โครงสร้างการจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

บริษัทฯ ได้กำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยไว้อย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ทิศทาง และเป้าหมาย รวมถึงกำกับติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ขณะที่คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่กำกับดูแลความเสี่ยงในมิติต่าง ๆ ของโครงการ และมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืนกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานในภาพรวม

Supervision Structure of Safety and Occupational Health Management

เป้าหมายความปลอดภัย ปี 2568

Safety Target in 2025

ระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

บริษัทฯ กำหนดนโยบายและกรอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับกลุ่ม พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงาน และรายงานผลคณะกรรมการบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ส่งเสริมให้โรงไฟฟ้าพัฒนาระบบบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ได้ยึดหลักการของ ISO 45001: 2018 และแนวคิด Plan–Do–Check–Act (PDCA) ในการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการดำเนินงาน

การจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยได้ถูกบูรณาการเข้ากับระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมส่วนกลาง (ESMS) ของบริษัทฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรอบการกำกับดูแลในภาพรวม ครอบคลุมการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศที่ตั้งของสถานประกอบการ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีระบบ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล มีการปรับปรุงผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการป้องกันการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยจากการทำงานให้เกิดประสิทธิผลที่ดี

โรงไฟฟ้า ได้รับการรับรองมาตรฐาน
ราชบุรี ISO 45001:2018
ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี ISO 45001:2018
หินกองเพาเวอร์ ISO 45001:2018
อาซาฮาน-1 ISO 45001:2018
สหกรีน ฟอเรสท์ T-OSH OSHMS:2019 ระดับแพลทินัม
T-OSH OSHMS:2019 ระดับแพลทินัม T-OSH OSHMS:2019 ระดับแพลทินัม

ข้อมูลเพิ่มเติม:

ระบบการบริหารด้านความปลอดภัย

กลุ่มบริษัทฯ มุ่งเน้นการควบคุมเชิงป้องกันมากกว่าการแก้ไขหลังเกิดเหตุ จึงมีการวางระบบเชิงป้องกันต่าง ๆ ในการดำเนินงานดังนี้

Safety management system

การระบุและประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

กลุ่มบริษัทฯ ทำการประเมินความเสี่ยงทั้งการพัฒนาโครงการ ก่อนกิจกรรมซ่อมบำรุงใหญ่ และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน (Management of Change – MOC) โดยความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งโรงไฟฟ้าจะต้องมีการตรวจสอบมาตรการควบคุมและป้องกัน พร้อมทั้งรายงานผลตามสายการบังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ งานระบบไฟฟ้าแรงสูง งานในที่อับอากาศ (Confined Space) งานบนที่สูง งานที่ก่อให้เกิดความร้อน เปลวไฟหรือประกายไฟ (Hot Work) งานระบบไอน้ำและก๊าซแรงดันสูง งานซ่อมบำรุงใหญ่ และงานที่เสี่ยงจากภาวะอุณหภูมิสูงและสภาพอากาศรุนแรง

ผลการดำเนินงานปี 2568 ของกลุ่มบริษัทฯ ไม่มีการเสียชีวิตจากการทำงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

การควบคุมการปฏิบัติงาน

กลุ่มบริษัทฯ ใช้หลักการ 5 ลำดับในการกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงต่าง ๆ ดังนี้

Operational Control

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดมาตรการควบคุมการปฏิบัติงานในทุกช่วงของการทำงาน ตั้งแต่ก่อนเข้าปฏิบัติงาน ระหว่างปฏิบัติงาน และภายหลังการปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุจากการทำงานให้ได้มากที่สุด และถือเป็นการตรวจสอบประสิทธิภาพของการกำหนดมาตรการควบคุมหรือวิธีปฏิบัติงานที่ได้จัดทำขึ้น และการสื่อสารสร้างความเข้าใจและความตระหนักให้กับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี

หลักปฏิบัติก่อนเข้าทำงาน
กำหนดกระบวนการอนุญาตเข้าทำงาน (Permit-to-Work: PTW) สำหรับงานที่มีความเสี่ยง รวมทั้งการบริหารจัดการความปลอดภัยของผู้รับเหมา ครอบคลุมตั้งแต่การปฐมนิเทศ/การประชุมด้านความปลอดภัย การตรวจสอบคุณสมบัติและความพร้อมของผู้ปฏิบัติงาน การประเมินอันตรายและความเสี่ยงของงาน การตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องมือและสภาพแวดล้อมในการทำงานก่อนการเริ่มงานทุกครั้ง
หลักปฏิบัติขณะทำงาน
กำกับดูแลและตรวจสอบความปลอดภัยในการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด โดยหน่วยงานและคณะทำงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมต่างๆ เป็นไปตามมาตรการด้านความปลอดภัยที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งนำระบบการสั่งหยุดงาน (Stop Work Authority) เข้ามาใช้ปฏิบัติด้วย
หลักปฏิบัติภายหลังการทำงาน
ดำเนินการตรวจสอบและคืนสภาพพื้นที่ให้ปลอดภัย ตรวจสอบความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์และเครื่องจักร รวมถึงการทบทวนการปฏิบัติงาน การบันทึกข้อบกพร่อง หรือบทเรียนที่ได้รับ เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงมาตรการ ควบคุมความปลอดภัยและป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ

การจัดการเหตุฉุกเฉินและการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง

บริษัทฯ ได้จัดทำแผนรองรับเหตุฉุกเฉินและมาตรการป้องกันอุบัติภัยร้ายแรงอันสอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยงของการดำเนินงาน พร้อมกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ และขั้นตอนการตอบสนองที่ชัดเจน โดยดำเนินการฝึกซ้อมเป็นประจำทั้งในระดับภายในหน่วยงานเอง ระหว่างหน่วยงานภายใน และการฝึกซ้อมร่วมกับหน่วยงานภายนอก ซึ่งภายหลังการฝึกซ้อม จะมีการทบทวนประเด็นข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แผนรองรับเหตุฉุกเฉินในสถานการณ์ต่าง ๆ เกิดประสิทธิภาพต่อการควบคุมเหตุการณ์ ช่วยลดผลกระทบต่อพนักงาน ผู้รับเหมา ชุมชนโดยรอบ สิ่งแวดล้อม และทรัพย์สินให้ได้อย่างดีที่สุด

สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการฝึกซ้อม

Emergency Response Drills

การจัดการภาวะวิกฤติ

บริษัทฯ จัดทำแผนการจัดการภาวะวิกฤติ แผนการสื่อสารภาวะวิกฤติ และแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจของแต่ละหน่วยธุรกิจไว้ตั้งแต่ปี 2561 และมีการทบทวนความเหมาะสมของแผนอย่างสม่ำเสมอ หรือเมื่อมีกิจกรรมหรือกระบวนการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินรุนแรงไม่ให้ส่งผลกระทบจนเกิดการหยุดชะงักของธุรกิจได้

ประเด็น แนวปฏิบัติของบริษัทฯ
กรอบการบริหารจัดการ กำหนดนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเป็นกรอบหลัก ในการบริหารจัดการภาวะวิกฤติ ครอบคลุมการป้องกัน การตอบสนอง การสื่อสาร และการฟื้นฟูการดำเนินงาน เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนิน ต่อเนื่องได้แม้ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
โครงสร้างการกำกับดูแล จัดตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยง ทำหน้าที่กำกับ ดูแล และติดตามการดำเนินงาน ด้านการจัดการภาวะวิกฤติ โดยรายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นระยะ ๆ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ
บทบาทและความรับผิดชอบ กำหนดให้ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารสินทรัพย์ ทำหน้าที่ผู้จัดการความต่อเนื่อง ทางธุรกิจ เป็นผู้กำหนดและประสานงานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจขององค์กร ทำงานประสานกับคณะกรรมการจัดการภาวะวิกฤติ
แผนรองรับ จัดทำและบูรณาการ แผนบริหารการจัดการภาวะวิกฤติ แผนการสื่อสารภาวะวิกฤติ และแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ประเภท ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรง เหตุเพลิงไหม้ เหตุระเบิด การรั่วไหลของสารเคมี การโจมตี ทางไซเบอร์ การก่อการร้าย
การสื่อสาร กำหนดแนวทางการสื่อสารในภาวะวิกฤติไว้อย่างชัดเจน ครอบคลุมการสื่อสารภายใน และภายนอกแบบสองทาง เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความถูกต้อง ทันท่วงที และคลายความวิตกกังวลได้
การทบทวนและปรับปรุง ทบทวนและปรับปรุงแผนการจัดการภาวะวิกฤติ แผนการสื่อสารภาวะวิกฤติ และแผนความต่อเนื่อง ทางธุรกิจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ เพื่อให้แผนมีความเหมาะสม และสามารถใช้งานได้จริง
การสร้างความตระหนัก สร้างความตระหนักรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ และปลูกฝังจนเป็นวัฒนธรรมองค์กร

ข้อมูลเพิ่มเติม:

แผนความต่อเนื่องทางธุุรกิจ

แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ของบริษัทฯ จัดทำขึ้นตามกรอบมาตรฐานสากล ISO 22301 ที่ครอบคลุม 3 สถานการณ์ ที่อาจส่งผลให้การดำเนินธุรกิจต้องหยุดชะงัก ดังนี้:

Business Continuity Plan

บริษัทฯ ทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจและทดสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าแผนความต่อเนื่องของหน่วยงานยังสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยง และผลกระทบต่อการดำเนินงานสำคัญ โดยกระบวนการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของระบบการบริหารจัดการความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการขององค์กรให้ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

การมีส่วนร่วมของพนักงานและการสื่อสารด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

การมีส่วนร่วมของพนักงานในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่สำคัญ จะดำเนินการผ่านคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ที่มีตัวแทนของพนักงานและคู่ค้าเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯ โดยมีบทบาทหน้าที่ตั้งแต่การร่วมกำหนดนโยบายและแผนงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย พิจารณาและติดตามผล การดำเนินงานด้านความปลอดภัย ตรวจสอบและเสนอแนะแนวทางป้องกันอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน ทบทวนผล การสอบสวนอุบัติการณ์และเหตุเกือบเกิด (Near Miss) ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยแก่พนักงานและผู้รับเหมา เพื่อปรับปรุงมาตรการควบคุมความเสี่ยงและยกระดับผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ และโรงไฟฟ้าที่มีอำนาจบริหารด้านการเงินที่มีพนักงานเกินกว่า 50 คน ขึ้นไปได้จัดตั้ง คปอ. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ไว้ครบถ้วนทุกแห่ง โดยมีผู้บริหารระดับสูงเป็นประธาน ผู้แทนฝ่ายบริหารเป็นกรรมการฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนพนักงาน/คู่ค้า เป็นกรรมการฝ่ายลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยฯ ที่ทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะ โดยจัดให้มีการประชุมเป็นประจำทุกเดือน

โรงไฟฟ้า/สำนักงาน องค์์ประกอบ (คน)
ฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลููกจ้าง
อาคารสำนักงาน RATCH Group 3 4
ราชบุรี 6 7
ราช โคเจนเนอเรชั่น 5 6
ราช เอ็นเนอร์จี ระยอง 2 3
ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี 2 6
สหโคเจน กรีน 1 4
สหกรีน ฟอเรสท์ - 7
หินกองเพาเวอร์ 3 3

การส่งเสริมและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

บริษัทฯ ยังคงส่งเสริมความรู้เพื่อสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน ควบคู่กับการดูแลสุขภาพโดยรวม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงาน โดยมุ่งปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยในทุกระดับ ผ่านการสื่อสาร การฝึกอบรม และกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการป้องกันอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน

ข้อมูลเพิ่มเติม:

กิจกรรมด้านอาชีวอนามัยและการส่งเสริมสุขภาพของพนักงานและผู้ปฏิบัติงานของคู่ค้า

บริษัทฯ ได้จัดให้มีกิจกรรมด้านอาชีวอนามัยและการส่งเสริมสุขภาพของพนักงานและผู้ปฏิบัติงานของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการป้องกันโรคให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีตามปัจจัยเสี่ยงของงานที่ปฏิบัติ การตรวจโรค NCDs โรคติดต่อ เช่น COVID-19, ไข้หวัด, วัณโรค, HIV/AIDS และโรคร้ายแรง พร้อมทั้งมีการติดตามและดูแลกรณีพบความเสี่ยงหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เพื่อเฝ้าระวังมิให้เกิดการเจ็บป่วยจากการทำงาน ช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพ ในระยะยาว และสนับสนุนให้เกิดการทำงานที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ข้อมูลเพิ่มเติม:

การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ดีในองค์กร

บริษัทฯ มุ่งปลูกฝังทัศนคติและพฤติกรรมด้านความปลอดภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันผ่านการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านความปลอดภัย การฝึกอบรม และกิจกรรมรณรงค์ด้านความปลอดภัยที่หลากหลายและเหมาะสมกับลักษณะงาน

Building occupational safety and health culture

นอกจากการดำเนินงานทั้งหมดแล้ว บริษัทฯ ยังส่งเสริมการบริหารจัดการเชิงรุกผ่านระบบการรายงานเหตุเกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวของกระบวนการผลิตหรือระบบทางวิศวกรรม (Process Safety Event (PSE)) ซึ่งทำให้เกิดหรือเกือบก่อให้เกิด เช่น การรั่วไหล การระเบิด ไฟไหม้ หรือการปลดปล่อยสารอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อคน ทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อม และความต่อเนื่องทางธุรกิจ รวมถึงการให้เสนอแนะด้านความปลอดภัย (Safe Card) เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้รับเหมามีส่วนร่วมในการระบุอันตราย สะท้อนความเสี่ยงที่พบเห็น และเสนอแนวทางปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุ เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกันในทุกระดับขององค์กรและห่วงโซ่คุณค่า

การบูรณาการความปลอดภัยกับระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคม

บริษัทฯ ได้บูรณาการการบริหารด้านความปลอดภัยเข้าไว้ในระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environmental and Social Management System: ESMS) ซึ่งจัดทำขึ้นตามกรอบของ IFC Performance Standards, Equator Principles และ ISO 45001: 2018 โดยได้มีการพัฒนาเป็นกระบวนการบริหารจัดการความปลอดภัยเชิงระบบและคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานของกลุ่มบริษัทฯ และคู่ค้าด้วย กระบวนการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการระบุและประเมินความเสี่ยง การกำหนดมาตรการควบคุม การอนุญาตทำงานในพื้นที่เสี่ยง การฝึกอบรมและสื่อสารด้านความปลอดภัย การเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนการตรวจติดตามและรายงานผลการปฏิบัติงาน

ความเชื่อมโยงนี้ทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเชิงกลยุทธ์ และนำไปปฏิบัติเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำงานเป็นมาตรฐานสากล ซึ่งส่งผลต่อการสร้างคุณค่าของธุรกิจในระยะยาว

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2568

ชั่วโมงการทำงานและอัตราการเกิดอุบัติเหตุรวมของกลุ่มบริษัทฯ

ตัวชี้วัด เป้าหมายในปี
2568
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 ปี 2567 ปี 2566
อัตราความถี่ของการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน* (LTIFR) พนักงาน 0 0 0 0.13
ผู้รับเหมา 0.06 0 0.12
จำนวนอุบัติถึงขั้นหยุดงาน (ครั้ง) พนักงาน 0 0 0 1
ผู้รับเหมา 1 0 3
ชั่วโมงการทำงานรวม (Man-hours) พนักงาน - 1,898,673 1,243,446 1,562,208
ผู้รับเหมา - 3,275,889 3,241,551 3,924,687

นโยบายที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่จะเป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงาน และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ของพนักงาน คู่ธุรกิจ ผู้รับเหมา และผู้มาติดต่อ บริษัทฯ จึงกำหนดนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
นโยบายการบริหารความเสี่ยง
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จัดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและให้ผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยมีการบริหารงานตามหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี
นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร
ด้วยความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ความยั่งยืนขององค์กร อันก่อให้เกิดคุณค่าร่วมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในห่วงโซ่ธุรกิจของบริษัทฯ
นโยบายสิ่งแวดล้อมและสังคม
บริษัท ราช กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) ยึดมั่นแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า ความมุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลให้ดียิ่งๆ ขึ้น นอกจากจะช่วยจัดการความเสี่ยงแล้ว ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากการดำเนินงานที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทางสังคมและการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ
นโยบายสิทธิมนุษยชน
บริษัท ราช กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ
นโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอาคารสำนักงาน
บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอาคารสำนักงาน เพื่อดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอาคารสำนักงาน อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตามกฎหมายเกี่ยวกับอาคารควบคุม กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน กฏหมายและข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนโยบายเกี่ยวกับสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้
นโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจของบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง รวมทั้งเหตุวิกฤติต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง และยังปกป้องผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย ชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือและธำรงความยั่งยืนทางธุรกิจ บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
จรรยาบรรณคู่ค้า
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล (ESG) ในการดำเนินธุรกิจ