การประเมินประเด็นสาระสำคัญด้วยหลักทวิสารัตภถาพ (Double Materiality)
บริษัทฯ ระบุประเด็นสาระสำคัญ (Material Topics) เพื่อสะท้อนประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ผู้มีส่วนได้เสีย และการสร้างคุณค่าในระยะยาวขององค์กร โดยกระบวนการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการของ Global Reporting Initiative (GRI 3: Material Topics) และแนวคิดทวิสารัตถภาพ (Double Materiality) ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติของผลกระทบและมิติทางธุรกิจ
ขอบเขตการประเมินประเด็นสาระสำคัญ
กระบวนการประเมินประเด็นสาระสำคัญครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งเป็นโฮลดิ้งคัมปานี รวมถึงบริษัทย่อยและกิจกรรมที่อยู่ภายใต้การควบคุมหรือมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยพิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
วิธีการประเมินผลกระทบ
ผลจากการมีส่วนร่วมถูกนำเข้าสู่กระบวนการประเมินผลกระทบ (Impact Assessment Process) ดังนี้
การจัดลำดับและการตรวจประเด็นสำคัญ
บริษัทฯ ดำเนินการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืนโดยอ้างอิงหลักการ Impact Materiality ตาม GRI Standards (GRI 3: Material Topics 2021) เพื่อให้มั่นใจว่าประเด็นที่กำหนดสะท้อนผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม อันเกิดจากการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ
หลักเกณฑ์การประเมิน (Impact-based Criteria)
การประเมินความสำคัญของแต่ละประเด็นพิจารณาจาก
สำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มีการพิจารณาปัจจัยความเป็นไปได้ของการเกิดผลกระทบ (Likelihood) เพิ่มเติม เพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่อาจส่งผลในอนาคต
เกณฑ์กำหนดระดับผลกระทบที่ยอมรับได้ (Threshold)
บริษัทฯ กำหนดระบบการให้คะแนน เพื่อสนับสนุนการใช้ดุลยพินิจอย่างเป็นระบบโดยกำหนดระดับคะแนนในช่วง 1–5 สำหรับแต่ละเกณฑ์ และจัดระดับความสำคัญของประเด็นตามช่วงคะแนนรวม
ประเด็นที่มีระดับความรุนแรงสูง และ/หรือมีคะแนนรวมถึงระดับที่กำหนดเป็น “High” ขึ้นไป ถูกจัดเป็นประเด็นสาระสำาคัญขององค์กร ทั้งนี้การกำหนด threshold ดังกล่าวผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากฝ่ายบริหาร เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงองค์กรตลอดจนบริบทของธุรกิจด้วย
นอกจากกลไกของผลคะแนนแล้ว บริษัทฯ ยังได้ใช้ดุลยพินิจเชิงวิชาชีพประกอบการพิจารณา โดยคำนึงถึงบริบทอุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงาน แนวโน้มกฎระเบียบ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
การเชื่อมโยงกับการะบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียและการบริหารความเสี่ยงองค์กร
ผลการให้คะแนนถูกนำมาพิจารณาร่วมกับประเด็นที่ได้รับจากกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย และผลการประเมินความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) รวมทั้งข้อมูลการดำเนินงาน เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก สถิติความปลอดภัย และข้อร้องเรียนจากชุมชน การบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่งช่วยให้มั่นใจว่าประเด็นที่กำหนดเป็นสาระสำคัญนั้น สะท้อนทั้งมิติผลกระทบ และความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทฯ

การทบทวนและยืนยันประเด็นสาระสำคัญ
ผลการจัดลำดับความสำคัญได้รับการทบทวนโดยผู้บริหารระดับสูง รวมถึงหน่วยงานด้านความยั่งยืนและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าครอบคลุมกิจกรรมของกลุ่มบริษัทฯ หลังจากนั้นผลการประเมินได้นำเสนอให้คณะกรรมการธรรมาภิบาล และความยั่งยืนพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนการเปิดเผยในรายงานความยั่งยืนและแบบ 56-1 One Report กระบวนการดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการกำกับดูแลที่เหมาะสมของการกำหนดประเด็นสาระสำคัญ

การทบทวนอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ ได้ดำเนินการทบทวนประเด็นสาระสำคัญเป็นประจำทุกปี และอาจดำเนินการทบทวนเพิ่มเติมเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานหรือสภาพภูมิอากาศ การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และเป้าหมายของบริษัทฯ เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าประเด็นสาระสำคัญยังคงสอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และการรายงานสะท้อนความเสี่ยง โอกาส และผลกระทบที่แท้จริงในแต่ละช่วงเวลา

ประเด็นสาระสำคัญ
| เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม | อาชีวอนามัยและความปลอดภัย | ก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | จริยธรรมทางธุรกิจ/ธรรมาภิบาลองค์กร |
| ความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจ | การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย | การลดก๊าซเรือนกระจกสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน/ก๊าซ เรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ | การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ |
| การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน | การบริหารบุคลากร | คุณภาพอากาศ | การดำเนินงานและการประเมินความสอดคล้องตามกฎหมาย |
| การสรรหาวัสดุ-อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ | คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า/บริการ | การบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากร | การเก็บรักษาข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์และการใช้ AI |
| การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า | การดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบและชุมชน/สังคมโดยรวม | การบริหารจัดการน้ำและน้ำเสีย | การบริหารความเสี่ยงจากเหตุการณ์วิกฤต |
| โอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ และความสามารถในการแข่งขัน | ความพึงพอใจของลูกค้า | ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ | การกำกับดูแลบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า |
| ประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์ | การเคารพสิทธิมนุษยชน | การจัดการของเสียและของเสียอันตราย | |
| ความเชื่อถือได้ในการผลิตไฟฟ้าและการสร้างรายได้ |