คณะกรรมการตรวจสอบรับผิดชอบต่อคณะกรรมการฯ โดยตรง และมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการฯ ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของ ก.ล.ต. และ ตลท. ดังนี้
- สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
- สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล
- สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
- พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
- พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานกรรมการตรวจสอบและต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
- ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
- ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัท
- ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
- ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
- ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
- สอบทานงานของฝ่ายตรวจสอบภายใน ในเรื่องดังต่อไปนี้
- พิจารณาขอบเขตการปฏิบัติงาน แผนการตรวจสอบประจำปี และงบประมาณ รวมทั้งบุคลากรว่าเหมาะสม สอดคล้องกับขอบเขตการปฏิบัติงาน และเพียงพอที่จะสนับสนุนงานในหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ
- พิจารณาการแต่งตั้ง โยกย้าย หรือ เลิกจ้าง ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน
- พิจารณาการเสนอรายงานผลการปฏิบัติงาน
- พิจารณาความเป็นอิสระของฝ่ายตรวจสอบภายใน
- พิจารณาและทบทวนหลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอยู่เสมอ
- สรุปภารกิจของคณะกรรมการตรวจสอบเสนอคณะกรรมการทราบ
- รายงานสิ่งที่ตรวจพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ให้คณะกรรมการเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร
- รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
- การทุจริต หรือมีสิ่งผิดปกติ หรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบการควบคุมภายใน
- การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
หากคณะกรรมการของบริษัทหรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาตาม วรรคหนึ่ง กรรมการตรวจสอบรายใดรายหนึ่งอาจรายงานว่ามีรายการหรือการกระทำตามวรรคหนึ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ดำเนินการตามข้อ 1-10 ข้างต้น ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการของบริษัทย่อย เท่าที่ได้รับการมอบหมายหรือร้องขอจากบริษัทย่อยและเท่าที่อำนาจหน้าที่จะเปิดช่องให้ดำเนินการได้
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจในการดำเนินการต่างๆ ได้แก่ การเชิญกรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างของบริษัทฯ มาร่วมประชุมหารือ ชี้แจง หรือตอบข้อซักถามในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ การปรึกษาหารือผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาของบริษัทฯ (ถ้ามี) หรือจ้างที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเป็นครั้งคราวในกรณีจำเป็นด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ การขอให้พนักงานของบริษัทฯ ส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับกิจการของบริษัทฯ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ การตรวจสอบหรือสอบสวนในเรื่องต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานภายใต้หน้าที่ความรับผิดชอบสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี การมอบหมายให้พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทฯ คนหนึ่งหรือหลายคนกระทำการใดๆ ภายในขอบเขตหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ รวมถึงการดำเนินการต่างๆ ที่กล่าวแล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทย่อย เท่าที่ได้รับมอบหมายหรือร้องขอจากบริษัทย่อย และเท่าที่อำนาจหน้าที่จะเปิดช่องให้ดำเนินการได้

รายงานคณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ประกอบด้วย กรรมการอิสระ จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ (1) นายประไพสิทธิ์ ตัณฑ์เกยูร ตำแหน่งประธานกรรมการตรวจสอบ (2) นายเกรียงไกร รักษ์กุลชน (3) นายบวรศักดิ์ วานิช และ (4) นายจิรโรจน์ ลัญฉนะวณิชย์ ตำแหน่งกรรมการตรวจสอบ ซึ่งกรรมการทั้ง 4 ท่าน ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ โดยมีนางสาวกมลกาญจน์ หินวิมาน ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่เลขานุการ
กรรมการตรวจสอบทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในระเบียบบริษัทฯ ว่าด้วย คณะกรรมการบริษัท พ.ศ. 2566 และระเบียบบริษัทฯ ว่าด้วย คณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ. 2568 ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
ในปี 2568 คณะกรรมการตรวจสอบได้มีการประชุมภายใต้กำหนดตารางการประชุมล่วงหน้ารวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง โดยมีกรรมการตรวจสอบเข้าประชุมครบจำนวนทุกครั้งและมีวาระการประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชี โดยไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุมด้วย 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สอบบัญชีมีความเป็นอิสระในการได้รับข้อมูล การตรวจสอบข้อมูลที่มีสาระสำคัญในการจัดทำงบการเงิน และการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 4 ครั้ง เพื่อรับทราบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการบริหารความเสี่ยง (รายละเอียดการเข้าประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน ปรากฏอยู่ในตารางการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการในหัวข้อการกำกับดูแลกิจการที่ดี) ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบจะมีฝ่ายบริหารของบริษัทฯ บริษัทย่อย และผู้สอบบัญชีเข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อเสนอข้อมูล รับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงาน ผลจากการประชุมแต่ละครั้งได้นําเสนอต่อคณะกรรมการของบริษัทฯ เป็นวาระประจำ
ในรอบปีที่ผ่านมาคณะกรรมการตรวจสอบได้ดำเนินกิจกรรมที่สำคัญสรุปได้ดังนี้
- สอบทานความถูกต้อง ครบถ้วน ความเชื่อถือได้ของงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปีของ บริษัทฯ และบริษัทย่อย ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน โดยได้สอบทานประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ รายการพิเศษและได้รับคำชี้แจงจากผู้สอบบัญชี ฝ่ายบริหาร จนมั่นใจว่าการจัดทำงบการเงินเป็นไปตามข้อกําหนดของกฎหมายและมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ
- สอบทานและประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน รวมถึงการควบคุมภายในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ โดยพบว่ากรรมการบริษัทฯ ฝ่ายบริหารและพนักงานปฏิบัติตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
- สอบทานการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกําหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ การกำกับดูแลกิจการที่ดี กฎระเบียบ นโยบายบริษัทฯ และครอบคลุมถึงนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และได้นํานโยบายการต่อต้านคอร์รัปชันมาปฏิบัติอย่างจริงจังโดยการเข้าร่วมโครงการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)
- สอบทานรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยรายการที่เป็นรายการเกี่ยวโยง หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์จะต้องนำเสนอคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติ
- กำกับดูแลระบบบัญชีและรายงานทางการเงิน เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการต่าง ๆ มีการกำหนดระบบการควบคุมภายในอย่างเหมาะสม และครอบคลุมถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตหรือคอร์รัปชัน รวมทั้งมีการนำไปปฏิบัติอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ
- สอบทานการบริหารจัดการความเสี่ยง ทบทวนนโยบายการบริหารความเสี่ยง การปฏิบัติตามนโยบาย และแนวทางการบริหารความเสี่ยงกับฝ่ายบริหารและจัดให้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นทิศทางควบคู่กับการตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้คำแนะนำแก่ฝ่ายบริหารในการพิจารณาเกณฑ์การตัดสินใจลงทุนให้มีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาเป้าหมายของบริษัทฯ (Key Corporate Performance Appraisal) ควบคู่กับการประเมินความเสี่ยงในระดับองค์กรทั้งในแง่ของเป้าหมายด้านกำลังการผลิต เป้าหมายด้านธุรกิจใหม่ เป้าหมายด้านผลการดำเนินงาน เป้าหมายด้านการเงิน เป้าหมายด้านความยั่งยืน เป็นต้น
- กำกับดูแลงานตรวจสอบภายใน เพื่อให้มั่นใจว่าการดําเนินงานตรวจสอบภายในเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยให้ความเห็นชอบแผนการตรวจสอบประจำปีและแผนการตรวจสอบระยะยาว โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมสำหรับการกำหนดความถี่ในการตรวจสอบให้ดำเนินการติดตาม สถานการณ์ สภาพแวดล้อม และความเสี่ยงของโครงการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างใกล้ชิด รับทราบรายงานผลการตรวจสอบ สำหรับโครงการที่มีประเด็นข้อตรวจพบจากการตรวจสอบที่ต้องติดตามอย่างมีนัยสำคัญ ให้มีการนำเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพิ่มเติม เพื่อจะได้พิจารณาแก้ไขร่วมกับฝ่ายบริหารต่อไป และให้ความเห็นในเรื่องการควบคุมภายในให้รัดกุมเพียงพอที่จะป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เสนอแนะให้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในงานตรวจสอบเพิ่มขึ้นเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการดำเนินงาน การติดตามผลและการปรับปรุง แก้ไข พิจารณาความเหมาะสมของงบประมาณ จำนวนบุคลากรและการพัฒนาบุคลากรของฝ่ายตรวจสอบภายใน และเสนอแนะให้มีการพัฒนาคุณภาพงานตรวจสอบภายในให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลโดยนำผลการประเมินงานตรวจสอบภายใน (Quality Assurance Review) จากที่ปรึกษาภายนอก มาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงระบบงานการตรวจสอบภายในให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพการตรวจสอบภายในและแนวปฏิบัติสากลที่ดี
โดยสรุป คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่า งบการเงินของบริษัทฯ และบริษัทย่อยได้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ มีความถูกต้อง ครบถ้วน เชื่อถือได้ ระบบการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพียงพอ มีการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่โดยชัดเจน ไม่พบจุดอ่อน หรือข้อบกพร่องของระบบการควบคุมภายในที่เป็นสาระสำคัญ รวมทั้งไม่พบข้อสังเกตหรือประเด็นที่อาจเกี่ยวกับการทุจริตหรือคอร์รัปชัน การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทย่อย รวมถึงรายการที่เกี่ยวโยงกันเป็นไปโดยสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ
ทั้งนี้ ในการพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งนายณัฐพงศ์ ตันติจัตตานนท์ (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 8829) หรือนางสาวดุษณีย์ ยิ้มสุวรรณ (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 10235) หรือนายศักดา เกาทัณฑ์ทอง (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 4628) หรือนางสาวสุรีย์รัตน์ ทองอรุณแสง (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 4409) แห่งบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จํากัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ และผู้สอบบัญชีของบริษัทย่อย ประจำปี 2569 ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ให้ KPMG จัดหาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอื่นของ KPMG ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทฯ มาปฏิบัติงานแทนได้ โดยผู้สอบบัญชีตามรายชื่อดังกล่าวมีความเป็นอิสระ และมีคุณสมบัติเป็นที่ยอมรับและได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมในการสอบบัญชีรวมเป็นเงิน 6.11 ล้านบาท (ไม่รวม Out of Pocket ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 0.25 ล้านบาท) โดยค่าสอบบัญชีเฉพาะส่วนของบริษัทฯ คิดเป็นเงิน 3.8 ล้านบาท (ไม่รวม Out of Pocket ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 0.06 ล้านบาท) ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบได้เสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อนำเสนอขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป
(นายประไพสิทธิ์ ตัณฑ์เกยูร)
ประธานกรรมการตรวจสอบ