กรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี กรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืนซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืนขึ้นต่อคณะกรรมการบริษัทฯ โดยตรง และมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทฯ ดังนี้
- พิจารณาให้ความเห็นชอบนโยบายกลยุทธ์เป้าหมายแนวปฏิบัติและแผนงานด้านธรรมาภิบาล และความยั่งยืนของบริษัท และเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติ
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน ในกิจกรรม ด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืนของบริษัท
- กํากับดูแลให้มีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบายและ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องใน ด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืนของบริษัท
- ติดตามและรายงานผลการปฏิบัติต่อคณะกรรมการอย่างสม่ําเสมอทุกครั้งหลังมีการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน
- ทบทวนและเสนอปรับปรุงนโยบายและแนวปฏิบัติด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืนของบริษัทเป็นประจําตามความเหมาะสม เพื่อให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและแนวปฏิบัติของ หน่วยงานกํากับดูแล รวมถึง เป็นไปตามมาตรฐานของประเทศและมาตรฐานสากล โดยเปรียบเทียบกับบริษัท ชั้นนํา และเสนอแนะต่อคณะกรรมการ เพื่อให้มีการพิจารณาปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง
- ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดเกี่ยวกับธรรมาภิบาลและความยั่งยืนตามที่ได้รับมอบหมาย จากคณะกรรมการ

รายงานคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน
คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน ประกอบด้วย กรรมการอิสระจำนวน 2 ท่าน ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทฯ ดังนี้ 1) พลตำรวจตรีวสันต์ เตชะอัครเกษม เป็นประธานกรรมการ และ 2) นางชญานันท์ ภักดีจิตต์ เป็นกรรมการ โดยมีนางจารุสุดา บุญเกิด ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกิจการองค์กร ทำหน้าที่เลขานุการ
ในปี 2568 คณะกรรมการธรรมาภิบาลฯ มีการประชุมทุกไตรมาสรวมทั้งหมดจำนวน 4 ครั้ง โดยกรรมการเข้าร่วมประชุมครบทั้งจำนวนทุกครั้ง เพื่อทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความรอบคอบ เต็มความสามารถ และเป็นอิสระ รวมทั้งการพิจารณาให้ความเห็นชอบและติดตามดูแลให้ฝ่ายจัดการนำประเด็นด้านความยั่งยืนไปเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ เป้าหมาย แนวปฏิบัติ และแผนงานประจำปี ตลอดจนตัวชี้วัดผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ และผลการดำเนินงานด้านอื่น ๆ ให้มีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย นโยบายและระเบียบของบริษัทฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งติดตามและรายงานผลการปฏิบัติต่อคณะกรรมการบริษัทฯ หลังการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลฯ อย่างสม่ำเสมอทุกครั้ง
ปี 2568 คณะกรรมการธรรมาภิบาลฯ ได้ทำหน้าที่กำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ตลอดจนการทบทวนและเสนอแนวทางในการยกระดับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม สิทธิมนุษยชน และการทุจริตและคอร์รัปชัน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างยั่งยืนและสร้างคุณค่าระยะยาว โดยสรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการธรรมาภิบาลฯ ในประเด็นที่สำคัญดังนี้
1. ด้านการกำกับดูแลกิจการตามหลักธรรมาภิบาล
คณะกรรมการธรรมาภิบาลฯ ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่ยึดความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความเป็นธรรมและเท่าเทียม การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งการป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชัน โดยประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการธรรมาภิบาลฯ ได้กำกับและติดตาม สรุปได้ดังนี้
1.1 การตรวจสอบการปฏิบัติด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันตามหลักเกณฑ์ของแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทยของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน และได้รับการรับรองในฐานะสมาชิกของแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทยอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559
1.2 การส่งเสริมการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันภายในองค์กร โดยบริษัทฯ ได้จัดให้มีการสื่อสารให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องแก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง ทดสอบวัดผลความรู้ความเข้าใจจรรยาบรรณบริษัทฯ และนโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ตลอดจนถึงการสร้างความตระหนักให้กับคู่ค้าด้วยการผนวกประเด็นการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันไว้ในกระบวนการคัดเลือกคู่ค้า รวมทั้งการสื่อสารนโยบาย และจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัทฯ ให้คู่ค้ารับทราบและปฏิบัติตาม และสนับสนุนคู่ค้าเข้าร่วมในโครงการ CAC Change Agent ด้วย
1.3 การทบทวนทะเบียนความเสี่ยงด้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ประจำปี 2568 โดยพิจารณาผลการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริต (Fraud Risk Assessment) และผลการประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รัปชัน (Corruption Risk Assessment) รวมทั้งความเพียงพอและเหมาะสมของมาตรการจัดการความเสี่ยงดังกล่าว
1.4 การทบทวนการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลัก CG Code 2560 และหลักเกณฑ์การประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งบริษัทฯ มีแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีเหมาะสมกับสถานการณ์และบริบทธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งส่วนใหญ่มีความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ CG Code 2560 หลักเกณฑ์ CGR และหลักเกณฑ์ ASEAN CG Scorecard แล้ว
1.5 การส่งเสริมและสนับสนุนการเข้าร่วมการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ปี 2568 ซึ่งบริษัทฯ ได้รับการประเมินอยู่ในระดับ “ดีเลิศ (ห้าตราสัญลักษณ์)” และการประเมินคุณภาพ AGM Checklist ประจำปี 2568 ซึ่งบริษัทฯ ได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน หรือระดับดีเยี่ยม สมควรเป็นตัวอย่าง
1.6 การจัดการเรื่องร้องเรียน บริษัทฯ ได้จัดให้มีช่องทางการร้องเรียนที่สามารถเข้าถึงง่าย และมีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน การจัดการ และมาตรการชดเชยเยียวยาที่พร้อมและเหมาะสม อีกทั้งยังมีมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนอย่างครบถ้วน ในปี 2568 ไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชันแต่อย่างใด
1.7 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะทำงานรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล และความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ไซเบอร์ และปัญญาประดิษฐ์เป็นการเฉพาะ โดยการดำเนินงานมีความสอดคล้องและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
2. ด้านการกำกับดูแลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
2.1 การปฏิบัติตามกลยุทธ์ความยั่งยืน ซึ่งบริษัทฯ ได้จัดทำแผนงานด้านความยั่งยืนปี 2568 โดยมุ่งเน้นขับเคลื่อนการดำเนินงาน 2 ประเด็นสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้มีการจัดทำแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกและกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อไปสู่เป้าหมายหลักการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อทบทวนบัญชีความเสี่ยง รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพบุคลากรขององค์กรและบริษัทในเครือ (Capacity Building) เกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิทธิมนุษยชน ด้วย
2.2 การทบทวนนโยบายสิทธิมนุษยชน โดยได้ปรับปรุงเพิ่มเติมประเด็นสำคัญของแนวปฏิบัติ ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสำหรับวิสาหกิจข้ามชาติว่าด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (OECD Guidelines for Multinational Enterprises on Responsible Business Conduct) และหลักการสิทธิเด็กและธุรกิจ (Children’s Rights and Business Principles: CRBP) ซึ่งประเด็นสำคัญที่ได้ปรับปรุงเพิ่มเติมในรายละเอียด ได้แก่ สิทธิเด็ก การจ้างแรงงานอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม สิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มและเจรจาต่อรอง การต่อต้านการข่มขู่คุกคามทุกรูปแบบ การส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างเท่าเทียมและการจ้างงานในท้องถิ่น การเยียวยาและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในกระบวนการ การสร้างการรับรู้และความเข้าใจของพนักงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เป็นต้น นโยบายดังกล่าว ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568
2.3 การรับเรื่องร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ ได้จัดให้มีช่องทางรับร้องเรียนที่เข้าถึงได้ง่าย กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและการแก้ไขปัญหา และการชดเชยและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว
2.4 การจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปี 2567 ตามหลักควบคุมแบบ Financial Control ครอบคลุมขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ซึ่งเป็นข้อมูลฐานในการวางกลยุทธ์การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกและกำหนดเป้าหมายระยะสั้น (ปี 2573) ระยะกลาง (ปี 2583) และระยะยาว (ปี 2593) อีกทั้งยังมีความก้าวหน้าการพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากภาคป่าไม้ เพื่อนำมาใช้ในการชดเชยคาร์บอนด้วย
2.5 การดำเนินงานด้านชุมชนและสังคม โดยบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนตามกรอบ>ของป่าชุมชน เพื่อรักษาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศอันจะยังประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมโดยรวม การดำเนินการดังกล่าวได้รับการยอมรับจากกรมป่าไม้จนได้รับเหรียญรางวัลเชิดชูเกียรติ สาขาส่งเสริมและพัฒนาป่าชุมชน ประจำปี 2568 ในฐานะให้การสนับสนุนภารกิจการพัฒนาป่าชุมชนของกรมป่าไม้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสนับสนุนด้านอาชีวศึกษาใน สปป.ลาว ซึ่งเป็นฐานธุรกิจสำคัญของบริษัทฯ เพื่อพัฒนาแรงงานทักษะฝีมือด้านเทคนิคที่จำเป็นของภาคอุตสาหกรรม โครงการดังกล่าวได้รับการยอมรับและยกย่องจากกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว
2.6 การประเมินความยั่งยืนองค์กร โดยสนับสนุนให้เข้าร่วมการประเมินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย S&P Global และ FTSE Russell เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานประเด็นในมิติต่าง ๆ ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนได้ดำเนินการครบถ้วนตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
คณะกรรมการธรรมาภิบาลฯ ยังมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนให้บริษัทฯ พัฒนาและยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดี การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ให้เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งที่สนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนสืบต่อไป
(พลตำรวจตรี วสันต์ เตชะอัครเกษม)
ประธานกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน