โครงสร้างการจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
บริษัทฯ ได้กำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยไว้อย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ทิศทาง และเป้าหมาย รวมถึงกำกับติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ขณะที่คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่กำกับดูแลความเสี่ยงในมิติต่าง ๆ ของโครงการ และมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืนกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานในภาพรวม
ระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
บริษัทฯ กำหนดนโยบายและกรอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับกลุ่ม พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงาน และรายงานผลคณะกรรมการบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ส่งเสริมให้โรงไฟฟ้าพัฒนาระบบบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ได้ยึดหลักการของ ISO 45001: 2018 และแนวคิด Plan–Do–Check–Act (PDCA) ในการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการดำเนินงาน
การจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยได้ถูกบูรณาการเข้ากับระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมส่วนกลาง (ESMS) ของบริษัทฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรอบการกำกับดูแลในภาพรวม ครอบคลุมการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศที่ตั้งของสถานประกอบการ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีระบบ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล มีการปรับปรุงผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการป้องกันการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยจากการทำงานให้เกิดประสิทธิผลที่ดี
| โรงไฟฟ้า | ได้รับการรับรองมาตรฐาน |
|---|---|
| ราชบุรี | ISO 45001:2018 |
| ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี | ISO 45001:2018 |
| หินกองเพาเวอร์ | ISO 45001:2018 |
| อาซาฮาน-1 | ISO 45001:2018 |
| สหกรีน ฟอเรสท์ | T-OSH OSHMS:2019 ระดับแพลทินัม |
| T-OSH OSHMS:2019 ระดับแพลทินัม | T-OSH OSHMS:2019 ระดับแพลทินัม |
ข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบบการบริหารด้านความปลอดภัย
กลุ่มบริษัทฯ มุ่งเน้นการควบคุมเชิงป้องกันมากกว่าการแก้ไขหลังเกิดเหตุ จึงมีการวางระบบเชิงป้องกันต่าง ๆ ในการดำเนินงานดังนี้
การระบุและประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
กลุ่มบริษัทฯ ทำการประเมินความเสี่ยงทั้งการพัฒนาโครงการ ก่อนกิจกรรมซ่อมบำรุงใหญ่ และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน (Management of Change – MOC) โดยความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งโรงไฟฟ้าจะต้องมีการตรวจสอบมาตรการควบคุมและป้องกัน พร้อมทั้งรายงานผลตามสายการบังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ งานระบบไฟฟ้าแรงสูง งานในที่อับอากาศ (Confined Space) งานบนที่สูง งานที่ก่อให้เกิดความร้อน เปลวไฟหรือประกายไฟ (Hot Work) งานระบบไอน้ำและก๊าซแรงดันสูง งานซ่อมบำรุงใหญ่ และงานที่เสี่ยงจากภาวะอุณหภูมิสูงและสภาพอากาศรุนแรง
การควบคุมการปฏิบัติงาน
กลุ่มบริษัทฯ ใช้หลักการ 5 ลำดับในการกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงต่าง ๆ ดังนี้
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดมาตรการควบคุมการปฏิบัติงานในทุกช่วงของการทำงาน ตั้งแต่ก่อนเข้าปฏิบัติงาน ระหว่างปฏิบัติงาน และภายหลังการปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุจากการทำงานให้ได้มากที่สุด และถือเป็นการตรวจสอบประสิทธิภาพของการกำหนดมาตรการควบคุมหรือวิธีปฏิบัติงานที่ได้จัดทำขึ้น และการสื่อสารสร้างความเข้าใจและความตระหนักให้กับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี
การจัดการเหตุฉุกเฉินและการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง
บริษัทฯ ได้จัดทำแผนรองรับเหตุฉุกเฉินและมาตรการป้องกันอุบัติภัยร้ายแรงอันสอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยงของการดำเนินงาน พร้อมกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ และขั้นตอนการตอบสนองที่ชัดเจน โดยดำเนินการฝึกซ้อมเป็นประจำทั้งในระดับภายในหน่วยงานเอง ระหว่างหน่วยงานภายใน และการฝึกซ้อมร่วมกับหน่วยงานภายนอก ซึ่งภายหลังการฝึกซ้อม จะมีการทบทวนประเด็นข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แผนรองรับเหตุฉุกเฉินในสถานการณ์ต่าง ๆ เกิดประสิทธิภาพต่อการควบคุมเหตุการณ์ ช่วยลดผลกระทบต่อพนักงาน ผู้รับเหมา ชุมชนโดยรอบ สิ่งแวดล้อม และทรัพย์สินให้ได้อย่างดีที่สุด
สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการฝึกซ้อม
การจัดการภาวะวิกฤติ
บริษัทฯ จัดทำแผนการจัดการภาวะวิกฤติ แผนการสื่อสารภาวะวิกฤติ และแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจของแต่ละหน่วยธุรกิจไว้ตั้งแต่ปี 2561 และมีการทบทวนความเหมาะสมของแผนอย่างสม่ำเสมอ หรือเมื่อมีกิจกรรมหรือกระบวนการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินรุนแรงไม่ให้ส่งผลกระทบจนเกิดการหยุดชะงักของธุรกิจได้
| ประเด็น | แนวปฏิบัติของบริษัทฯ |
|---|---|
| กรอบการบริหารจัดการ | กำหนดนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเป็นกรอบหลัก ในการบริหารจัดการภาวะวิกฤติ ครอบคลุมการป้องกัน การตอบสนอง การสื่อสาร และการฟื้นฟูการดำเนินงาน เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนิน ต่อเนื่องได้แม้ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด |
| โครงสร้างการกำกับดูแล | จัดตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยง ทำหน้าที่กำกับ ดูแล และติดตามการดำเนินงาน ด้านการจัดการภาวะวิกฤติ โดยรายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นระยะ ๆ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ |
| บทบาทและความรับผิดชอบ | กำหนดให้ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารสินทรัพย์ ทำหน้าที่ผู้จัดการความต่อเนื่อง ทางธุรกิจ เป็นผู้กำหนดและประสานงานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจขององค์กร ทำงานประสานกับคณะกรรมการจัดการภาวะวิกฤติ |
| แผนรองรับ | จัดทำและบูรณาการ แผนบริหารการจัดการภาวะวิกฤติ แผนการสื่อสารภาวะวิกฤติ และแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ |
| ประเภท | ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรง เหตุเพลิงไหม้ เหตุระเบิด การรั่วไหลของสารเคมี การโจมตี ทางไซเบอร์ การก่อการร้าย |
| การสื่อสาร | กำหนดแนวทางการสื่อสารในภาวะวิกฤติไว้อย่างชัดเจน ครอบคลุมการสื่อสารภายใน และภายนอกแบบสองทาง เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความถูกต้อง ทันท่วงที และคลายความวิตกกังวลได้ |
| การทบทวนและปรับปรุง | ทบทวนและปรับปรุงแผนการจัดการภาวะวิกฤติ แผนการสื่อสารภาวะวิกฤติ และแผนความต่อเนื่อง ทางธุรกิจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ เพื่อให้แผนมีความเหมาะสม และสามารถใช้งานได้จริง |
| การสร้างความตระหนัก | สร้างความตระหนักรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ และปลูกฝังจนเป็นวัฒนธรรมองค์กร |
ข้อมูลเพิ่มเติม:
แผนความต่อเนื่องทางธุุรกิจ
แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ของบริษัทฯ จัดทำขึ้นตามกรอบมาตรฐานสากล ISO 22301 ที่ครอบคลุม 3 สถานการณ์ ที่อาจส่งผลให้การดำเนินธุรกิจต้องหยุดชะงัก ดังนี้:
บริษัทฯ ทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจและทดสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าแผนความต่อเนื่องของหน่วยงานยังสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยง และผลกระทบต่อการดำเนินงานสำคัญ โดยกระบวนการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของระบบการบริหารจัดการความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการขององค์กรให้ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
การมีส่วนร่วมของพนักงานและการสื่อสารด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
การมีส่วนร่วมของพนักงานในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่สำคัญ จะดำเนินการผ่านคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ที่มีตัวแทนของพนักงานและคู่ค้าเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯ โดยมีบทบาทหน้าที่ตั้งแต่การร่วมกำหนดนโยบายและแผนงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย พิจารณาและติดตามผล การดำเนินงานด้านความปลอดภัย ตรวจสอบและเสนอแนะแนวทางป้องกันอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน ทบทวนผล การสอบสวนอุบัติการณ์และเหตุเกือบเกิด (Near Miss) ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยแก่พนักงานและผู้รับเหมา เพื่อปรับปรุงมาตรการควบคุมความเสี่ยงและยกระดับผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ และโรงไฟฟ้าที่มีอำนาจบริหารด้านการเงินที่มีพนักงานเกินกว่า 50 คน ขึ้นไปได้จัดตั้ง คปอ. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ไว้ครบถ้วนทุกแห่ง โดยมีผู้บริหารระดับสูงเป็นประธาน ผู้แทนฝ่ายบริหารเป็นกรรมการฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนพนักงาน/คู่ค้า เป็นกรรมการฝ่ายลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยฯ ที่ทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะ โดยจัดให้มีการประชุมเป็นประจำทุกเดือน
| โรงไฟฟ้า/สำนักงาน | องค์์ประกอบ (คน) | |
|---|---|---|
| ฝ่ายนายจ้าง | ฝ่ายลููกจ้าง | |
| อาคารสำนักงาน RATCH Group | 3 | 4 |
| ราชบุรี | 6 | 7 |
| ราช โคเจนเนอเรชั่น | 5 | 6 |
| ราช เอ็นเนอร์จี ระยอง | 2 | 3 |
| ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี | 2 | 6 |
| สหโคเจน กรีน | 1 | 4 |
| สหกรีน ฟอเรสท์ | - | 7 |
| หินกองเพาเวอร์ | 3 | 3 |
การส่งเสริมและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
บริษัทฯ ยังคงส่งเสริมความรู้เพื่อสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน ควบคู่กับการดูแลสุขภาพโดยรวม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงาน โดยมุ่งปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยในทุกระดับ ผ่านการสื่อสาร การฝึกอบรม และกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการป้องกันอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน
ข้อมูลเพิ่มเติม:
กิจกรรมด้านอาชีวอนามัยและการส่งเสริมสุขภาพของพนักงานและผู้ปฏิบัติงานของคู่ค้า
บริษัทฯ ได้จัดให้มีกิจกรรมด้านอาชีวอนามัยและการส่งเสริมสุขภาพของพนักงานและผู้ปฏิบัติงานของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการป้องกันโรคให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีตามปัจจัยเสี่ยงของงานที่ปฏิบัติ การตรวจโรค NCDs โรคติดต่อ เช่น COVID-19, ไข้หวัด, วัณโรค, HIV/AIDS และโรคร้ายแรง พร้อมทั้งมีการติดตามและดูแลกรณีพบความเสี่ยงหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เพื่อเฝ้าระวังมิให้เกิดการเจ็บป่วยจากการทำงาน ช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพ ในระยะยาว และสนับสนุนให้เกิดการทำงานที่ปลอดภัยและยั่งยืน
ข้อมูลเพิ่มเติม:
การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ดีในองค์กร
บริษัทฯ มุ่งปลูกฝังทัศนคติและพฤติกรรมด้านความปลอดภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันผ่านการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านความปลอดภัย การฝึกอบรม และกิจกรรมรณรงค์ด้านความปลอดภัยที่หลากหลายและเหมาะสมกับลักษณะงาน
นอกจากการดำเนินงานทั้งหมดแล้ว บริษัทฯ ยังส่งเสริมการบริหารจัดการเชิงรุกผ่านระบบการรายงานเหตุเกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวของกระบวนการผลิตหรือระบบทางวิศวกรรม (Process Safety Event (PSE)) ซึ่งทำให้เกิดหรือเกือบก่อให้เกิด เช่น การรั่วไหล การระเบิด ไฟไหม้ หรือการปลดปล่อยสารอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อคน ทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อม และความต่อเนื่องทางธุรกิจ รวมถึงการให้เสนอแนะด้านความปลอดภัย (Safe Card) เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้รับเหมามีส่วนร่วมในการระบุอันตราย สะท้อนความเสี่ยงที่พบเห็น และเสนอแนวทางปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุ เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกันในทุกระดับขององค์กรและห่วงโซ่คุณค่า
การบูรณาการความปลอดภัยกับระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคม
บริษัทฯ ได้บูรณาการการบริหารด้านความปลอดภัยเข้าไว้ในระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environmental and Social Management System: ESMS) ซึ่งจัดทำขึ้นตามกรอบของ IFC Performance Standards, Equator Principles และ ISO 45001: 2018 โดยได้มีการพัฒนาเป็นกระบวนการบริหารจัดการความปลอดภัยเชิงระบบและคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานของกลุ่มบริษัทฯ และคู่ค้าด้วย กระบวนการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการระบุและประเมินความเสี่ยง การกำหนดมาตรการควบคุม การอนุญาตทำงานในพื้นที่เสี่ยง การฝึกอบรมและสื่อสารด้านความปลอดภัย การเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนการตรวจติดตามและรายงานผลการปฏิบัติงาน
ความเชื่อมโยงนี้ทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเชิงกลยุทธ์ และนำไปปฏิบัติเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำงานเป็นมาตรฐานสากล ซึ่งส่งผลต่อการสร้างคุณค่าของธุรกิจในระยะยาว
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2568
ชั่วโมงการทำงานและอัตราการเกิดอุบัติเหตุรวมของกลุ่มบริษัทฯ
| ตัวชี้วัด | เป้าหมายในปี 2568 |
ผลการดำเนินงาน | |||
|---|---|---|---|---|---|
| ปี 2568 | ปี 2567 | ปี 2566 | |||
| อัตราความถี่ของการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน* (LTIFR) | พนักงาน | 0 | 0 | 0 | 0.13 |
| ผู้รับเหมา | 0.06 | 0 | 0.12 | ||
| จำนวนอุบัติถึงขั้นหยุดงาน (ครั้ง) | พนักงาน | 0 | 0 | 0 | 1 |
| ผู้รับเหมา | 1 | 0 | 3 | ||
| ชั่วโมงการทำงานรวม (Man-hours) | พนักงาน | - | 1,898,673 | 1,243,446 | 1,562,208 |
| ผู้รับเหมา | - | 3,275,889 | 3,241,551 | 3,924,687 | |
นโยบายที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

นโยบายการบริหารความเสี่ยง

นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร

นโยบายสิ่งแวดล้อมและสังคม

นโยบายสิทธิมนุษยชน

นโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอาคารสำนักงาน

นโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
