กลุ่มบริษัทฯ มีความก้าวหน้าในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำที่สำคัญ ดังนี้

ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความก้าวหน้าของกลุ่มบริษัทฯ และความตั้งใจจริงที่จะดำเนินการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องและเหมาะสม โดยคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงานและข้อจำกัดของโครงสร้างสินทรัพย์ในแต่ละประเทศด้วย

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2568

กลุ่มบริษัทฯ มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขอบเขตที่ 1-3 ตาม financial control รวม 19,447,065 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตัวชี้วัด หน่วย 2568
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1)
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) tCO2e 4,764,493
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน(ขอบเขตที่ 2)
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2)-Location Based tCO2e 27,766
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2)-Market Based tCO2e 27,766
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) : ตามประเภทของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไฟฟ้า รวม 9 ประเภท
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ ทั้งหมด (ขอบเขตที่ 3) tCO2e 14,654,806
Category 1: การซื้อสินค้าและบริการ tCO2e 1,725
Category 2: สินทรัพย์ที่เป็นทุน tCO2e 786
Category 3: กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงและพลังงาน tCO2e 1,274,321
Category 4: การขนส่งวัตถุดิบต้นน้ำ tCO2e 10
Category 5: การกำจัดของเสียที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมขององค์กร tCO2e 2,604
Category 6: การเดินทางเพื่อธุรกิจ tCO2e 205
Category 7: การเดินทางของพนักงาน tCO2e 259
Category 13: การปล่อยเช่าสินทรัพย์ขององค์กร tCO2e 14
Category 15: การลงทุน tCO2e 13,374,883

หมายเหตุ : * ขอบเขตที่ 3 กิจกรรมการลงทุนครอบคลุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติรวมกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 6,605.42 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 68.91% ของกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์รวม

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมของกลุ่มบริษัทฯ (ตามอำนาจบริหารทางการเงิน)

ตัวชี้วัด หน่วย 2568 2567 2566
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม ขอบเขตที่ 1-2 tCO2e 4,792,259 4,569,025 4,232,364
ปริมาณความเข้มข้นก๊าซเรือนกระจก
ต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตจำหน่าย ขอบเขตที่ 1-2
(GHG Intensity : Scope 1-2)
tCO2e/MWh 0.2999 0.2911 0.3464
การเปรียบเทียบและการเปลี่ยนแปลงของตัวเลข

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเชิงปริมาณรวมของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่บริษัทฯ รับรู้จากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกองในงบการเงินรวม แต่ผลการดำเนินงานด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบริษัทฯ ในเชิงประสิทธิภาพและเชิงโครงสร้างยังคงอยู่ในทิศทางที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะกลางและระยะยาว สะท้อนถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (Scope 1 และ Scope 2) ปี 2568 เท่ากับ4.79 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.87%
  • ความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยการผลิตไฟฟ้า เพิ่มขึ้นจาก 0.2911 เป็น 0.2999 tCO2e/MWh
  • สัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.4% ของกำลังการผลิตรวม ซึ่งช่วยชะลออัตราการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวม

การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต

การจัดการด้านพลังงาน

ในปี 2568 กลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และขนาดเล็กจำนวน 5 แห่ง ร่วมกับอาคารสำนักงานใหญ่ ได้ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงานรวม 26 กิจกรรม ส่งผลให้สามารถลดการใช้ความร้อนจากเชื้อเพลิงได้รวม 16,591 ล้านบีทียู และลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้รวม 8,506,624 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ รวม 4,865 tCO2e

การใช้แหล่งพลังงานทดแทน

ปี 2568 มีปริมาณการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าสุทธิจากแหล่งพลังงานทดแทนอยู่ที่ 3,130,266 เมกะวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละ 19.11 ของปริมาณการผลิตสุทธิทั้งหมด

imgTitle

การดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากพื้นที่ป่าไม้

ปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ผ่านโครงการปลูกป่าบกและป่าชายเลน การสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าชุมชน เพื่อรับการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากป่า อีกทั้งยังได้ส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าชุมชนทั่วประเทศจากกิจกรรมประกวดป่าชุมชน ภายใต้โครงการ "คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน" ที่บริษัทฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 การดำเนินการดังกล่าวล้วนช่วยสร้างแหล่งดูดกลับและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากชั้นบรรยากาศ เพื่อลดความเข้มข้นลงได้เป็นอย่างดี และยังส่งผลดีร่วมในการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและความสมดุลของระบบนิเวศ ก่อให้เกิดการพึ่งพาอาศัยและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนและสังคมด้วย

โครงการส่งเสริมการปลูกป่าเพื่อดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบริษัทฯ

โครงการ
ประเภทป่าไม้และพื้นที่สีเขียว
หน่วยงาน
ความร่วมมือ/
เจ้าของโครงการ
พื้นที่
(ไร่)
ระยะเวลาคิดคาร์บอนเครดิต ปริมาณคาร์บอนเครดิต (tCO2e) การขึ้นทะเบียน/ขอรับรองเครดิต
ทั้งหมดที่โครงการ
จะได้รับ
ที่บริษัทฯ จะได้รับ
ต่อปี
ที่บริษัทฯ
ได้รับแล้ว
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพภายใต้ความร่วมมือในการพัฒนาโครงการ T-VER พื้นที่ป่าคลองตะเคียน ต.เกษตรสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี กรมป่าไม้ 339.02 15 ปี
(17 กรกฎาคม 2567 -
30 กันยายน 2582)
4,831.04
(หรือ ปีละ 322.07)
289.86
(ร้อยละ 90)
- คาดว่าจะขึ้นทะเบียนปี 2569
และขอรับรองเครดิต ปี 2573
โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพภายใต้ความร่วมมือในการพัฒนาโครงการ T-VER พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแดงและป่าชุมนุมกลาง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี กรมป่าไม้ 130 15 ปี
(27 ตุลาคม 2568 -
30 กันยายน 2583)
1,852.5
(หรือ ปีละ 123.5)
111.15
(ร้อยละ 90)
- คาดว่าจะขึ้นทะเบียนปี 2569
และขอรับรองเครดิต ปี 2573
โครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 113.47 10 ปี
(24 สิงหาคม 2566 -
23 สิงหาคม 2576)
3,120
(หรือ ปีละ 312)
280.8
(ร้อยละ 90)
- ขึ้นทะเบียนปี 2567
และขอรับรองเครดิต ปี 2570
โครงการ "การจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" พื้นที่ดำเนินโครงการป่าชุมชนบ้านนาเจริญ จ.เชียงราย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ 1,000 5 ปี
(2565-2570)
(รับซื้อเครดิต 3 ปี
ในปี 2565-2568)
1,914.03
(หรือ ปีละ 638.01)
551.19
(ตามข้อตกลงโครงการ)
- ขึ้นทะเบียน ปี 2567
และขอรับรองเครดิต ปี 2569
โครงการ “การจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” พื้นที่ดำเนินโครงการในป่าชุมชนภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ 10,000 5 ปี
(2566-2571)
(รับซื้อเครดิต 3 ปี
ในปี 2566-2569)
18,747.78
(หรือ ปีละ 6,249.26)
5,468.25
(ตามข้อตกลงโครงการ)
- ขึ้นทะเบียนปี 2567
และขอรับรองเครดิต ปี 2570
โครงการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการจัดการป่าชุมชน 5 แห่ง จ.สระแก้ว จ.ขอนแก่นจ.นครราชสีมา เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก กรมป่าไม้ 2,724.23 15 ปี
(2567-2581)
10,935
(หรือ ปีละ 729)
364.5
(ร้อยละ 50)
- ขึ้นทะเบียนปี 2568
และขอรับรองเครดิต ปี 2572
โครงการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการจัดการป่าชุมชน 2 แห่ง จ.แพร่ กรมป่าไม้ 2,498.19 15 ปี
(2567-2581)
8,595
(หรือ ปีละ 573)
286.5
(ร้อยละ 50)
- ขึ้นทะเบียนปี 2569
และขอรับรองเครดิต ปี 2573
บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด
โครงการปลูกป่าอย่างยั่งยืนโรงไฟฟ้าราชบุรี 47.92 20 ปี
(1 กันยายน 2562 -
31 สิงหาคม 2582)
1,140
(หรือ ปีละ 57)
57 390 ขอรับรองครั้งถัดไป ปี 2570
โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มความ หลากหลายทางชีวภาพ (พื้นที่ป่าคลองตะเคียน ต.เกษตรสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี)
โครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จาก คาร์บอนเครดิต โดยกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ร่วมกับบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (จ.จันทบุรี)
โครงการ “การจัดการคาร์บอนเครดิตในป่า เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โครงการป่าชุมชน บ้านนาเจริญ จ.เชียงราย
โครงการการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่า เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ป่าชุมชนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
โครงการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการจัดการ ป่าชุมชน 5 แห่ง เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก (จ.สระแก้ว จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมา)
โครงการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการจัดการป่าชุมชน 2 แห่ง (จ.แพร่)

โครงการปลูกป่าชายเลนบนพื้นที่ตะกอนพอกพูน ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
โดยบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด

ปี 2568 บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด (บริษัทย่อยหลัก) ได้เริ่มดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนบนพื้นที่ของบริษัท จำนวน 12 ไร่ ในตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ภายหลังจากที่ได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อหาชนิดพันธุ์ไม้ ป่าชายเลนที่เหมาะสมกับพื้นที่ได้ 3 ชนิด ได้แก่ ต้นโกงกางใบใหญ่ ต้นแสมขาว และต้นแสมทะเล ซึ่งมีศักยภาพการเจริญเติบโต และทนทานต่อปัจจัยรบกวนทางธรรมชาติได้ดีที่สุด

บริษัทฯ ได้จัดหาต้นแสมขาวอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน (ความสูงมากกว่า 60 เซนติเมตร) ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อนำมาพักไว้เตรียมการปลูก และเริ่มปลูกในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 บนเนื้อที่ 7.35 ไร่ รวมจำนวน 2,200 ต้น ระยะปลูก 2×3 เมตร จากนั้นในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ได้ติดตามการเติบโตและตรวจนับอัตราการรอดตายของกล้าไม้ ทั้งหมด พบว่าอยู่ที่ร้อยละ 76.36 ซึ่งสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 โดยต้นไม้เจริญเติบโต และทนต่อสภาพคลื่นลมแรงตลอดระยะเวลาได้ดี

ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูพื้นที่ผืนนี้ให้เป็นป่าชายเลนที่ช่วยสร้างระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและอนุบาลสัตว์น้ำ และสามารถเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจก (Carbon Sink) ได้ในอนาคต

การดำเนินงานโครงการนี้ยังช่วยตอบสนองเป้าหมายย่อยที่ 14.6 การบริหารจัดการและฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล และชายฝั่ง ภายใต้เป้าหมายที่ 14 การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนของ SDGs ด้วย

กิจกรรมสนับสนุนการเพิ่มแหล่งกักเก็บ/ดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมประกวดป่าชุมชนระดับประเทศ และสนับสนุนเงินรางวัลให้แก่ป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลรวม 16 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคกลางและภาคตะวันออก รวมพื้นที่ป่าทั้งสิ้น 24,088.08 ไร่ ป่าชุมชนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ โดยสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ประมาณ 151,754.90 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และก่อให้เกิดมูลค่าบริการระบบนิเวศราว 2,161.59 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในการกักเก็บน้ำในดิน การปล่อยน้ำท่า ตลอดจนเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีนัยสำคัญ

การเปิดเผยข้อมูลตามกรอบ TCFD

การเปิดเผยข้อมูลตามกรอบ TCFD

การเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ