บริษัทฯ มีเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มุ่งสร้างการเติบโตขององค์กรทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณค่าร่วมทางสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ภายใต้นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนขององค์กรและนโยบายสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่มีการกำกับดูแลโดยคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน
โครงสร้างการบริหารจัดการงานด้านชุมชนและสังคม
การดำเนินงานด้านชุมชนและสังคมที่สำคัญในปี 2568
บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนและสังคม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนใน 5 ด้านหลัก ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิต:
1. การศึกษา
โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป. ลาว
“โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป. ลาว” เป็นโครงการสำคัญที่ถูกกำหนดไว้ในแผนกลยุทธ์ความยั่งยืนในมิติสังคมของบริษัทฯ โดยริเริ่มโครงการขึ้นเมื่อปี 2554 หลังจากบริษัทฯ จัดตั้งบริษัทย่อยใน สปป. ลาว ซึ่งเป็นฐานธุรกิจหลักของงานพัฒนาโครงการด้านพลังงานในประเทศเพื่อนบ้านที่ดำเนินการต่อเนื่อง มาจนถึงระยะที่ 3 (ปี 2567-2573) ในปัจจุบัน โดยเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ กับกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว ในการร่วมกันออกแบบกิจกรรมให้ตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับอาชีวะของรัฐบาล สปป. ลาว เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการเสริมสร้างความรู้และทักษะฝีมือด้านเทคนิคที่จำเป็นในภาคอุตสาหกรรมและพลังงานทดแทนแก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา พัฒนาทักษะแรงงานขั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการด้านแรงงาน ของ สปป.ลาว รวมถึงเป็นการวางรากฐานการศึกษาด้านพลังงานหมุนเวียนในระดับอาชีวศึกษา อันเป็นการตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของ สปป. ลาว และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาบุคลากรเพื่อป้อนเข้าสู่กลุ่มธุรกิจในพื้นที่ของบริษัทฯ อีกทั้งยังสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติเป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ และเป้าหมายที่ 8 งานที่ดีและเศรษฐกิจที่เติบโตด้วย
โครงการฯ ระยะที่ 3 ได้ถูกยกระดับและให้ความสำคัญกับการเข้าถึงแหล่งพลังงานของชุมชนได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านพลังงานทดแทนเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอกและร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานจากขยะ และพืชพลังงาน โดยการสนับสนุนเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทนให้กับครูอาจารย์ และนักเรียนที่เข้าร่วมฝึกปฏิบัติภาคสนามในการติดตั้งและบำรุงรักษาแผงโซลาร์ในชุมชนท้องถิ่นที่ยังขาดแคลนไฟฟ้า ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน
ความก้าวหน้าการดำเนินงานปี 2568
| กิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน |
|---|---|---|
| การอบรมนักเรียนชั้นปีสุดท้าย | นักเรียนชั้นปีสุดท้าย ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ | 194 คน |
| ช่างซ่อมทั่วไป | วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ | 45 คน |
| การติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ | วิทยาลัยเทคนิคปากปาสัก | 20 คน |
| การติดตั้งปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ | วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ | 20 คน |
| วิทยาลัยเทคนิควิชาชีพแบบประสมแขวงบอลิคำไซ | 22 คน | |
| วิทยาลัยเทคนิควิชาชีพแบบประสมแขวงหัวพัน | 20 คน | |
| วิทยาลัยเทคนิคแขวงหลวงพระบาง | 22 คน | |
| การติดตั้งและซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ | วิทยาลัยเทคนิควิชาชีพแบบประสมแขวงอัตตะปือ | 25 คน |
| ช่างไฟฟ้า | วิทยาลัยเทคนิควิชาชีพแบบประสมแขวงเซกอง | 20 คน |
ผลลัพธ์การดำเนินงาน
- หลังจากเข้ารับการฝึกอบรม นักเรียนได้รับการพัฒนาความรู้ ทักษะ และเทคนิคการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างทักษะ วิชาชีพที่จำเป็นสำหรับการประกอบอาชีพ มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมั่นใจ และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งมีนักเรียน ที่ผ่านการอบรมของโครงการและจบการศึกษาแล้วจำนวน 112 คน โดยแบ่งเป็น ผู้ที่มีงานทำ 35 คน (ร้อยละ 31.25) ผู้ที่ศึกษาต่อ 68 คน (ร้อยละ 60.71) และไม่สามารถติดตามข้อมูลได้ 9 คน (ร้อยละ 8.04)
- สนับสนุนอุปกรณ์ทางวิชาการ เครื่องจักร อุปกรณ์ช่วยการเรียนการสอน และหลักสูตรการอบรม
- ปรับปรุงห้องฝึกปฏิบัติการ 8 โรงเรียน โรงเรียนเป้าหมายมีความพร้อมทางการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น ผู้เรียนได้รับประโยชน์จากการใช้ ห้องฝึกปฏิบัติเพิ่มมากยิ่งขึ้น
- โรงเรียนสามารถประหยัดงบประมาณในการจัดอบรมและงบประมาณในการพัฒนาห้องปฏิบัติการ
- การฝึกอบรมติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับระบบไฟส่องสว่างและระบบปั๊มน้ำที่มีการติดตั้งและใช้งาน สามารถประหยัด การใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 10,026.97 kWh (คำนวณตามระยะเวลาการใช้งานตั้งแต่ติดตั้งแล้วเสร็จและเปิดใช้งาน ถึง 31 ธันวาคม 2568) และคาดการณ์สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ประมาณ 6.09 tCO2e *
| หมายเหตุ: |
|
| กิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน |
|---|---|---|
| การมอบทุนการศึกษา | นักศึกษาระดับปริญญาตร | 11 ทุน |
| นักศึกษาระดับวิชาชีพชั้นสูง | 29 ทุน |
ผลลัพธ์การดำเนินงาน
- สนับสนุนทุนการศึกษาตั้งแต่เดือนกันยายน - ธันวาคม 2568 ทั้งหมด 40 ทุน รวมมูลค่า 506,408,000 กีบ
- ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและค่าครองชีพของครัวเรือนผู้รับทุนในช่วงระยะ 4 เดือนแรกของปีการศึกษา ซึ่งครัวเรือน ของผู้รับทุนทั้งหมด (ร้อยละ 100) ระบุว่า ช่วงที่ได้รับการสนับสนุนส่งผลให้ครัวเรือนไม่มีปัญหาอันเกิดมาจากภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ของผู้รับทุน ช่วยลดภาระทางครอบครัวได้เป็นอย่างดี
- นักศึกษามีค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับดำรงชีวิตในช่วงเปิดภาคเรียน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา โดยทุนสนับสนุนที่เป็น ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายทั่วไป ค่าเดินทาง และค่าที่พัก ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในช่วงเปิดภาคเรียน จากการสอบถามผู้รับทุนทั้ง 40 คน ระบุว่าช่วงเวลาที่ได้รับการสนับสนุนไม่ประสบปัญหาด้านการเรียนอันเกิดจากภาระค่าใช้จ่าย
- คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของผู้รับทุนดีขึ้น จากการมีที่พักที่เหมาะสม การเดินทางที่ปลอดภัย โดยใช้งบประมาณจากทุนการศึกษาที่ได้รับ รวมถึงมีหลักประกันด้านความปลอดภัยขั้นพื้นฐานจากการที่โครงการจัดทำประกันอุบัติเหตุให้ผู้รับทุนด้วย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของ กลุ่มนักศึกษาในช่วงเปิดภาคเรียน เกิดความมั่นคงในการใช้ชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น ในช่วงระยะเวลาการดำเนินโครงการ
2. การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพในชุมชน
| การดำเนินงาน | ผลลัพธ์ |
|---|---|
| การฝึกทักษะทางอาชีพ |
|
| สนับสนุนผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน |
|
3. การดูแลและป้องกันสุขภาพของสังคมและชุมชน
| การดำเนินงาน | ผลลัพธ์ |
|---|---|
| บริจาคโลหิตเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว |
|
| การส่งเสริม สร้างองค์ความรู้ ความตระหนัก ด้านสาธารณสุขให้ชุมชน/หน่วยงานในพื้นที่ |
|
| การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ |
|
| หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ |
|
4. การแบ่งปันช่วยเหลืือสังคมและชุมชน
| การดำเนินงาน | ผลลัพธ์ |
|---|---|
| การบริจาคและแบ่งปันสิ่งของ |
|
| ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ (อุทกภัย) |
|
| ดูแลความปลอดภัย |
|
| ส่งเสริมและสืบสานประเพณี วัฒนธรรมชุมชน |
|
| พัฒนาปรับปรุง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค |
|
| ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่เท่าเทียม |
|
5. ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร
โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน
การดำเนินงานโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ในปี 2568 ยังคงสานต่อเจตนารมณ์เดิมของโครงการ ผ่านความร่วมมือกับกรมป่าไม้ และชุมชนที่ร่วมอนุรักษ์ ส่งเสริมการบริหารจัดการป่าชุมชนในรูปแบบป่ายั่งยืน ชุมชนได้ประโยชน์ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 เพื่อมุ่งสนับสนุนและยกระดับชุมชนในการอยู่ร่วมกับป่า ทั้งการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากป่าในการเป็นแหล่งอาหาร แหล่งท่องเที่ยวทางนิเวศ ที่ช่วยสร้างรายได้ ลดรายจ่าย เป็นแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นทั้งในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ การรองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการเป็นแหล่งพึ่งพิงด้านสมุนไพร และยารักษาโรค อันจะช่วยสร้างความหวงแหนและขยายผลการอนุรักษ์พื้นที่ป่าให้กับชุมชนอื่น ๆ นำาไปเป็นแบบอย่างในการดูแล รักษา และพัฒนาป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน รวมถึงการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่ของตนเองได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับพื้นที่ นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ 13 ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น
ผลการประกวดป่าชุมชนรางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ปี 2568 รวม 16 รางวัล มูลค่าเงินรางวัล 1,450,000 บาท
| ผลสำรวจการใช้เงินรางวัลของป่าชุมชนที่ได้รับรางวัล | |||
|---|---|---|---|
| การบริหารจัดการ | กิจกรรมที่ใช้เงินรางวัล | สัดส่วนเงินรางวัลที่ใช้ (บาท) | ร้อยละ |
| ด้านการฟื้นฟู | ปลูกป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียว | 249,500.00 | 17.21 |
| ทำฝาย กักเก็บความชุ่มชื้น | 163,000.00 | 11.24 | |
| ด้านการอนุรักษ์ | ลาดตระเวน | 299,800.00 | 20.68 |
| ซื้ออุปกรณ์ป้องกันไฟป่า และทำแนวกันไฟ | 212,000.00 | 14.62 | |
| กิจกรรมตามประเพณี (บวชป่า หรือ อื่น ๆ) | 30,200.00 | 2.08 | |
| ด้านการพัฒนา | ทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ สร้างแหล่งเรียนรู้/แหล่งท่องเที่ยว | 327,500.00 | 22.58 |
| อบรมให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์ฯ และการบริหารจัดการป่าชุมชน | 70,000.00 | 4.83 | |
| พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน | 80,000.00 | 5.52 | |
| ส่งเสริมกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช-การกักเก็บคาร์บอน | 18,000.00 | 1.24 | |
ตัวอย่างคุณค่าที่เพิ่มพูนของ “ป่าชุมชนบ้านจาน จังหวัดบุรีรัมย์” ป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ
ป่าชุมชนบ้านจาน ตั้งอยู่พื้นที่หมู่ที่ 6 ตำาบลหนองเต็ง อำาเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ มีพื้นที่ป่า 896 ไร่ 3 งาน 13 ตารางวา มีลักษณะเป็นป่าเต็งรังและป่าผสมผสาน มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารของชุมชน และแหล่งศึกษาเรียนรู้ของผู้ที่สนใจในธรรมชาติ
ผลจากการจัดโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ได้ช่วยสนับสนุนให้ ป่าชุมชนบ้านจานได้รับเงินรางวัลจำานวน 200,000 บาท เพื่อออมไว้ในบัญชีทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนนำไปต่อยอดในการบริหารจัดการป่าชุมชน โดยวางแผนจัดสรรเงินรางวัลที่ได้รับไว้ 3 มิติ ได้แก่ 1) มิติการฟื้นฟู โดยการปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ร้อยละ 35 2) มิติการพัฒนา โดยการปรับปรุงพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน และอาจส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของชุมชน ร้อยละ 35 และ 3) มิติการอนุรักษ์ โดยจัดสรรเงินเพื่อสนับสนุนการลาดตระเวนดูแลรักษาป่า ป้องกันการบุกรุก และเฝ้าระวังเหตุ ร้อยละ 30 ซึ่งเงินรางวัลที่ได้รับจะช่วยสนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานของป่าชุมชนให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพได้ต่อไป

ตัวอย่างคุณค่าที่เพิ่มพูนของ “ป่าชุมชนบ้านห้วยกองเลาะ จังหวัดลำพูน” ป่าชุมชนดีเด่นด้านการรับมือต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ป่าชุมชนบ้านห้วยกองเลาะ ตั้งอยู่พื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบ้านโฮ่ง มีพื้นที่ 3,750 ไร่ มีลักษณะเป็นป่าเต็งรังผสมเบญจพรรณ เป็นป่าบนเนินเขา มีลำห้วยหลักและลำห้วยเล็ก ๆ มากมาย ซึ่งชุมชนใช้ประโยชน์ในการทำเกษตรกรรม เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยว
การรับมือต่อภัยธรรมชาติที่ป่าชุมชนบ้านห้วยกองเลาะมีการดำาเนินการ โดยเฉพาะการรับมือต่อไฟป่า ได้แก่ การจัดทำแนวกันไฟ การตั้งจุดตรวจและสกัดไฟป่า การทำเฉวียนกักเก็บใบไม้ การลาดตระเวนไฟป่า การสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น จัดทำแผนการบริหารจัดการไฟป่าในชุมชน การสร้างความรู้ความเข้าใจต่อชุมชนและเยาวชน การประเมินความเสี่ยง พร้อมกำหนดมาตรการรับมือ การซ้อมแผนฉุกเฉินและเผชิญเหตุไฟป่า การตรวจคัดกรองคนที่จะเข้าไปในป่าชุมชนเพื่อป้องกัน การเข้าไปทำลายป่า การอบรมให้ความรู้ด้านการปฐมพยาบาล ซึ่งถือเป็นกระบวนการบริหารจัดการที่ครอบคลุมตั้งแต่ การป้องกัน จัดการเหตุ แก้ไข บรรเทาผลกระทบ ไปจนถึงการเยียวยารักษา
นอกจากการรับมือต่อเหตุไฟป่าแล้ว ยังได้จัดทำแผนการบริหารจัดการด้านน้ำท่วมและดินโคลนถล่มด้วย โดยการวิเคราะห์เส้นทางการไหลของน้ำและดินโคลนถล่ม ระบุพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุ เตรียมความพร้อมทางด้านกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย การปลูกป่าเสริมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันการกัดเซาะของดิน เสริมการยึดเกาะ และการปลูกหญ้าแฝกบริเวณริมตลิ่งหรือที่ลาดชันเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินด้วย
ผลจากการจัดโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ได้ช่วยสนับสนุนให้ ป่าชุมชนบ้านห้วยกองเลาะได้รับเงินรางวัล จำานวน 50,000 บาท เพื่อออมไว้ในบัญชีทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชน นำไปต่อยอดในการบริหารจัดการป่าชุมชน โดยวางแผนจัดสรรเงินรางวัลที่ได้รับไว้ 2 มิติ ได้แก่ 1) มิติการฟื้นฟู โดยการปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ร้อยละ 14 และการทำฝาย เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นซึ่งจะช่วยคงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไว้ ร้อยละ 20 ของเงินรางวัลที่ได้รับ และ 2) มิติการอนุรักษ์ โดยการจัดซื้อวัสดุ-อุปกรณ์ป้องกันไฟป่าและทำแนวกันไฟ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการทำลายความอุดมสมบูรณ์ของป่า โดยจัดสรรเงินรางวัลที่ได้รับไว้ร้อยละ 60 พร้อมจัดสรรเงินเพื่อสนับสนุนการลาดตระเวนดูแลรักษาป่า ป้องกันการบุกรุก และเฝ้าระวังเหตุอีกร้อยละ 6 ซึ่งเงินรางวัลที่ได้รับจะช่วยสนับสนุนและเสริมความเข้มแข็งของชุมชนในการดูแลป้องกันเหตุในพื้นที่ป่าชุมชน เพื่อคงและรักษาไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของป่าในชุมชนของตนต่อไปได้
การประเมินผลกระทบเชิงบวกที่ชุมชนได้รับจากโครงการ
ป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลได้ช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกในด้านการใช้ประโยชน์จากครัวเรือน ช่วยสร้างคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้ รวมไปถึงการเอื้อประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน ทั้งแหล่งอาหาร แหล่งเรียนรู้ และยังถือเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของชุมชนที่ช่วยปกป้องชุมชนจากภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง และน้ำท่วม เป็นต้น โดยมีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกรวมทั้งสิ้น 3,375 ครัวเรือน หรือประมาณ 12,106 คน ซึ่งพึ่งพาอาศัยและใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนในการดำรงชีพ
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช มาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
บริษัทฯ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เข้าร่วมสนองพระราชดำริตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ตามกรอบดำเนินงานแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่หก และดำเนินงาน “โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) สนองพระราชดำริ โดย บริษัท ราช กรุ๊ป จำากัด (มหาชน)” ซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริอย่างต่อเนื่องตามกรอบแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่เจ็ด เพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยสนองงานภายใต้กรอบการสร้างจิตสำนึก ในกิจกรรมที่ 8 ว่าด้วยกิจกรรมพิเศษสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากร ด้านการอบรมงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน และการอบรมงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น
ตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมสนองพระราชดำริ ภายใต้โครงการ อพ.สธ. บริษัทฯ ได้ส่งเสริมองค์ความรู้การดำเนินงาน ภายใต้กรอบการสร้างจิตสำนึก อพ.สธ. ผ่านการอบรม เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการวางแผนและขยายผลการดำเนินงาน ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรของหน่วยงานนั้น ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561 – 2568 โดยดำเนินการฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 27 รุ่น รวมผู้เข้าร่วมอบรม 1,972 คน

การจัดการคาร์บอนเครดิตจากป่าไม้ เพื่อตอบสนองเป้าหมายกลยุทธ์ความยั่งยืนของบริษัทฯ
บริษัทฯ ดำเนินงานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ผ่านโครงการปลูกป่าบก ป่าชายเลน และการสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าชุมชน เพื่อรับการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตรวม 6 โครงการ ซึ่งนอกเหนือจากปริมาณคาร์บอนเครดิตที่ได้รับผลอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ยังสร้างผลประโยชน์ร่วมให้เกิดขึ้นแก่ท้องถิ่น ชุมชน ในมิติต่าง ๆ ด้วย
| ลักษณะโครงการ | ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น |
|---|---|
ปลูกป่าบก จังหวัดชลบุรี
|
|
ปลูกป่าชายเลนจังหวัดจันทบุรี
|
|
การอนุรักษ์ป่าชุมชน7 แห่ง ในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ
|
|
ปลูกป่าในพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรี
|
|
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ
| การดำเนินงาน | ผลลัพธ์ |
|---|---|
| การฟื้นฟูระบบนิเวศ และอนุรักษ์ทรัพยากร |
|
| การลดก๊าซเรือนกระจก |
|
| การบริหารจัดการของเสีย |
|
| การอบรม พัฒนาองค์ความรู้ |
|
ความพึงพอใจของชุมชน
เพื่อให้มั่นใจว่า การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ มีอำนาจบริหารจัดการยังคงดำเนินงานได้ตามมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับและพึงพอใจ และได้รับความเชื่อถือจากผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ตั้งโครงการ กลุ่มโรงไฟฟ้าจึงได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเด็นด้านการดำเนินงาน กระบวนการผลิต การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การสนับสนุนคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งในการสะท้อนผลการปฏิบัติงานของโรงไฟฟ้า และนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของชุมชน ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้
| ผลการสำรวจความพึงพอใจของชุมชน ปี 2568 | ||
|---|---|---|
| กิจการ | การดำเนินงาน | ร้อยละเฉลี่ยความพึงพอใจ ระดับปานกลาง-มากที่สุด |
| โรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น | สำรวจโดยใช้แบบสอบถามประชาชน ผู้นำท้องถิ่น รวมถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร จากโรงไฟฟ้า | 87.10 |
| โรงไฟฟ้าราช เอ็นเนอร์จี ระยอง | 100.00 | |
| โรงไฟฟ้าราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี | 88.91 | |
| โรงไฟฟ้าหินกอง | 84.11 | |
การแบ่งปันคุณค่ากับชุมชนและสังคม
ในปี 2568 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานโดยมุ่งหวังให้ธุรกิจยังคงเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและสังคม สะท้อนผ่านการลงทุน กิจกรรม และการแบ่งปันคุณค่าในรูปแบบต่าง ๆ รวมกว่า 1,338.42 ล้านบาท
| รายการ | มูลค่า (บาท) |
|---|---|
|
ภาษีเงินได้
(นำส่งภาครัฐเพื่อการพัฒนาประเทศ) |
1,122,829,586 |
|
ภาษีท้องถิ่น
(นำส่งภาครัฐเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น) |
16,392,818 |
|
กองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า
(นำส่งเข้าสู่กองทุนเพื่อการบริหารจัดการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้า) |
127,745,296 |
|
โครงการพัฒนาสังคมและชุมชน(CSR)
|
47,533,646 |
|
การบริจาคเพื่อสาธารณะประโยชน์
|
23,916,232 |