การบริหารความเสี่ยงและโอกาส

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โดยมุ่งหวังที่จะบรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวทั้งต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าอย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและโอกาส ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบทั้งเชิงลบและบวกต่อความสามารถและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ในฐานะโฮลดิ้งคัมปานี ได้มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงและโอกาสในระดับกลุ่มบริษัท โดยครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ได้บูรณาการการบริหารความเสี่ยงและโอกาสเข้ากับกระบวนการกำหนดกลยุทธ์ การบริหารสินทรัพย์ การตัดสินใจลงทุน การติดตามการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และการกำกับดูแลบริษัทย่อย โดยคำนึงถึงบทบาทและระดับการควบคุมของแต่ละกิจการ ทั้งกิจการที่กลุ่มบริษัทมีอำนาจควบคุมการดำเนินงาน และกิจการที่เป็นการลงทุนเชิงการเงิน นอกจากนี้ ในการระบุและประเมินความเสี่ยงและโอกาส ได้มุ่งเน้นประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อสินทรัพย์และการลงทุนโครงการด้านไฟฟ้าและพลังงาน เช่น การเปลี่ยนนโยบายและกฎระเบียบด้านไฟฟ้าและพลังงาน แผนการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนประเด็นด้านธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย เป็นต้น บริษัทฯ ได้ใช้แนวทางดังกล่าวในการจัดการความผันผวนต่างๆ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสทางธุรกิจที่สามารถสร้างคุณค่า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

กรอบการบริหารความเสี่ยงของ COSO ERM

บริษัทฯ ได้ประยุกต์ใช้กรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กรตามแนวทาง COSO Enterprise Risk Management (COSO ERM) ในการกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ และกระบวนการบริหารความเสี่ยงและโอกาสในระดับกลุ่มบริษัทให้เป็นระบบ มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อกลยุทธ์องค์กรและการเปลี่ยนแปลงของบริบททางธุรกิจได้อย่างทันการณ์ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามกรอบของ COSO ERM ในการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กรครอบคลุม 5 องค์ประกอบอย่างครบถ้วน ดังนี้

COSO ERM Framework

บริษัทฯ ได้พิจารณาความเสี่ยงในหลากหลายมิติ ครอบคลุมความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ด้วย อีกทั้งยังได้กำหนดระดับการยอมรับความเสี่ยง (Risk Appetite) ในระดับกลุ่มบริษัท เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทั้งการบริหารสินทรัพย์ และการลงทุน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้นำแนวทางการบริหารความเสี่ยงสากลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาประยุกต์ใช้ด้วย ได้แก่ แนวทางการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศตามกรอบ TCFD และข้อกำหนดของมาตรฐาน GRI เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงและโอกาสสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และความน่าเชื่อถือบริษัทฯ

โครงสร้างการกำกับดูแลการจัดการความเสี่ยงองค์กร

ในการบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) บริษัทฯ ได้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยง ที่เชื่อมโยงตั้งแต่คณะกรรมการ ผู้บริหาร และระดับปฏิบัติการ โดยระบุบทบาทหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นระบบโปร่งใส และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในธุรกิจพลังงานที่อาจจะเป็นความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้อย่างทันท่วงที

Enterprise risk management oversight structure

กระบวนการบริหารความเสี่ยงและโอกาส

บริษัทฯ กำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยงและโอกาสในระดับกลุ่มบริษัทอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถระบุ ประเมิน และจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงาน การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ โดยกระบวนการดังกล่าวครอบคลุมทั้งกิจการที่กลุ่มบริษัทมีอำนาจควบคุมการดำเนินงาน และกิจการที่เป็นการลงทุนเชิงการเงินกระบวนการบริหารความเสี่ยงและโอกาสของบริษัทฯ ประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ดังนี้

Risk and opportunity management process

วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารความเสี่ยงและโอกาส

บริษัทฯ ได้พิจารณาวิธีการและเครื่องมือสำหรับใช้ในกระบวนการบริหารความเสี่ยงและโอกาสที่เหมาะสมกับบริบทลักษณะธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งเป็นโฮลดิ้งคัมปานีที่เน้นการลงทุนด้านไฟฟ้าและพลังงาน โดยใช้เครื่องมือที่หลากหลายในการระบุ ประเมิน และบริหารความเสี่ยงและโอกาส ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการกำกับดูแลกิจการ เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงและโอกาสมีความรอบด้านและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างยั่งยืน สรุปได้ดังนี้

Risk and opportunity management methods and tools

การบูรณาการความเสี่ยงและโอกาสกับกลยุทธ์และการตัดสินใจ

บริษัทฯ ได้บูรณาการผลการบริหารความเสี่ยงและโอกาสเข้ากับกระบวนการกำหนดกลยุทธ์ การบริหารสินทรัพย์ การลงทุน และการบริหารทางการเงิน เพื่อให้การตัดสินใจมีความรัดกุม สามารถลดผลกระทบและเพิ่มโอกาสแก่บริษัทฯ ในการสร้างคุณค่าระยะยาว ทั้งนี้ ข้อมูลด้านความเสี่ยงและโอกาสที่มีนัยสำคัญ ได้นำเสนอต่อฝ่ายบริหารและคณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการบริษัท ซึ่งจะนำไปใช้ประกอบในกระบวนการพิจารณาการลงทุน การขยายธุรกิจ และการบริหารสินทรัพย์ เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังใช้ผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสในการกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ด้าน ESG เป้าหมาย และแผนงานในระดับกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Integrating risks and opportunities into strategies and decision making
Linkage between risks and material topics

การเชื่อมโยงกับประเด็นสาระสำคัญ (Material Topics)

บริษัทฯ ได้นำประเด็นความเสี่ยงองค์กรเข้ามาเป็นฐานในการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล ขณะเดียวกันผลการประเมินประเด็นสาระสำคัญก็จะนำมาบูรณาการในกระบวนการระบุและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงองค์กรทั้งด้านกลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน การปฏิบัติตามกฎหมาย และชื่อเสียง โดยความเสี่ยงที่เป็นประเด็นสาระสำคัญก็มีการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการ ติดตาม และเปิดเผยผลการดำเนินงานตามกรอบ GRI ด้วย

การบริหารโอกาส

บริษัทฯ เล็งเห็นว่า ความไม่แน่นอนหรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจเป็นความเสี่ยง แต่อีกมุมหนึ่งอาจจะเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สามารถสร้างมูลค่าแก่บริษัทฯ ได้เช่นกัน ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้วิเคราะห์และประเมินโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและนโยบายภาครัฐ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ไซเบอร์ และปัญญาประดิษฐ์ โดยโอกาสที่มีศักยภาพได้ถูกพิจารณาและรวมไว้ในแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ เพื่อการลงทุนพลังงานรูปแบบใหม่ และธุรกิจใหม่ในอนาคต

Opportunity management

ความเสี่ยงและโอกาสที่มีนัยสำคัญ

บริษัทฯ ได้ระบุและประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระดับกลุ่มบริษัทฯ โดยพิจารณาผลกระทบเชิงกลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน กฎหมาย และชื่อเสียง เป็นสำคัญ สำหรับความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญและแนวทางการบริหารจัดการของบริษัทฯ สรุปได้ดังนี้

ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ แนวทางการจัดการ
1. กลุ่มประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ความต้องการพลังงานสะอาดมากขึ้น นโยบายด้านการจัดการคาร์บอน/ก๊าซเรือนกระจก
  • ปรับแผนกลยุทธ์ธุรกิจที่ตอบสนองการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานมากขึ้น
  • จัดทำแผนกลยุทธ์และเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้บรรลุ Net Zero Emissions ในปี 2593
  • จัดตั้งคณะทำงานบูรณาการความยั่งยืนและการจัดการก๊าซเรือนกระจกขององค์กร เพื่อขับเคลื่อนแผนงานลดก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนข้อมูลเชิงวิเคราะห์สำหรับการวางแผนเชิงกลยุทธ์การลงทุน
2. กลุ่มประเด็นด้านกฎหมาย ข้อกำหนดต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย/โครงสร้างการกำกับดูแลด้านไฟฟ้าและพลังงานและสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลต่อโมเดลธุรกิจ ต้นทุน และการปฏิบัติตามอย่างครบถ้วน
  • มีหน่วยงานรับผิดชอบในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย/ ระเบียบข้อบังคับต่างๆ อยู่ตลอดเวลาซึ่งสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันการณ์
  • หน่วยงานวางแผนและพัฒนาธุรกิจ มีการติดตามนโยบายและแผนการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาปรับแผนกลยุทธ์ธุรกิจให้สอดคล้องอยู่เสมอ
3. กลุ่มประเด็นด้านซัปพลายเชน
การบริหารสัญญา เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติตามสัญญาของคู่ค้า โดยเฉพาะขั้นตอนการก่อสร้างและการดำเนินงาน รวมถึงการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยให้กับผู้ปฏิบัติงานของคู่ค้าในการทำงาน ด้วย
  • มีเครื่องมือประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า ตั้งแต่การตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของคู่ค้า และการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ในกระบวนการคัดเลือกคู่ค้า พร้อมทั้งแนวปฏิบัติในกรณีที่มีการจ้างคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง และมีเครื่องมือการตรวจประเมินคู่ค้าหลังการทำงานด้วย
  • กำหนดหลักปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งวิธีการจ้าง/ซื้อ ระดับชั้นการอนุมัติตามขนาด/มูลค่าการจ้าง หลักประกันที่ชัดเจน รวมทั้งจัดทำสัญญาที่กำหนดหลักเกณฑ์การชำระเงิน การชดเชยความเสียหายและการบอกเลิกสัญญากรณีไม่ปฏิบัติตามสัญญาอย่างเป็นธรรม และมีจรรยาบรรณคู่ค้าที่เป็นมาตรฐานให้คู่ค้าถือปฏิบัติด้วย
  • กำหนดแผนการปฏิบัติการของคู่ค้าโดยครอบคลุมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย พร้อมทั้งควบคุมและติดตามการปฏิบัติงาน การประเมินผลงานของคู่ค้าโดยหน่วยงานรับผิดชอบหลัก
  • นำระบบ AI และ Data Analytics มาใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า และใช้เป็นข้อมูลในการกำกับการทำงานของคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง และวิเคราะห์และป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดในอนาคต
  • การสื่อสารและปรึกษาหารือกันเป็นประจำ ตลอดจนช่องทางการร้องเรียนที่เข้าถึงได้ด้วย
4. กลุ่มประเด็นด้านการกำกับดูแล
ความโปร่งใส และการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน รวมถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
  • กำหนดแนวทางการกำกับดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน ผ่านผู้แทนของบริษัทฯ และผู้จัดการโครงการ (Project Manager) ที่ได้รับมอบหมาย
  • กำหนดหลักปฏิบัติการกำกับกิจการที่ดี และการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันของกลุ่มบริษัทฯ พร้อมทั้งสื่อสารไปยังบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุนผ่านผู้แทนของบริษัทฯ ที่ได้รับมอบหมายรับผิดชอบในกิจการนั้นๆ
  • ขยายขอบเขตกระบวนการตรวจสอบภายในให้รอบคลุมบริษัทย่อย และกิจการร่วมทุนที่มีนัยสำคัญ ด้วย
  • นำระบบ ESMS มาใช้ในการวิเคราะห์ประเด็นสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมและติดตามประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการพัฒนาโครงการ/ การดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน
5. กลุ่มประเด็นด้านเทคโนโลยี
การโจมตีทางไซเบอร์ที่จะส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลและความลับทางธุรกิจ รวมทั้งการนำ AI มาใช้ในการทำงานอย่างรับผิดชอบ
  • ประกาศใช้นโยบายความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และปัญญาประดิษฐ์ ฉบับใหม่ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติในการใช้และบริหารจัดการสารสนเทศ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ให้มีความมั่นคงปลอดภัยและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกฎหมายและมาตรฐานที่สากลยอมรับ
  • จัดให้มีแผนการบริหารจัดการเหตุการณ์ต่างๆ ได้แก่ แผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แผนบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน แผนการกู้คืนระบบและข้อมูล (DRP) และแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) และดำเนินการซ้อมแผนเป็นประจำทุกปี
  • ติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ ระบบในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ ดักจับ และป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ และทดสอบสมรรถนะและประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ