กรอบจรรยาบรรณคู่ค้าบริษัทฯ
บริษัทฯ ได้บังคับใช้จรรยาบรรณคู่ค้าเป็นกรอบในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยประกาศใช้ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 ซึ่งได้ผนวกหลักการซัปพลายเชนยั่งยืน (Supply Chain Sustainability) ของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact: UNGC) หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles and Human Rights) และปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labor Organization's Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) เพื่อกำกับดูแลคู่ค้าของบริษัทฯ ให้ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบและยึดหลักธรรมาภิบาล ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ทำการทบทวนประเด็นสำคัญของจรรยาบรรณคู่ค้า ผลปรากฏว่าประเด็นสำคัญยังคงครอบคลุมและสอดคล้องตามมาตรฐานสากล
หลักปฎิบัติจรรยาบรรณคู่ค้า
ข้อมูลเพิ่มเติม:
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
บริษัทฯ กำหนดระเบียบการพัสดุไว้เป็นกรอบในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทฯ และในขั้นตอนของการคัดกรองคู่ค้า ได้เพิ่มการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของคู่ค้า โดยอิงตามแนวทางห่วงโซ่อุปทานยั่งยืนในการกำหนดแนวปฏิบัติและตัวชี้วัดต่าง ๆ ให้ครอบคลุมประเด็นที่เป็นสาระสำคัญในบริบทธุรกิจของบริษัทฯ อย่างครบถ้วน
ข้อมูลเพิ่มเติม:
การจัดซื้อ-จัดจ้างที่โปร่งใส
ภายหลังการคัดกรองคู่ค้าด้วยเกณฑ์คุณสมบัติและการประเมินความเสี่ยงแล้ว คู่ค้าที่ผ่านกระบวนการดังกล่าวแล้วจะได้รับการพิจารณาคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งบริษัทฯ วางกรอบการปฏิบัติไว้ในระเบียบบริษัทฯ ว่าด้วยการพัสดุ และคำสั่งบริษัทฯ เรื่อง วิธีปฏิบัติสำหรับการพัสดุ โดยกำหนดไว้ 4 วิธี ที่ผูกไว้กับมูลค่าการซื้อ/จ้าง และอำนาจการอนุมัติ ดังนี้
| วิธีจัดซื้อ-จัดจ้าง | มูลค่าการซื้อ/จ้าง |
|---|---|
| การตกลงราคา | ไม่เกิน 1 แสนบาท |
| การสอบราคา | ไม่เกิน 5 ล้านบาท |
| การประกวดราคา | มากกว่า 5 ล้านบาท |
| วิธีพิเศษ |
กำหนดให้กระทำได้ ในกรณี ดังต่อไปนี้
|
หมายเหตุ: การแบ่งซื้อ-แบ่งจ้าง โดยลดวงเงินที่จะซื้อ-จ้างในครั้งเดียวกัน เพื่อให้อำนาจการสั่งซื้อ-จ้าง หรือวิธีการซื้อ-จ้างเปลี่ยนไปจะกระทำไม่ได้
| อำนาจการอนุมัติการซื้อ/จ้าง | วงเงิน (บาท) |
|---|---|
| ผู้อำนวยการฝ่าย | ไม่เกิน 1 แสนบาท |
| ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ | ไม่เกิน 5 แสนบาท |
| รองกกรรมการผู้จัดการใหญ่ | ไม่เกิน 1 ล้านบาท |
| กรรมการผู้จัดการใหญ่ | ไม่เกิน 30 ล้านบาท |
| คณะกรรมการบริษัท | เกิน 30 ล้านบาท |
คู่ค้าที่ได้รับคัดเลือกการจ้างงานจะเข้าสู่กระบวนการทำสัญญา ซึ่งในสัญญาการซื้อ/จ้างงานจะมีเงื่อนไขระยะเวลาการชำระเงินที่ตกลงกันไว้อย่างชัดเจน คู่ค้าสามารถทราบระยะเวลาการชำระเงินได้ตั้งแต่เริ่มงาน โดยทั่วไปบริษัทฯ จะชำระเงินภายใน 30 วันนับจากวันที่บริษัทฯ ได้รับเอกสารขอรับชำระเงินจากคู่ค้า
ในปี 2568 บริษัทฯ ชำระเงินให้แก่คู่ค้าภายในระยะเวลาเฉลี่ย 15.33 วัน นับจากวันที่ได้รับใบแจ้งหนี้
การประเมินความเสี่ยงคู่ค้า
บริษัทฯ จัดให้มีกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของผู้จัดหาทุกราย เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการทิ้งงานของคู่ค้า การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนากระบวนการประเมินความเสี่ยงคู่ค้า เพื่อกำหนดกลุ่มคู่ค้าที่มีนัยสำคัญ (Significant Supplier) โดยพิจารณาประเด็นสำคัญทางธุรกิจ (Business Relevance) และประเด็นด้าน ESG ซึ่งผลการประเมินจะใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาคัดเลือกคู่ค้า หรือหากคู่ค้ารายใดที่มีการดำเนินงานเชิงป้องกันความเสี่ยง ESG และ/หรือ มีผลการดำเนินงานด้าน ESG ที่ดีกว่าจะมีโอกาสสูงที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นคู่ค้าของบริษัทฯ
การระบุประเภทคู่ค้าของกลุ่มบริษัทฯ ปี 2568
| ประเภทคู่ค้า | จำนวนคู่ค้า (ราย) | ร้อยละ |
|---|---|---|
|
313 | 22.91 |
|
664 | 48.61 |
|
835 | 61.13 |
ผลการประเมินความเสี่ยง
ในปี 2568 บริษัทฯ และกลุ่มโรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ มีอำนาจบริหารด้านการเงิน ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า ทั้งในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล สรุปผล ดังนี้
| ประเด็นความเสี่ยง | ผลการดำเนินงานปี 2568 |
|---|---|
|
ด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการก๊าซเรือนกระจก
|
|
|
|
|
ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
|
|
|
|
|
ด้านสิทธิมนุษยชน
|
|
|
|
|
ด้านการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน และกำกับการดำเนินธุรกิจ
|
|
|
|
|
ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
|
|
|
|
การติดตาม ประเมินผล และการพัฒนา
บริษัทฯ ติดตามผลการปฏิบัติงานของผู้จัดหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประเมินหลังการส่งมอบงาน ซึ่งใช้ตัวชี้วัดด้านคุณภาพและการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ หากพบการไม่ปฏิบัติตาม บริษัทฯ จะดำเนินการตามกระบวนการแก้ไขและปรับปรุง พร้อมทั้งติดตามผลจนกว่าจะแล้วเสร็จ และในกรณีร้ายแรงอาจพิจารณามาตรการทางสัญญาเพิ่มเติม
| ตัวชี้วัดการประเมินผลการปฏิบัติงานของคู่ค้าผู้ส่งมอบงาน/สินค้า/บริการ | |
|---|---|
| 1. คุณภาพ/ราคาของสินค้าและบริการ |
|
| 2. การส่งมอบสินค้าและบริการ |
|
| 3. การบริการ |
|
| 4. สิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงาน |
|
| 5. สิ่งแวดล้อม |
|
| 6. จรรยาบรรณทางธุรกิจ |
|
| 7. ด้านเอกสาร |
|
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีกระบวนการตรวจประเมินคู่ค้า โดยใช้ตัวชี้วัดตามมาตรฐาน Together for Sustainability (TfS) และจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัทฯ ประกอบด้วย 5 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพและความปลอดภัย ด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน และด้านธรรมาภิบาล วิธีการตรวจประเมินกำหนดไว้ 2 วิธี ได้แก่ การตรวจประเมินเอกสาร (Desk Review) และการตรวจประเมิน ณ สถานที่ประกอบการของคู่ค้า (On-site Assessment) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทและความเสี่ยงของคู่ค้าแต่ละราย
ตัวชี้วัดสำหรับการตรวจประเมินคู่ค่า
บริษัทฯ มีแผนงานที่จะคัดเลือกคู่ค้าเพิ่มขึ้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจประเมิน โดยมุ่งเน้นคู่ค้าที่มีนัยสำคัญ (Significant Supplier) ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคู่ค้าที่มีอิทธิพลและผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อป้องกัน ควบคุม และลดความเสี่ยงของบริษัทฯ จากคู่ค้า ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ก็เล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาคู่ค้าให้มีศักยภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะคู่ค้าในประเทศและผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานและสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาว อย่างไรก็ดี หากผลการตรวจประเมินพบว่า คู่ค้าดำเนินงานไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัทฯ หรือมีการฝ่าฝืนกฎหมาย และมีความเสี่ยงที่ไม่สามารถยอมรับหรือแก้ไขได้ บริษัทฯ จะพิจารณามาตรการยกเลิกสัญญาจ้าง และ/หรือการขึ้นบัญชีต้องห้ามของคู่ค้ารายนั้นทันที
การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและแรงงานที่เป็นธรรมในห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยยึดหลักการตามแนวทางสากล UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) นอกจากนี้ ประเด็นสิทธิมนุษยชนยังเป็นประเด็นสาระสำคัญของบริษัทฯ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน เนื่องจากผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่อยู่ในกิจกรรมของผู้จัดหาและผู้รับเหมาช่วง โดยเฉพาะในงานก่อสร้าง การบำรุงรักษา และการใช้แรงงานภายนอกในระดับโครงการ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้ผู้จัดหาต้องไม่ใช้แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก หรือการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ พร้อมทั้งยังจัดให้มีกลไกรับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแสที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน สามารถแจ้งประเด็นที่อาจส่งผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างปลอดภัยและเป็นความลับ
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมผู้จัดหาที่มีนัยสำคัญ เพื่อระบุ ป้องกัน บรรเทา และติดตามผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทานสอดคล้องกับ UNGPs
สรุปผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของคู่ค้า
ผลการประเมินความเสี่ยงผู้จัดหาที่มีนัยสำคัญของกลุ่มบริษัทฯ พบว่าความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง โดยมีความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในกิจกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นในช่วงก่อสร้าง เดินเครื่องและบำรุงรักษา รวมถึงประเด็นเรื่องความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ทั้งนี้ ในรอบระยะเวลารายงาน ไม่พบกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ได้แก่ การใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขครบถ้วนในทุกกรณีที่พบช่องว่าง และติดตามผลอย่างเป็นระบบ
| ประเด็นความเสี่ยง ด้านสิทธิมนุษยชน |
ผู้ได้รับผลกระทบ | ผลการประเมิน | มาตรการป้องกันและบรรเทา |
|---|---|---|---|
| การใช้แรงงาน / สิทธิแรงงาน |
|
ความเสี่ยงสูง: การขาดการรับรองมาตรฐานแรงงานสากล (เช่น SA8000, TLS8000) สะท้อนถึงการกำกับดูแลที่อาจยังไม่เพียงพอ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิแรงงาน อาทิ การใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็ก ค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม ชั่วโมงการทำงานที่เกินกฎหมายกำหนด การจำกัดเสรีภาพในการรวมกลุ่ม และการขาดกลไกรับข้อร้องเรียน |
|
| อาชีวอนามัยและความปลอดภัย |
|
การขาดการรับรองมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (เช่น ISO 45001) บ่งชี้ถึงระบบการบริหารความเสี่ยงที่อาจยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ ส่งผลให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการบาดเจ็บจากการทำงาน อันตรายจากสารเคมี การทำงานในพื้นที่อับอากาศ การขาดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) การฝึกอบรมที่ไม่เพียงพอ รวมถึงการขาดระบบรายงานอุบัติเหตุหรือแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน |
|
การป้องกันและบรรเทาผลกระทบ
สำหรับผู้จัดหาที่มีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับแรงงานและความปลอดภัยในระดับกลางถึงสูง บริษัทฯ ได้พิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งการตรวจประเมินด้านแรงงานและสภาพการทำงานที่เข้มงวดมากขึ้น การกำหนดข้อกำหนดเฉพาะในสัญญาเกี่ยวกับแรงงานและสิทธิมนุษยชน และการจัดทำแผนปรับปรุงร่วมกับผู้จัดหา (Corrective Action Plan)
การเชื่อมโยงกับความต่อเนื่องทางธุรกิจและความยืดหยุ่นขององค์กร
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) และความยืดหยุ่นขององค์กร (Organizational Resilience) โดยบริษัทฯ พิจารณาความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้จัดหารายสำคัญ การหยุดชะงักของการจัดส่ง วิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม และความผันผวนของตลาด บริษัทฯ จึงส่งเสริมการกระจายแหล่งจัดหา การพัฒนาผู้จัดหาในประเทศ และการสร้างความร่วมมือระยะยาวกับผู้จัดหาที่มีศักยภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของธุรกิจ

การพัฒนาความร่วมมือกับคู่ค้า
บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับผู้จัดหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัตถุดิบ ปัจจัยการผลิตไฟฟ้า และการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ รวมทั้งระบบไฟฟ้าของประเทศ บริษัทฯ จึงเน้นความเป็นพันธมิตรระยะยาวในการทำงาน โดยมีการประสานงาน ปรึกษาหารือเพื่อร่วมกันดำเนินงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย การสื่อสารระหว่างกันเป็นประจำผ่านการประชุมประจำเดือน/ตามวาระ การร่วมตรวจประเมินระบบปฏิบัติงานเพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น การร่วมกันจัดทำแผนบริหารจัดการภาวะวิกฤตและแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ อาทิ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินด้านการจัดหาเชื้อเพลิง รวมถึงการฝึกซ้อมแผนจัดการ/ตอบสนองเหตุฉุกเฉินร่วมกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเสริมสร้างประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดจากการปฏิบัติงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

การส่งเสริมการต่อต้านคอร์รัปชันให้กับคู่ค้า
บริษัทฯ ได้ส่งเสริมให้คู่ค้าเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลให้กับกลุ่มคู่ค้า โดยบริษัทฯ ได้ทำหนังสือเชิญชวนคู่ค้าจำนวน 13 รายเข้าร่วมโครงการ และบริษัทฯ จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำเพื่อให้คู่ค้าสามารถผ่านการประเมินตนเองเพื่อขอการรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทยได้

การส่งเสริมด้านความปลอดภัยกับคู่ค้า
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน ครอบคลุมถึงพนักงานของคู่ค้า/ผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานในสถานประกอบการของบริษัทฯ และโรงไฟฟ้า บริษัทฯ จึงได้จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน การฝึกปฏิบัติตามแผนรองรับเหตุฉุกเฉินให้กับคู่ค้า/ผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องทุกรายเป็นประจำทุกปี ซึ่งช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ ได้มีการอบรมคู่ค้าสำคัญไปแล้ว รวมจำนวน 751 ราย (คิดเป็นร้อยละ 55)
การพัฒนาองค์ความรู้ห่วงโซ่อุปทานยั่งยืนภายในองค์กร
บริษัทฯ ได้จัดการอบรมให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อ-จัดจ้างทั้งหมด (ร้อยละ 100) เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารห่วงโซ่อุปทานยั่งยืน และการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ดังนี้
| หัวข้ออบรม | การนำไปใช้ประโยชน์ |
|---|---|
| การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน หลักสูตรของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย |
|
| ความรู้พื้นฐานด้านความยั่งยืน หลักสูตรของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย |
|
| สิทธิมนุษยชน โดยบริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด (ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน) |
|
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
| ตัวชี้วัด | ผลการดำเนินงานปี 2568 | |
|---|---|---|
| โครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน | มีการจัดซื้อจากผู้จัดหาในประเทศเป็นสัดส่วนหลัก ช่วยลดความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์และเสริมสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ | |
|
98.59% | |
|
61.13% | |
| การกำกับดูแลและการปฏิบัติตามข้อกำหนด | ผู้จัดหาที่มีนัยสำคัญทุกรายได้ลงนามรับรอง Supplier Code of Conduct และมีการกำหนด ประเด็นด้าน ESG เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจัดซื้อ/จัดจ้าง | |
|
100% | |
|
100% | |
| การประเมินความเสี่ยงและการตรวจประเมิน | ดำเนินการประเมินผู้จัดหาตามระดับความเสี่ยง และติดตามให้ผู้จัดหาที่พบประเด็นต้องปรับปรุง ดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด | |
|
100% | |
|
100% | |
|
100% | |
| สิทธิมนุษยชนและแรงงาน | ในรอบระยะเวลารายงาน ไม่พบการเกิดละเมิด สิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ | |
|
0 กรณี | |
|
ไม่มี | |
|
100% | |
|
85 ราย | |
|
100% | |
ในปี 2568 ผลการประเมินพบว่าคู่ค้าส่วนใหญ่จำนวน 1,296 ราย (ร้อยละ 97.15) ผ่านเกณฑ์การประเมิน มีคู่ค้าจำนวน 36 ราย (ร้อยละ 2.70) ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการชำระเงินและการขนส่ง และมีคู่ค้าจำนวน 2 ราย (ร้อยละ 0.15) ถูกขึ้นบัญชีดำ
| การประเมินหลังการส่งมอบ | จำนวนคู่ค้า (ราย) | ร้อยละ (%) |
|---|---|---|
| คู่ค้าที่มีการจัดซื้อและส่งมอบสินค้าหรือบริการภายในปี 2568 | 1,334 | 100.00 |
| คู่ค้าที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน | 1,296 | 97.15 |
| คู่ค้าที่ได้รับข้อเสนอแนะให้ปรับปรุง | 36 | 2.70 |
| คู่ค้าที่ถูกขึ้นบัญชีดำ | 2 | 0.15 |