การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจและการจัดการภาวะวิกฤต
บริษัทฯ ตระหนักว่าความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันอาจเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ บริษัทฯ จึงกำหนดให้ระบบการควบคุมภายใน การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการจัดการภาวะวิกฤตทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดให้บริษัทแม่ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการกำกับดูแล (Group-level Command & Coordination) ในการกำหนดนโยบายและกรอบการจัดการภาวะวิกฤต และความต่อเนื่องทางธุรกิจระดับกลุ่มบริษัทฯ โครงสร้างคณะทำงานจัดการภาวะวิกฤต การตัดสินใจยกระดับเหตุการณ์จากระดับโครงการสู่ระดับกลุ่ม ตลอดจนแนวทางการตัดสินใจต่อสถานการณ์บนหลักการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย
การบูรณาการการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจและภาวะวิกฤต
บริษัทฯ กำหนดให้การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงองค์กร เพื่อปกป้องและรักษากระบวนการดำเนินงานที่มีความสำคัญ (Critical Business Functions) และความสามารถในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ภายใต้สถานการณ์ที่ผิดปกติให้ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง
ทั้งนี้ บริษัทฯ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย และกรอบการประสานงานกับบริษัทย่อยและโครงการโรงไฟฟ้าดำเนินการอย่างสอดประสานกันเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติหรือเหตุฉุกเฉินพร้อมทั้งจัดให้มีการรายงานข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง และเพียงพอสำหรับการประเมินสถานการณ์ในระดับกลุ่มบริษัทฯ ด้วย
ในกรณีที่เหตุการณ์มีความซับซ้อน หรือมีแนวโน้มส่งผลกระทบในวงกว้าง การจัดการจะยกระดับสู่กระบวนการจัดการภาวะวิกฤต (Crisis Management) ในระดับกลุ่ม เพื่อทำหน้าที่ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ จัดลำดับความสำคัญของผลกระทบ และประสานการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีกระบวนการทบทวนหลังเหตุการณ์ (post-incident review) และการรวบรวมบทเรียนเพื่อนำไปใช้ปรับปรุงมาตรการ นโยบาย และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องของกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง
การบูรณาการการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจและการจัดการภาวะวิกฤต ช่วยให้กลุ่มบริษัทฯ สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างเป็นระบบ ลดความสูญเสียจากการหยุดชะงักของการดำเนินงาน และจำกัดผลกระทบเชิงลบในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการพลังงานซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อสังคม ด้วย
ทั้งนี้ บริษัทฯ และโรงไฟฟ้าต่าง ๆ กำหนดให้มีการทดสอบแผนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการซ้อมแผนฉุกเฉินในโรงไฟฟ้า และมีการทบทวนบทเรียนจากเหตุการณ์จริง เพื่อนำมาปรับปรุงแผนให้มีความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละกิจการ
