคุ้งพะยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และตำบลดอนขมิ้น ตำบลลูกแก และตำบลท่าเสา ในอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
เป้าประสงค์ การดำเนินงาน ผลที่ได้รับ ปี 2564
1. การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย
  • เผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าให้แก่หน่วยงานราชการ/ผู้นำชุมชนและประชาชนรอบโรงไฟฟ้า เพื่อแสดงความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจ
  • ใช้สื่อ เสียงตามสายในชุมชน ไลน์กลุ่มชุมชน เอกสารประชาสัมพันธ์ เป็นช่องทางในการเผยแพร่ข่าวสารของโรงไฟฟ้าให้แก่ชุมชน จำนวน 25 เรื่อง
  • ชุมชนเข้าใจและไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชน
2. การรับฟังความคิดเห็นชุมชน
  • ทีมงานชุมชนสัมพันธ์พบปะกับชุมชนเพื่อรับฟังข้อวิตกกังวล ข้อเสนอแนะของชุมชน
  • รับฟังข้อเสนอแนะจากชุมชน
  • ได้รับข้อเสนอแนะ 1 เรื่อง จากชุมชนตำบลสวนกล้วย โดยขอให้โรงไฟฟ้าสนับสนุนกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาในพื้นที่ ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2564
3. การจัดทำรายงานการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • แสดงความโปร่งใสด้วยการเผยแพร่การดำเนินงานจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดในรายงาน EIA และการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านอากาศ น้ำ เสียง การจัดการของเสีย รวมทั้งกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ของโรงไฟฟ้า
  • จัดทำรายงาน จำนวน 15 ฉบับ และนำส่งให้กลุ่มเป้าหมายใน จำนวน 8 หน่วยงาน (จัดทำปีละ 2 ครั้ง)
  • กลุ่มเป้าหมาย / ชุมชนรับทราบผลการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชน

ช่องทางรับข้อร้องเรียนและกระบวนการแก้ไข

โรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง เปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถเสนอความคิดเห็นและข้อร้องเรียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถแจ้งมาที่หน่วยงานชุมชนสัมพันธ์ และ/หรือ แจ้งผ่านผู้นำชุมชน คณะกรรมการไตรภาคี รวมทั้งช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ได้แก่ โทรศัพท์ กล่องรับความคิดเห็น อีเมล จดหมาย แอปพลิเคชันไลน์ ข้อความสั้น (SMS) ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ สำหรับกระบวนการรับข้อร้องเรียนและแก้ปัญหาของโรงไฟฟ้าได้พัฒนาขึ้นโดยอิงตามมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001

กระบวนการรับข้อร้องเรียนและแก้ไขปัญหา

ในปี 2564 โรงไฟฟ้าที่อยู่ในการควบคุมของบริษัทฯ ไม่มีเรื่องร้องเรียนจากชุมชน

การสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ชุมชน

โครงการพลังงานชุมชน

บริษัทฯ ดำเนินโครงการพลังงานชุุมชน ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัด เพื่อส่งเสริมชุุมชมให้เกิดความตระหนักและมีความรู้เกี่ยวกับการจัดการพลังงานและสามารถใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตชุมชน ซึ่งสามารถลดรายจ่ายพลังงาน และสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนได้ กิจกรรมดังกล่าวยังมุ่งหวังที่จะตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป้าหมายที่ 13 ในเป้าประสงค์การสร้างภูมิคุ้มกันกับชุมชนในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบริษัทฯ เริ่มดำเนินโครงการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน สำหรับปี 2564 ราช กรุ๊ป ดำเนินการร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัด พื้นที่ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

กระบวนการดำเนินโครงการ

ผลการดำเนินการ ปี 2564

  • จัดตั้งอาสาสมัครพลังงานชุมชน จำนวน 40 คน
  • การเปลี่ยนมาใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์โดยจัดหาเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์นำร่อง ขนาด 3,400 วัตต์ จำนวน 8 เครื่อง
  • ศูนย์การเรียนรู้ในตำบลยางหัก จำนวน 2 แห่ง สำหรับถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในอุปกรณ์ต่าง ๆ และมีการสาธิตการทำงานของเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่มีการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ได้แก่
    • เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 3,400 วัตต์ จำนวน 2 เครื่อง
    • แผงพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 340 วัตต์ จำนวน 20 แผง
    • เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า ขนาด 2,500 วัตต์ จำนวน 2 เครื่อง

การส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชน

โรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ มีส่วนร่วมในกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่จัดทำขึ้นจากการรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของชุมชนตั้งแต่เริ่มพัฒนาโครงการ เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมกับโรงไฟฟ้าและได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากกิจกรรมดังกล่าว นอกจากนี้ ยังตอบสนองเป้าหมายของโรงไฟฟ้าที่ต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน และอยู่ร่วมกับชุมชนในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี

โรงไฟฟ้าทุกแห่งได้ดำเนินการจ้างงานคนในท้องถิ่นเป็นลำดับแรก เพื่อสร้างรายได้ในชุมชน สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ และช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นให้เติบโตไปพร้อมกับโครงการ นอกจากนี้ โรงไฟฟ้ากลุ่มบริษัทฯ ยังดำเนินกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตตามความต้องการของชุมชน

โรงไฟฟ้าราชบุรี

เป้าประสงค์ การดำเนินงาน ผลที่ได้รับ
โครงการมอบทุนการศึกษาประจำปี 2564
  • ส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนที่เป็นนักเรียนที่เรียนดี ประพฤติดี แต่มีทุนทรัพย์ในการศึกษาไม่เพียงพอ ให้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น
  • ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองที่มีฐานะยากจนได้อีกทางหนึ่ง
  • มอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนจำนวน 27 แห่ง รวมเป็นเงิน 970,000 บาท แบ่งเป็น
    • ระดับชั้นอนุบาล 93 ทุน
    • ระดับชั้นประถมศึกษา 281 ทุน
    • ระดับชั้นมัธยมศึกษา 105 ทุน
  • เด็กนักเรียนมีโอกาสทางการศึกษาต่อเนื่อง
  • ลดรายจ่ายของครอบครัว
โครงการเพื่อบ้านเรา (กลุ่มการศึกษา)
  • นำสารสนเทศเชิงสร้างสรรค์เผยแพร่ให้แก่บุคลากรทางการศึกษา ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ อย่างแพร่หลายทั้งภายในโรงเรียนและนอกโรงเรียน และการเรียนการสอนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ส่งเสริมให้บุคลากรในสถานศึกษามีความรู้ความเข้าใจ ในศาสตร์การโค้ช และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการโค้ชได้
  • จัดการอบรมให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายฯ จำนวน 27 แห่ง รวม 2 กิจกรรม
    • อบรมตัดต่อวิดีโอ ผ่านโทรศัพท์มือถือ ผ่านทางระบบออนไลน์
    • อบรม “ทักษะการโค้ชสำหรับครูในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย” ผ่านระบบออนไลน์
  • ครูผู้สอนนำความรู้ไปพัฒนากระบวนการทำงานและนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนออนไลน์ได้อย่างสร้างสรรค์ และมีผลงานคลิปวิดีโอสำหรับเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย
  • ครูผู้เข้าฝึกอบรมมีทักษะการโค้ชและสามารถนำศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในการโค้ชทั้งตนเองและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาและนักเรียนได้อย่างแท้จริง
การจ้างแรงงานท้องถิ่น
สนับสนุนการกระจายรายได้สู่ชุมชน กำหนดนโยบายการจ้างแรงงาน โดยให้พิจารณาสรรหาและจ้างคนภายในท้องถิ่นเป็นลำดับแรก ปี 2564 โรงไฟฟ้าราชบุรี มีการจ้างแรงงานท้องถิ่น รวม 368 คน คิดเป็นร้อยละ 72.58 ของผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด (แบ่งเป็นพนักงาน40 คน และผู้รับเหมา 328 คน)
โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มพัฒนา
เสริมสร้างกลุ่มพัฒนาฯ ให้เข้มแข็งและสามารถดำเนินการพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน สนับสนุนการจัดทำโครงการพัฒนาชุมชนจำนวน 10 กลุ่ม กลุ่มละ 10,000 บาท กลุ่มพัฒนาชุมชน มีการบริหารการจัดการกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากขึ้น และมีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น
ความช่วยเหลือชุมชนป้องกันการแพร่ระบาดการติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19
  • เตรียมความพร้อมในการรับมือกับโรคโควิด-19 ก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2564
  • ลดความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่สถานศึกษา
  • ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 9 ตำบลรอบโรงไฟฟ้า
  • จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ถูกต้องตามหลักสาธารณสุขและควบคุมการระบาดของโรค และช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้นขณะรอเตียงรักษาให้สามารถดูแลตนเองที่บ้านได้อย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อการป่วยหนักหรือเสียชีวิต
  • มอบแอลกอฮอล์ชนิดน้ำ หน้ากากอนามัยน้ำยาฆ่าเชื่อ และชุดตรวจ ATK ให้โรงเรียนในกลุ่มเครือข่าย จำนวน 27 แห่ง
  • มอบเครื่องกดเจลล้างมือแบบเท้าเหยียบเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิชนิดไม่สัมผัส และอุปกรณ์ป้องกันให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ให้แก่ รพ.สต. จำนวน 16 แห่ง
  • มอบชุดปันสุขให้แก่ผู้ที่กักตัวอยู่ที่บ้าน และผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ 9 ตำบลรอบโรงไฟฟ้า
  • มอบเครื่องอุปโภค-บริโภค และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ให้แก่โรงพยาบาลสนามในจังหวัดราชบุรี
  • มอบกล่องบรรจุยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้นสำหรับติดตามอาการผู้ติดเชื้อให้แก่ รพ.สต. เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ป่วยที่รอเตียงจำนวน 700 กล่อง
  • โรงเรียนได้รับความช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการจัดหา/จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
  • รพ.สต. ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าราชบุรีนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของตนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
  • โรงพยาบาลสนามมีสิ่งของและอุปกรณ์ใช้ที่เป็นมาตรฐาน และถูกต้องตามหลักวิชาการและควบคุมการระบาดของโรค
  • จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ 9 ตำบลรอบโรงไฟฟ้าราชบุรีมีจำนวนลดลงและลดการเสียชีวิต
โครงการเพื่อนบ้านเรา 2 อำเภอ
นำกระบวนการการมีส่วนร่วมมาใช้เป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างและยกระดับความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นระหว่างโรงไฟฟ้าราชบุรีกับชุมชน สนับสนุนงบประมาณ พร้อมร่วมจัดกิจกรรมให้ 2 อำเภอ ดังนี้
  • อำเภอเมือง ทำโครงการจัดซื้อห้องสุขาสำเร็จรูป เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจ / จุดสกัด
  • อำเภอโพธาราม จัดโครงการปลูกผักกินเอง ลดเสี่ยง เลี่ยงโควิด เพื่อให้ประชาชนสามารถปลูกผักปลอดภัยไว้บริโภคเองภายในครัวเรือน ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง
สร้างความสัมพันธ์กับชุมชนในจังหวัดราชบุรีในลักษณะ “เป็นส่วนหนึ่งของ ชุมชนและเป็นเพื่อนบ้านที่ดี”

โรงผลิตไฟฟ้านวนคร

เป้าประสงค์ การดำเนินงาน ผลที่ได้รับ
กิจกรรมมอบทุนการศึกษา
  • สร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และมีความประพฤติดีได้มีโอกาสด้านการศึกษา
  • ปลูกฝังให้มีความรับผิดชอบในหน้าที่ และนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาและนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์
  • มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลน และประพฤติดี ในระดับอนุบาล-มัธยมศึกษาตอนปลายที่อาศัยอยู่ใกล้โรงไฟฟ้า จำนวน 7 ทุน รวมมูลค่า 21,000 บาท
  • เด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์มีโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
  • ลดรายจ่ายของครอบครัว
  • นักเรียนมีความรับผิดชอบในหน้าที่และนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาตนเองครอบครัว และสังคม
โครงการคืนชีวิตสู่สายธาร ครั้งที่ 6 ประจำปี 2564
ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้มีปริมาณและความหลากหลายเพิ่มขึ้น สนับสนุนพันธุ์ปลา จำนวน 15,000 ตัว ให้แก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ผู้บริหาร พนักงาน ผู้ปฏิบัติงานชุมชน และอาจารย์โรงเรียนวัดพืชนิมิต รวม 57 คน ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่คลองเชียงรากน้อย เพิ่มความอุดมสมบูรณ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำของชุมชน
กิจกรรมเพื่อช่วยเหลือชุมชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานสาธารณสุข/รพ.สต. พื้นที่รอบโรงไฟฟ้า
  • สร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ
  • รณรงค์ให้ชุมชนได้เกิดความตระหนักในการป้องกันตัวเอง
  • ชุมชน / ผู้ที่กักตัว สามารถติดตามตรวจวัดค่าออกซิเจน อัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วยตนเอง
  • ช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
  • มอบชุดอาหารให้บุคลากรทางการแพทย์รพ.สต. จำนวน 8 แห่ง และหน่วยงานสาธารณสุข จำนวน 3 แห่ง
  • มอบสเปรย์แอลกอฮอล์ให้โรงเรียนจำนวน 2 โรงเรียน และวัด จำนวน 2 แห่ง
  • มอบหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือแอลกอฮอล์แก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าจำนวน 14 แห่ง
  • สนับสนุนเครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือดและอัตราการเต้นของหัวใจ ให้แก่ชุมชนวัดพืชนิมิต จำนวน 25 เครื่อง
  • มอบชุดข้าวสารและอาหารแห้งให้แก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ใน 4 ตำบล รวมทั้งสิ้น 230 ชุด
  • ชุมชนและนักเรียนเกิดความตระหนักในการป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสโค-19 เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อในพื้นที่ชุมชนโรงเรียน และวัด
  • ชุมชนสามารถดำรงชีพได้ในสภาวะการแพร่ระบาดของโรค
โครงการมอบถุงยังชีพและน้ำดื่มในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
ช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม มอบชุดข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มให้แก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า จำนวน 4 ตำบล (อบต.บ้านปทุม และ อบต.เชียงรากน้อย จ.ปทุมธานี และ อบต.พยอม ชุมชนเชียงรากน้อย และเทศบาลตำบลบางกระสั้น จ.พระนครศรีอยุธยา)
  • ชุดข้าวสาร อาหารแห้ง จำนวน 150 ชุด
  • น้ำดื่ม จำนวน 710 ห่อ
ชุมชนได้รับความช่วยเหลือในการดำรงชีพในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม
การสนับสนุนการสร้างโรงอาหาร โรงเรียนวัดพืชนิมิต (คำสวัสดิ์ราษฎร์บำรุง)
เป็นการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้แก่ชุมชนและสังคม ร่วมสนับสนุนทุนสร้างโรงอาหารโรงเรียนวัดพืชนิมิต จำนวน 10,000 บาท โรงไฟฟ้าได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคม และสาธารณประโยชน์แก่โรงเรียน

โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น

เป้าประสงค์ การดำเนินงาน ผลที่ได้รับ
กิจกรรมวันเด็ก
  • สร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน กลุ่มผู้นำท้องที่ ชุมชนต่าง ๆ และส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน
  • ส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออก กล้าคิด กล้าทำในทางสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์และมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมตามความสามารถและความสนใจ
สนับสนุนชุดเครื่องเขียนเพื่อเป็นของขวัญจัดกิจกรรมวันเด็ก จำนวน 2,000 ชุด ให้แก่ชุมชนจำนวน 16 แห่ง
  • เด็กนักเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาการในด้านต่าง ๆ
  • เด็กนักเรียนได้แสดงออก กล้าคิด กล้าทำมากขึ้น
โครงการมอบทุนการศึกษาประจำปี 2564
  • ส่งเสริมและสนับสนุนนักเรียนที่เรียนดีประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น
  • ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองที่มีฐานะยากจนได้อีกทางหนึ่ง
มอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนจารุศร จำนวน 10,000 บาท
  • เด็กนักเรียนมีโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
  • ลดรายจ่ายของครอบครัว
การปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน
  • เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้อาคารเรียนต่าง ๆ
  • เพื่อเอื้อบรรยากาศในการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น
  • เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่นักเรียน
สนับสนุนเงินซ่อมแซมอาคารสถานที่ โรงเรียนธรรมศาสตร์ คลองหลวง จำนวน 10,000 บาท
  • อาคารเรียนของโรงเรียนมีความปลอดภัยพร้อมสำหรับการใช้งาน
  • บรรยากาศในการจัดการเรียนการสอนดีมากขึ้น นักเรียนและคณะครูในโรงเรียนใช้อาคารเรียนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
กิจกรรมวันสงกรานต์
  • เพื่อเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย
  • เพื่อสร้างความสุขให้ผู้สูงอายุและแสดงความกตัญญูกตเวที
สนับสนุนผ้าห่มนาโนให้แก่ผู้สูงอายุ จำนวน 1,000 ผืน รวม 12 ชุมชน
  • ประชาชนได้ร่วมอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
  • ประชาชนได้สร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้สูงอายุได้มีความสุข
โครงการราชโคเจน ร่วมใจ สู้ภัย “โควิด-19”
  • เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน
  • เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
  • เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ชุมชน
  • สนับสนุน PPE ชุด CPE หน้ากากอนามัย หมวกคลุมผม ถุงมือ ให้แก่เจ้าหน้าที่ อสม. ปฏิบัติงานชุมชนบ้านเอื้ออาทร กม.44
  • สนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์แก่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 1,000,000 บาท
  • สนับสนุนอาหารเพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมแพทย์และพยาบาลที่ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 แก่โรงพยาบาลการุญเวชนวนคร
  • สนับสนุนเจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย และอาหารให้แก่ชุมชนจำนวน 8 ชุมชน
  • สนันสนุนข้าวสารอาหารแห้งเพื่อผู้ป่วยสูงอายุให้แก่ อบต.บ้านปทุม และ อบต.บางพูด
  • ชุมชนได้รับการบริการและตอบสนองต่อความต้องการ
  • ชุมชนได้รับการช่วยเหลือมีขวัญและกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนในด้านการดำรงชีพ
โครงการราชโคเจน ร่วมใจ สู้ภัย “น้ำท่วม”
ช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม มอบข้าวสาร อาหารแห้ง ให้แก่ อบต.บ้านปทุม ชุมชนได้รับความช่วยเหลือในการดำรงชีพในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม

โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น

เป้าประสงค์ การดำเนินงาน ผลที่ได้รับ
โครงการอบรมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน ตำบลสวนกล้วย
ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเองของชุมชนให้มีทิศทางที่สอดคล้องตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยศักยภาพและบริบทของชุมชน
  • สนับสนุนและให้ความรู้การดำเนินโครงการด้านเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชน จำนวน 13 หมู่บ้าน ในตำบลสวนกล้วย รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 100 คน
  • ติดตามและประเมินผลการทำกิจกรรมตลอดทั้งโครงการ
  • หมู่บ้านมีกิจกรรมการพัฒนาตนเองและชุมชนอย่างมีทิศทางที่สอดคล้องตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
  • มีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบในชุมชน จำนวน 1 ศูนย์การเรียนรู้
  • ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความพึงพอใจ ร้อยละ 83.5
โครงการปล่อยพันธุ์ปลา อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ เทศบาลตำบลเบิกไพร และ อบต.สวนกล้วย
อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ และเพิ่มความหลากหลายในแม่น้ำแม่กลอง เทศบาลตำบลเบิกไพร
  • สนับสนุนพันธุ์ปลา จำนวน 10,000 ตัว
  • ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 40 คน

อบต.สวนกล้วย

  • สนับสนุนพันธุ์ปลา จำนวน 10,000 ตัว
  • ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 30 คน
  • เพิ่มปริมาณของพันธุ์ปลา และความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำของชุมชน
  • ผลความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
    • เทศบาลตำบลเบิกไพร ร้อยละ 91.75
    • อบต.สวนกล้วย ร้อยละ 98.5
โครงการอาหารกลางวันเพื่อน้อง
สนับสนุนอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการและเพียงพอต่อตามความต้องการของนักเรียนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า สนับสนุนอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนในโรงเรียน 4 แห่ง ได้แก่
  1. โรงเรียนวัดลาดบัวขาว
  2. โรงเรียนวัดหุบกระทิง
  3. โรงเรียนอนุบาลวัดปลักแรต
  4. ศูนย์เด็กเล็กลาดบัวขาว
  • โรงเรียนทั้ง 4 แห่ง ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวันอย่างทั่วถึง รวมเป็นเงิน 30,000 บาท และผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความพึงพอใจ ร้อยละ 81.53
กิจกรรมสนับสนุนเครื่องเอกซเรย์ชนิดเคลื่อนที่แก่โรงพยาบาลบ้านโป่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19
  • สนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์
  • สร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์
สมทบเงินจำนวน 10,000 บาท เพื่อจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์ชนิดเคลื่อนที่ให้แก่โรงพยาบาลบ้านโป่ง สำหรับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษา สร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ และเพิ่มอุปกรณ์สำหรับตรวจรักษาในโรงพยาบาล

ราช กรุ๊ป

โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ (Education for Career Empowerment Project) สปป.ลาว

สปป. ลาว ถือเป็นฐานการดำเนินธุรกิจที่สำคัญของบริษัทฯ และได้ริเริ่มโครงการนี้เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ โดยได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว ดำเนินโครงการฯ นับตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน

โครงการนี้สนับสนุนการพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านเทคนิคของนักเรียนระดับอาชีวศึกษา ที่ตอบสนองยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาและการสร้างแรงงานฝีมือของ สปป. ลาว นอกจากนี้ การดำเนินการดังกล่าวยังมุ่งหวังที่จะตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) เป้าประสงค์ที่ 4.4 การเพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่จำเป็น รวมถึงทักษะทางเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่ดี และการเป็นผู้ประกอบการด้วย

กลุ่มเป้าหมาย สาขาวิชาเป้าหมาย เป้าหมาย
นักเรียนและครู
ระดับอาชีวศึกษา
  • ไฟฟ้าควบคุม PLC
  • เชื่อมโลหะ
  • เครื่องกล
  • พลังงานทดแทน
  • ซ่อมทั่วไป
นักเรียนที่จบการศึกษา
ได้รับการจ้างงาน

ผลการดำเนินงานปี 2554-2564

การพัฒนา ห้องฝึกปฏิบัติการ ปรับปรุงและซ่อมแซมอุปกรณ์ห้องฝึกปฏิบัติการ 8 ห้อง ใน 7 วิทยาลัย
การอบรมครู อบรมครูสาขาวิชาเป้าหมายจำนวน 100 คน
การอบรมนักเรียน รวม 1,154 คน แบ่งเป็น
  • สาขาช่างเชื่อมโลหะ จำนวน 502 คน
  • สาขาช่างไฟฟ้าควบคุม จำนวน 226 คน
  • สาขาช่างซ่อมทั่วไป จำนวน 376 คน
  • สาขาติดตั้งไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 50 คน
อัตราการจ้างงานนักเรียนที่จบการศึกษา ผลการติดตามการจ้างงานและการประกอบอาชีพภายหลังจบการศึกษาของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่ปี 2554-2564 จำนวน 658 คน คิดเป็นร้อยละ 57 ของผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด พบว่า นักเรียนจำนวน 589 คน คิดเป็นร้อยละ 90 มีการจ้างงานและศึกษาต่อระดับสูงขึ้นไป

โครงการกล้าดี

บริษัทฯ สนับสนุนนักเรียนในพื้นที่จังหวัดน่าน ในการพัฒนาโครงงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ก่อประโยชน์ต่อชุมชน จำนวน 4 โครงงาน ดังนี้

โครงการกล้าดีออกป่าไม่เผาก็ดำสร้างรายได้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนบ่อเกลือ
ผลการดำเนินงาน ปี 2564
  • ประสบความสำเร็จในการทดลองเปลี่ยนสีหญ้าสามเหลี่ยมให้เป็นสีดำ ด้วยการรดน้ำขี้เถ้าจากฟืน โดยไม่ต้องเผา
  • ขยายผลด้วยการถ่ายทอดวิธีการปลูกหญ้าสามเหลี่ยมด้วยน้ำขี้เถ้าไปยังกลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้าน ซึ่งมีสมาชิก 10 ครัวเรือน
โครงการ BROWN BALL GREEN FOREST นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนบ้านหลวง
ผลการดำเนินงาน ปี 2564
  • ประสบผลสำเร็จในการทดลองผลิตกระดาษเพาะเมล็ดพันธุ์พืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ได้แก่ ใยกล้วย กาบมะพร้าว กระดาษแผงไข่ น้ำหมักชีวภาพ และฟางข้าว
  • ประสบความสำเร็จในการทดลองผลิตลูกบอลเพาะเมล็ดพันธุ์จากซังข้าวโพด และสามารถผลิตได้ 500 ลูก ซึ่งได้นำแจกจ่ายให้ชุมชน
โครงการมหัศจรรย์เพาะพันธุ์จากกระดาษ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสา
ผลการดำเนินงาน ปี 2564
  • ประสบความสำเร็จในการทดลองเพาะเมล็ดพันธุ์ไม้แดง และพันธุ์พญาเสือโคร่ง ด้วยการนำเศษซังข้าวโพด เปลือกข้าวโพดที่เหลือทิ้งมาผสมดิน ขุยมะพร้าว แกลบ มูลสัตว์ มาทำเป็นลูกบอลหุ้มเมล็ดพันธุ์ และห่อด้วยกระดาษรีไซเคิลผสมกระดาษแผงไข่
  • อัตราการรอดตายร้อยละ 85
  • นำต้นกล้าที่ได้จากการทดลอง 250 ต้น มอบให้ชุมชน เพื่อปลูกเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน
  • จัดทำสื่อคลิปวิดีโอสั้น เพื่อถ่ายทอดความรู้ เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ และในกลุ่มแอปพลิเคชัน LINE ของชุมชน
โครงการวัฒนธรรมชาติ กลุ่มเยาวชนศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดก้อ
ผลการดำเนินงาน ปี 2564
  • จัดตั้งจุดคัดแยกขยะในชุมชน จำนวน 5 จุด และรอบชุมชนบ้านก้อ
  • จัดทำฝายแม้ว จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ป่าของชุนชนบ้านก้อ

โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน

เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ กับกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2551 มุ่งหวังให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการผืนป่า ในรูปแบบป่ายั่งยืน ชุมชนได้ประโยชน์และเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Sink) พร้อมทั้งสนองตอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าประสงค์ที่ 13.3 พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ และการเตือนภัยล่วงหน้า

ภายใต้โครงการดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมประกวดป่าชุมชน โดยคัดเลือกชุมชนทุกภูมิภาคของประเทศที่มีการบริหารจัดการป่าตามหลักการ "ป่ายั่งยืน ชุมชนได้ประโยชน์" อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมอบเงินรางวัลให้แก่ชุมชนนําไปใช้ในการพัฒนา ดูแลรักษาและฟื้นฟูป่าชุมชนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

กิจกรรมประกวดป่าชุมชนตัวอย่าง
วัตถุประสงค์
  • ตอบสนองนโยบายการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัทฯ ในมิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
  • ผลักดันและขยายผลให้จำนวนป่าชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ และเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ พัฒนาและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้เป็นแหล่งทรัพยากรที่ชุมชนสามารถพึ่งพิงได้อย่างยั่งยืน
  • ชุมชนสามารถนำเงินรางวัลไปใช้ในการพัฒนา ดูแลและฟื้นฟูป่าชุมชนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
กลุ่มเป้าหมาย ป่าชุมชนทั่วประเทศ
เป้าประสงค์ ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศด้วยการเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอน

ผลการดำเนินงาน

  ผลการดำเนินงาน
ปี 2564
ผลการดำเนินงานสะสม
ปี 2551-2564
ป่าชุมชนที่เข้าร่วมประกวด (แห่ง) 1,362 15,868
ป่าชุมชนที่ได้รับรางวัล (แห่ง) 146 1,974
พื้นที่ (ไร่) 123,979 1,276,389
ศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (ตันคาร์บอนต่อปี) 781,068 8,041,252
เงินรางวัล (บาท) 3,155,000 43,020,000

หมายเหตุ : ค่าเฉลี่ยอัตราการกักเก็บคาร์บอนของป่าไม้ เท่ากับ 6.3 ตัน/ไร่