โครงสร้างรายได้

บริษัทฯ จำแนกแหล่งที่มาของรายได้ 4 ประเภท ดังนี้

Revenue structure

รายได้ปี 2568

จำแนกตามประเภทรายได้

2025 Revenue
classification

สถานะทางการเงิน

(ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568)

Financial Position

การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

กลุ่มบริษัทฯ มุ่งสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนผ่านการกำกับดูแลและบริหารการลงทุนอย่างรอบคอบ การจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ และประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทย่อย ควบคู่กับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

การกระจายมูลค่าทางเศรษฐกิจปี 2568

รายการ มููลค่่า (ล้้านบาท)
1. มูลค่าทางเศรษฐกิจที่ดำเนินการได้
รายได้จากการขายและการให้บริการ และรายได้ตามสัญญาเช่า 27,081.62
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า 6,896.77
เงินปันผลรับ 14.19
รายได้อื่น ๆ 1,926.09
2. มูลค่าทางเศรษฐกิจที่บริษัทฯ ได้รับ
กำไรส่วนของบริษัทฯ 6,220.43
3. มูลค่าทางเศรษฐกิจที่กระจายให้ผู้มีส่วนได้เสีย
รายการ ผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่า มููลค่่า (ล้้านบาท)
ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง คู่ค้า 12,425.51
ค่าปฏิบัติการและบำรุงรักษา คู่ค้า 1,922.76
ค่าซ่อมแซมและอะไหล่ในการบำรุงรักษา คู่ค้า 1,219.23
ค่าเบี้ยประกันโรงไฟฟ้า คู่ค้า 510.36
ค่าใช้จ่ายการบริหารและค่าตอบแทน พนักงาน 1,208.14
ต้นทุนการเงิน/ดอกเบี้ยจ่าย เจ้าหนี้ 4,331.74
ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สอบบัญชี คู่ค้า 3.65
ภาษีจ่ายภาครัฐ* รัฐบาล 1,122.83
ภาษีท้องถิ่น** หน่วยงานท้องถิ่น 16.39
เงินลงทุนร่วมธุรกิจ พันธมิตร 3,555.89
เงินปันผลจ่ายผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้น 3,480.00
เงินลงทุนด้านชุมชนและสังคม ชุมชน 199.20
* รวมภาษีนิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในไทย
** ภาษีท้องถิ่น คือ ภาษีที่รัฐให้อำนาจองค์กรปกครองท้องถิ่นจัดเก็บ เพื่อเป็นรายได้นำไปพัฒนาท้องถิ่น และท้องถิ่นสามารถดำเนินการจัดเก็บได้ตามดุลยพินิจ โดยไม่ต้องนำส่งรายได้นั้นแก่รัฐบาล ประกอบด้วย ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องถิ่น และภาษีป้าย

การเติบโตในอนาคต

บริษัทฯ มีแผนการลงทุนเพื่อขยายการเติบโตทางธุรกิจ โดยกำหนดเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศภายในปี 2573 จำแนกตามประเภทเชื้อเพลิงดังนี้

ประเภทเชื้อเพลิง กำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้น
ในปี 2568 (MW)
เป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้น
ในปี 2573 (MW)
ก๊าซธรรมชาติ 3,991.61 3,991.61
พลังงานลม 685.25 1,737.25
พลังงานน้ำ 86.20 86.20
แสงอาทิตย์ 42.50 342.09
เชื้อเพลิงชีวมวล 7.87 7.87
รวม 4,813.43 6,165.02

การบริหารจัดการด้านภาษีของกลุ่มบริษัทฯ

บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายด้านภาษีอากรอย่างเคร่งครัด และบริหารจัดการภาษีด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม รอบคอบ และรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสีย โดยได้กำหนดนโยบายการปฏิบัติด้านภาษีไว้เป็นกรอบในการกำกับดูแลกลุ่มบริษัทฯ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง ตรงตามกฎหมาย และสะท้อนหลักธรรมาภิบาลที่ดี ซึ่งมีผลการดำเนินงานปี 2568 ที่สอดคล้องครบถ้วนทั้งหมด ดังนี้

นโยบายการปฏิบัติด้้านภาษี ของกลุ่่มบริษัทฯ
แนวปฏิบัติ ผลการดำเนินงานปี 2568
การบริหารจัดการ
  • บริหารจัดการวางแผนด้านภาษีอากร และจ่ายภาษีอากรตามแนวทางที่กฎหมายกำหนด
  • จัดให้มีการนำส่งภาษี หรือขอคืนภาษีอย่างถูกต้องภายในกำหนดเวลา
  • จัดให้มีการวางแผน ศึกษา วิเคราะห์ผลกระทบทางภาษี ก่อนเข้าลงทุนโครงการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างและนโยบายการลงทุนรวมถึงใช้สิทธิประโยชน์และโครงสร้างภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • ทำธุรกรรมระหว่างกลุ่มบริษัทฯ ที่เป็นไปตามหลักการ Arm's Length เยี่ยงบุคคลที่เป็นอิสระต่อกันพึงกำหนดโดยสุจริต
  • ไม่มีการละเมิดกฎหมายอันเป็นเหตุจากการบริหารภาษีของกลุ่มบริษัทฯ
  • บริหารจัดการภาษีที่เกี่ยวข้อง และนำส่ง/ขอคืนภาษีอากรตามกำหนดเวลาของกฎหมาย รวมถึงศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบทางภาษีความสอดคล้องในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายด้านภาษีเพื่อประกอบการพิจารณาลงทุนโครงการ และใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างถูกต้อง
  • กลุ่มบริษัทฯ ทำการชำระภาษีเงินได้ ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นเงินรวม 1,122.83 ล้านบาท และภาษีท้องถิ่น ได้แก่ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีป้าย รวมเป็นเงิน 16.39 ล้านบาท
การส่งเสริมและสนับสนุน
  • จัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านภาษีที่มีความรู้ มีทักษะ สามารถให้ข้อมูลทางภาษีที่ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงในการดำเนินธุรกิจได้
  • ให้ความรู้ คำปรึกษากับหน่วยงานต่าง ๆ และพนักงานภายในกลุ่มบริษัทฯเกี่ยวกับภาษีอากร เพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายภาษีอากร
  • จัดให้มีที่ปรึกษาด้านภาษีอากรที่มีความเชี่ยวชาญ และให้คำปรึกษาเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และถูกต้องตามแนวทางที่กฎหมายกำหนด
  • เปิดเผยนโยบายด้านภาษีให้กับผู้มีส่วนได้เสีย
  • หน่วยงานด้านภาษีของกลุ่มบริษัทฯ ประกอบด้วย ส่วนบริหารภาษีฝ่ายบริหารภาษีและบัญชีแยกประเภทของบริษัทฯ และฝ่ายกฎหมายและฝ่ายบัญชี/การเงินของโรงไฟฟ้า/กลุ่มบริษัทฯ
  • เผยแพร่ข้อมูลและความรู้ด้านบัญชีการเงินและภาษีที่เกี่ยวข้อง/น่าสนใจหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนได้รับทราบผ่านทางอีเมลในรูปแบบ AP Newsletter ทุกไตรมาส ซึ่งในปี 2568 มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับด้านภาษีรวม 4 ครั้ง ได้แก่ อากรแสตมป์ สัญญาบริการจัดการ (MSA) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การเบิกค่าใช้จ่ายของพนักงาน และสวัสดิการพนักงานที่ต้องเสียภาษีเงินได้
  • ว่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดำเนินงาน ด้านภาษีที่ถูกต้องและสอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ เช่น ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการลดทุนจดทะเบียนบริษัทย่อย ภาระภาษีในการซื้อหุ้นบริษัทไทยจากบริษัทต่างประเทศ การจัดเก็บภาษีเงินได้ นิติบุคคลข้นตำ (Global Minimum Tax) เป็นต้น
  • เปิดเผยนโยบายการปฏิบัติด้านภาษีฯ ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท

ข้อมูลเพิ่มเติม:

นวัตกรรม

นวัตกรรมใหม่เพื่อการลดใช้เชื้อเพลิง ของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP)

โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP: Small Power Plant) ที่มีกําลังการผลิต 99.46 เมกะวัตต์ มีอายุสัญญาการเดินเครื่อง 25 ปี ตั้งอยู่ตําบลเบิกไพร อําเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 35 ได้พัฒนานวัตกรรมและติดตั้ง “ระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำร่วม 3 ระบบ” ซึ่งบริษัทฯ คิดค้นขึ้นให้การผลิตพลังงานไฟฟ้า มีประสิทธิภาพมากกว่าโรงไฟฟ้า SPP ทั่วไป กล่าวคือ โรงไฟฟ้าใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าน้อยกว่าโรงไฟฟ้าประเภทเดียวกัน จากการบริหารอัตราการใช้ความร้อน (Heat Rate) ตอบสนองต่อการเดินเครื่องทั้งในช่วงที่ลูกค้ามีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (On-Peak) และความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำสุด (Off-Peak) ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างดี ผลที่ได้รับคือช่วยลดต้นทุนการผลิต และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้อย่างมีนัยสําคัญ

นวัตกรรมระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำร่วม 3 ระบบนี้ ประกอบด้วย เครื่องกังหันแก๊ส (Gas Turbine) เครื่องกังหันไอน้ำ (Steam Turbine) และเครื่องยนต์แก๊ส (Gas Engine) เป็นระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่นํามาใช้ทดแทนโมเดลเครื่องจักรการผลิตพลังงานไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าประเภทโคเจนเนอเรชั่นที่ใช้กันทั่วไป โดยระบบนี้ใช้เครื่องยนต์แก๊ส 3 เครื่องแทนการใช้เครื่องกังหันแก๊ส 1 ชุด ทําให้โรงไฟฟ้าเดินเครื่องผลิตตามคําสั่งของลูกค้าได้ยึดหยุ่นมากขึ้น สามารถรองรับการสั่งเดินเครื่องและหยุดเดินเครื่องได้ทุกวัน (Daily Start/Stop : DSS) ตามความต้องการของลูกค้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าและไอน้ําร่วม 3 ระบบของโรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น

Electricity and steam generation combined with 3 systems at Berkprai Cogeneration Power Plant
หน่วยย่อยสําหรับผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจากเครื่องกังหันแก๊ส
  • หมายเลข 1 เครื่องอัดอากาศ (Air Compressor)
  • หมายเลข 2 ห้องเผาไหม้
  • หมายเลข 3 เครื่องกังหันแก๊ส (Gas Turbine)
  • หมายเลข 4 เครื่องผลิตไอน้ํา แบบนําความร้อนกลับมาใช้ใหม่ (HRSG: Heat Recovery Steam Generator) ของ Gas Turbine
หน่วยย่อยสําหรับผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจากเครื่องยนต์แก๊ส
  • หมายเลข 6, 7 และ 8 เครื่องยนต์แก๊ส (Gas Engine)
  • หมายเลข 9, 10 และ 11 หน่วยผลิตไอน้ํา แบบนําความร้อน กลับมาใช้ใหม่ (HRSG) ของ Gas Engine
หน่วยย่อยสําหรับผลิตไฟฟ้าด้วยไอน้ำ
  • หมายเลข 5 เครื่องกังหันไอน้ำ (Steam Turbine)

นวัตกรรมนี้สามารถลดปริมาณอัตราการใช้ความร้อน หรือปริมาณการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ประมาณ 300 บีทียู/ กิโลวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็นการประหยัดการใช้เชื้อเพลิงประมาณร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าประเภท SSP ทั่วไป ขณะที่ประสิทธิภาพการผลิตทั้งในช่วงที่ความต้องการไฟฟ้าสูง (Peak) และความต้องการไฟฟ้าต่ำ (Off-Peak) อยู่ที่ร้อยละ 47.05 สูงกว่าค่าเฉลี่ยไฟฟ้าประเภทเดียวกันอยู่ที่ร้อยละ 42.92 และปัจจัยค่าความพร้อมจ่ายไฟฟ้า (Equivalent Availability Factor) อยู่ที่ร้อยละ 98.75 เทียบค่าเฉลี่ยโรงไฟฟ้าประเภทเดียวกันที่ร้อยละ 89.97 ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างขอจดอนุสิทธิบัตรนวัตกรรมการผลิตในรูปแบบใหม่นี้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งได้ขยายผลนวัตกรรมดังกล่าวไปติดตั้งในโครงการส่วนขยายของโรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้มีอัตราการใช้ความร้อนน้อยที่สุด และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตให้ได้น้อยที่สุดด้วย

The Air Inlet Filter

ในการพัฒนานวัตกรรม โครงการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องกังหันก๊าซ (Gas Turbine) โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรี เพื่อลดผลกระทบจากอุณหภูมิอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรีได้ศึกษาวิธีการและทำการปรับลดอุณหภูมิของอากาศก่อนเข้า Air Inlet Filter ช่วยเพิ่มสมรรถนะกำลังการผลิตของเครื่องกังหันแก๊ส เพื่อให้โรงไฟฟ้าสามารถผลิต ไฟฟ้าตอบสนองการสั่งการของลูกค้าได้ และลดการใช้เชื้อเพลิง

The Air Inlet Filter
1
โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรีสามารถเพิ่มกำลังผลิตของเครื่องกังหันแก๊สได้ตาม Contracted Capacity ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้ในกรณีที่อุณหภูมิสูงขึ้น 1-5 องศาเซลเซียส
2
ปรับปรุง Heat Rate ของโรงไฟฟ้าให้ดีขึ้น สามารถช่วยลดการใช้ความร้อนจากเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานไฟฟ้า ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง
3
ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเพลิงต่อหน่วยผลิตที่ลดลง สามารถบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกได้